บท
ตั้งค่า

5

ชิงเหอนั่งยอง ๆ ข้าง ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย

"พระสนม ท่านกำลังทำอะไรหรือเพคะ"

"ตกไก่"

"..."

"อ้อ... ไม่ใช่"

ซูหว่านหนิงแก้คำอย่างจริงจัง

"ล่อไก่"

"..." ฟังแล้วก็ยังแปลกอยู่ดี

จากนั้นนางก็เทน้ำในถ้วยลงบนพื้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ แผ่กระจายออกมา เป็นกลิ่นที่มนุษย์แทบไม่ได้สังเกต แต่สำหรับสัตว์แล้ว กลับมีเสน่ห์ร้ายแรงอย่างยิ่ง

"เสร็จแล้ว"

"แล้วต่อจากนี้ล่ะเพคะ"

"รอ"

"รออะไร"

"รอไก่"

"..."

ชิงเหอรู้สึกว่าพระสนมกำลังล้อเล่นกับนาง แต่ก็ไม่กล้าพูด

ครึ่งชั่วยามต่อมา มีเงาดำบินข้ามกำแพงเข้ามา

ตุ้บ!

ชิงเหอสะดุ้ง ก่อนจะพบว่าเป็นแม่ไก่ป่าตัวอ้วนกลม ตัวเดียวกับที่เคยเห็นเมื่อหลายวันก่อน

แม่ไก่เดินวนอยู่รอบลาน จิกดินไปมา จากนั้นก็เดินตรงมายังบริเวณที่ซูหว่านหนิงราดน้ำไว้ ดวงตาของชิงเหอเบิกกว้าง

"มา... มาจริง ๆ ด้วยเพคะ เป็นไปได้ยังไงนี่"

ซูหว่านหนิงยิ้มมุมปาก แน่นอนว่าต้องมา สัตว์ทุกชนิดชอบพลังวิญญาณ โดยเฉพาะน้ำพุวิเศษของนาง

แม่ไก่ป่าเดินจิกพื้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงอย่างสบายใจ ราวกับเป็นบ้านของตนเอง

ซูหว่านหนิงพยักหน้า

"ดี"

"ดีตรงไหนเพคะ"

"อ้วน"

"..."

"สมบูรณ์"

"..."

"อีกไม่นานคงออกไข่"

ชิงเหอรีบกอดอก

"แต่พระองค์ห้ามกินมันนะเพคะ มันน่าสงสาร"

ซูหว่านหนิงมองนาง ชิงเหอมองกลับ สุดท้ายจิ้งจอกสาวก็ถอนหายใจ มนุษย์ช่างใจอ่อนจริง

"ก็ได้ กินแต่ไข่มันก็พอ"

"เย่!" เด็กสาวยิ้มกว้างทันที

มีแค่ตัวเมียไม่มีตัวผู้ เดี๋ยวหาสามีให้มันหน่อย” ซูหว่านหนิงทำแบบเดิมอีกครั้ง ไม่นานไก่ป่าตัวผู้อ้วนท้วนก็บินเข้ามาในตำหนักเย็นอีกตัว ทำเอาชิงเหออ้าปากค้างตาโต ดีใจจนออกนอกหน้า

“พระสนมไก่คู่ผัวเมียมาอยู่กับเราแล้ว เย่ ๆ เราจะมีไข่กินกันแล้ว” ไก่ทั้งสองเดินไปมาอย่างมีความสุข เหมือนกับว่าที่นี่คือบ้านของมัน

วันต่อมา แม่ไก่ป่ายังคงมา

วันที่สาม ก็ยังมา

วันที่สี่ มันเริ่มเดินตามชิงเหอ

วันที่ห้า มันเดินเข้าห้องครัวเอง

วันที่หก มันขึ้นไปนอนบนชายคาตำหนัก

วันที่เจ็ด ชิงเหอเริ่มเรียกมันว่า "อาหวางกับอาจง"

"..."

ซูหว่านหนิงไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดไก่ถึงได้ชื่ออาหวางกับอาจง แต่ก็ขี้เกียจถาม

เช้าวันที่แปด เสียงกรีดร้องดังขึ้นทั่วตำหนักเย็น

"พระสนม พระสนมเพคะ!"

ชิงเหอวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง ในมือกำอะไรบางอย่างไว้แน่น ซูหว่านหนิงที่กำลังงีบลืมตาขึ้นช้า ๆ

"ไฟไหม้หรือ"

"ไม่ใช่เพคะ!"

"ตำหนักถล่มหรือ"

"ไม่ใช่เพคะ!"

"งั้นมีอะไร"

ชิงเหอยื่นมือออกมา ในฝ่ามือมีไข่ไก่ใบหนึ่ง สีขาวนวล กลมรีสวยงาม

"อาหวางออกไข่แล้ว!" ชิงเหอดีใจราวกับพบสมบัติแห่งชาติ

"ไข่ใบแรกของตำหนักเรา"

"อืม ดูเจ้าจะดีใจเป็นพิเศษ"

"พระสนมไม่ดีใจหรือเพคะ"

ซูหว่านหนิงพยักหน้า

"ดีใจสิ"

"จริงหรือเพคะ"

"คืนนี้กินไข่ตุ๋นกัน"

“ได้สิเพคะ” ชิงเหอหลุดหัวเราะออกมาทันที พระสนมของนางช่างเหมือนเดิมจริง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็จบลงที่ของกินเสมอ

ตกค่ำ ตำหนักเย็นมีกลิ่นหอมของไข่ตุ๋นลอยอบอวลเป็นครั้งแรก ซูหว่านหนิงนั่งกินอาหารอย่างอย่างเอร็ดอร่อย

ชิงเหอนั่งยิ้มอยู่ข้าง ๆ นางได้กินอาหารเหมือนเจ้านายสาวไม่มีผิด อีกฝ่ายไม่เคยทอดทิ้งนางเลย ทำให้สาวใช้คนสวยถึงกับซาบซึ้งใจยิ่งนัก

ส่วนอาหวางก็นั่งจิกข้าวอยู่ด้านนอกกับสามีตัวอ้วนของนาง บรรยากาศอบอุ่นจนแทบไม่มีใครเชื่อว่านี่คือตำหนักเย็นที่ถูกผู้คนลืมเลือน

ซูหว่านหนิงมองผักในลาน มองไก่อ้วนด้านนอก มองสาวใช้ที่กำลังยิ้มจนตาหยี ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

การเผชิญด่านเคราะห์ครั้งนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

ชีวิตเช่นนี้ก็ดีไม่น้อย ไม่มีการแก่งแย่ง ไม่มีการวางแผนร้าย ไม่มีใครมารบกวน ปลูกผัก กินไข่ นอนหลับ นี่ต่างหากคือชีวิตในอุดมคติ

เพียงแต่นางยังไม่รู้ว่าอีกไม่นาน ความสงบสุขของตำหนักเย็นแห่งนี้กำลังจะถูกทำลาย เพราะมีคนผู้หนึ่งกำลังทำของสำคัญหาย และกำลังจะหลงเข้ามาที่นี่ในไม่ช้า

หลังจากมีผักกิน มีไข่กิน และมีแม่ไก่อ้วนชื่ออาหวางและผัวรักของนางชื่ออาจง ซูหว่านหนิงก็รู้สึกว่าชีวิตในตำหนักเย็นสมบูรณ์แบบมากขึ้น

ทุกเช้า ตื่นนอน รดน้ำผัก กินข้าว นอนกลางวัน ตกเย็นกินข้าวอีกมื้อ จากนั้นก็นอนต่อ ชีวิตเช่นนี้ช่างงดงาม สงบสุข

ด่านเคราะห์ของข้าสุขสบายเสียจริง

"พระสนมเพคะ" ชิงเหอวิ่งเข้ามาในลานผัก

"ผักกาดแปลงซ้ายโตอีกแล้วเพคะ"

ซูหว่านหนิงพยักหน้า

"ดี"

"ดีมากเพคะ!"

"คืนนี้เก็บมาผัดกินกัน"

ชิงเหอหัวเราะคิกคัก พระสนมของนางไม่ว่าจะมองผักอะไร สุดท้ายก็จบที่หม้ออาหารเสมอ

ขณะที่ทั้งสองกำลังเก็บผัก จู่ ๆ ก็มีเสียงสะอื้นดังมาจากด้านนอกกำแพง

ฮึก... ฮึก... ชิงเหอชะงัก

"มีคนร้องไห้หรือเพคะ"

ซูหว่านหนิงกำลังถอนหญ้า

"อืม"

"บ่าวออกไปดูนะเพคะ"

ไม่นานนัก ชิงเหอก็พาหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามา นางแต่งกายเป็นนางกำนัล อายุราวสิบหกสิบเจ็ดปี ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel