4
"คงไม่งอกหรอก" ชิงเหอพึมพำกับตัวเองใต้ผ้าห่ม ตอนเด็กนางเคยเห็นคนปลูกผัก อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะมีต้นอ่อน สุดท้ายเด็กสาวก็หลับไปพร้อมความสงสัยเต็มหัว
รุ่งเช้า แสงแดดอ่อน ๆ สาดผ่านหน้าต่าง ชิงเหอลุกขึ้นตามปกติ สิ่งแรกที่นางคิดคือไปต้มน้ำให้พระสนม สิ่งที่สองคือออกไปดูเมล็ดผักเมื่อวาน
"คงยังเหมือนเดิม" นางบ่นพลางเดินอ้อมไปยังลานหลังตำหนัก แต่อย่างไรก็ต้องช่วยเจ้านายสาวรดน้ำ หากผักพวกนี้งอกขึ้นมา อาจจะพอเป็นอาหารประทังความหิวโหยได้บ้าง ไม่รู้ว่าต้องติดอยู่ในตำหนักเย็นอีกนานแค่ไหน หากรอดชีวิตไปไม่ได้ ก็คงตายอยู่ที่นี่ แต่ถ้าหากมีอาหารก็อาจจะอยู่ได้อีกหลายวัน แต่พอก้าวพ้นประตู ร่างเล็กก็แข็งค้างทันที
"อะ!" ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง ตรงหน้าของนางคือผืนดินที่เคยรกร้างว่างเปล่า บัดนี้เต็มไปด้วยต้นอ่อนสีเขียวสด งอกขึ้นมาเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ
ต้นเล็ก ๆ สั่นไหวตามสายลมยามเช้า งดงามราวกับภาพฝัน ชิงเหอยกมือขึ้นขยี้ตา
หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง ต้นผักก็ยังอยู่ ไม่ได้หายไปไหน
"ผะ... ผัก!" นางกรีดร้องเสียงดังลั่น
"พระสนม! พระสนมเพคะ!" ชิงเหอวิ่งกลับเข้าตำหนักอย่างแตกตื่น ขณะนั้นซูหว่านหนิงกำลังนั่งหาวอยู่บนเตียง
เมื่อคืนหลังใช้น้ำพุวิเศษไปพอสมควร นางจึงนอนหลับสบายเป็นพิเศษ
"เกิดอะไรขึ้น"
"ผัก! ผักเพคะ!"
"อืม"
"งอกแล้วเพคะ ไม่น่าเชื่อเป็นไปได้อย่างไรกัน มันต้องใช้เวลาหลายวันไม่ใช่หรือ"
"อืม"
ชิงเหอชะงัก พระสนมดูไม่ตกใจเลยสักนิด ราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นเช่นนี้ ซูหว่านหนิงเดินตามออกไปดู เมื่อเห็นต้นอ่อนสีเขียวเต็มแปลง นางพยักหน้าอย่างพอใจ เร็วกว่าที่คิดเล็กน้อย ดูเหมือนพลังของน้ำพุวิเศษจะยังสมบูรณ์ดี
"พระสนม!" ชิงเหอรีบดึงแขนนาง
"นี่มันเรื่องมหัศจรรย์นะเพคะ!"
"จริงหรือ"
"จริงสิเพคะ" ชิงเหอแทบกระโดด
"เมื่อคืนเพิ่งปลูก เช้านี้กลับงอกแล้ว"
ซูหว่านหนิงมองต้นผัก จากนั้นมองชิงเหอ
"บางทีอาจมีเทพเซียนช่วย"
"บ่าวก็คิดเช่นนั้นเพคะ เรารอดแล้ว เรามีอาหารกินแล้ว" เด็กสาวพยักหน้าอย่างแรงๆ อย่างมีความหวัง
"ต้องมีเทพเซียนคุ้มครองพระสนมแน่ ๆ"
ซูหว่านหนิงหัวเราะในใจ เทพเซียนไม่มีหรอก มีแต่จิ้งจอกอย่างข้านี่แหละที่จะคุ้มครองเจ้า แต่ปล่อยให้เข้าใจผิดไปแบบนี้ก็ดี สะดวกกว่าอธิบายมาก
หลายวันต่อมา ต้นผักเติบโตอย่างรวดเร็ว จากต้นอ่อนกลายเป็นผักกาดเขียวอวบอ้วน ใบใหญ่ ลำต้นแน่น ดูดีกว่าผักในตลาดเสียอีก
ชิงเหอเดินวนรอบแปลงผักทุกวัน ราวกับกำลังดูสมบัติล้ำค่า
"พระสนม!"
"อืม"
"ผักของเราสวยที่สุดในโลกเลยเพคะ" ท่าทีดีใจของอีกฝ่ายทำให้นางยิ้มตาม
"อืม"
"อีกไม่กี่วันก็กินได้แล้ว!"
ซูหว่านหนิงพยักหน้า ในที่สุดปัญหาอาหารก็ใกล้ได้รับการแก้ไขเสียที นางเริ่มคิดถึงเมนูต่าง ๆ ในหัว
ผัดผัก แกงผัก ซุปผัก หรือจะทำเกี๊ยวไส้ผักก็ดี เพียงคิดก็เริ่มหิวแล้ว
"พระสนม..." ชิงเหอลดเสียงลง "บ่าวมีเรื่องจะบอก"
"ว่า"
"เมื่อเช้าบ่าวเห็นแม่ไก่ป่าตัวหนึ่งแถวกำแพงหลังตำหนัก" ดวงตาของซูหว่านหนิงสว่างขึ้นทันที
ไก่?
"ตัวอ้วนหรือไม่"
ชิงเหอชะงัก นางนึกว่าพระสนมจะถามว่ามาจากไหน ไม่คิดว่าจะถามเรื่องความอ้วน
"อ้วนเพคะ"
"ดี"
"ดีหรือเพคะ?"
"ถ้าจับได้คงอร่อย"
ชิงเหอ!
เด็กสาวเริ่มสงสัยว่าหลังฟื้นขึ้นมา พระสนมจะชอบกินเกินไปหน่อยหรือไม่ ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน บนกำแพงด้านหลังตำหนัก แม่ไก่ป่าตัวหนึ่งกำลังจิกเมล็ดหญ้าอยู่เงียบ ๆ
มันไม่รู้เลยว่า ตั้งแต่วินาทีที่มันปรากฏตัว จิ้งจอกสาวผู้หนึ่งก็กำลังคิดเมนูอาหารจากมันเรียบร้อยแล้ว
และนี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะสำหรับสัตว์เล็กสัตว์น้อยรอบตำหนักเย็น
หลังจากมีผักกิน ชีวิตของซูหว่านหนิงก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
อย่างน้อย จากเดิมที่หิวตลอดเวลา ตอนนี้นางเหลือเพียงหิวเป็นบางเวลา
"พระสนม ผักผัดเสร็จแล้วเพคะ!"
ชิงเหอยกจานผักกาดผัดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ แม้จะมีเพียงผัก น้ำมันเล็กน้อย และเกลือหยิบมือเดียว แต่สำหรับตำหนักเย็นแล้ว นี่ถือเป็นอาหารชั้นเลิศ
ซูหว่านหนิงมองผักสีเขียวสดในจาน ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"ใช้ได้" ชิงเหอแทบยิ้มจนเห็นฟันครบทุกซี่
ได้รับคำชมจากพระสนมแล้ว เด็กสาวมีความสุขจนอยากวิ่งรอบตำหนักสามรอบ
ซูหว่านหนิงคีบผักเข้าปาก
เคี้ยว กลืน จากนั้นก็ถอนหายใจ
"ยังขาดอะไรบางอย่าง"
ชิงเหอชะงัก
"อะไรหรือเพคะ"
"เนื้อ"
"..."
"ไข่"
"..."
"ปลา"
"..."
เด็กสาวมองพระสนมของตนอย่างเงียบงัน เหตุใดจึงรู้สึกว่าพระสนมกำลังวางแผนเรื่องอาหารทั้งวัน แต่ตำหนักเย็นจะมีอะไรให้กินอุดมสมบูรณ์เท่าตำหนักพระสนมในวังกันเล่า
“ที่นี่ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอกเพคะ” ชิงเหอพูดเสียงเศร้า
ซูหว่านหนิงวางตะเกียบลง สีหน้าจริงจัง
"ชิงเหอ"
"เพคะ"
"เราต้องเลี้ยงไก่"
เด็กสาวสำลักน้ำลายตัวเอง
"เลี้ยงไก่!"
"อืม"
"ในวังหลวง?"
"ในตำหนักเย็นนี่แหละ ที่นี่เป็นของเรานี่นา เราจะทำยังไงก็ได้"
ฟังดูเหมือนจะต่างกันมาก แต่ก็ไม่ต่างเลย
บ่ายวันนั้น ซูหว่านหนิงนั่งอยู่ใต้ต้นไม้เก่าในลาน ตรงหน้าเป็นถ้วยน้ำเล็ก ๆ ภายในมีน้ำพุวิเศษเพียงไม่กี่หยด
