2
ไม่ใช่
นี่ไม่ใช่อาการป่วยธรรมดา
มู่หว่านหว่านไม่ได้รีบด่วนสรุปว่ามันคือพิษชนิดใด เพราะมีเพียงคราบตกค้างเล็กน้อยเท่านั้น แต่นางมั่นใจอย่างหนึ่ง
ในน้ำชาถ้วยนี้มีสิ่งผิดปกติ
ยิ่งเมื่อนำไปเทียบกับอาการก่อนหมดสติของเจ้าของร่างเดิม ความเป็นไปได้เรื่องการถูกวางยาก็ยิ่งสูงขึ้น
นางวางถ้วยลงอย่างระมัดระวัง
ป่วยตายอย่างนั้นหรือ
ข้าว่าไม่ใช่แล้วละ
“คุณหนู มีอะไรหรือเจ้าคะ”
“เสี่ยวชุน”
“เจ้าคะ”
“เรื่องที่ข้าหมดสติ คนในจวนว่าอย่างไรบ้าง”
เสี่ยวชุนเม้มปาก สีหน้าเปลี่ยนเป็นไม่พอใจทันที “พวกเขาก็บอกว่าคุณหนูร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว คงป่วยหนัก บางคนยังพูดอีกว่าเรือนท้ายจวนชื้นและหนาว คุณหนูคงอยู่ไม่ไหว…”
“มีหมอมาตรวจหรือไม่” คำถามสั้น ๆ ทำให้เสี่ยวชุนเงียบไป
นางก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด
“บ่าวไปขอให้พ่อบ้านตามหมอแล้วเจ้าค่ะ แต่ทางนั้นบอกว่าท่านอ๋องไม่อยู่จวน ส่วนพระชายาเอกกำลังรับแขกสำคัญ ให้บ่าวรอไปก่อน บ่าวรอจนทนไม่ไหวจึงคิดจะออกไปตามหมอเอง แต่พอกลับมาคุณหนูก็…”
เสี่ยวชุนเริ่มน้ำตาคลออีกครั้ง
มู่หว่านหว่านยกมือขึ้นห้าม
“ไม่ต้องร้อง ข้ายังอยู่ตรงนี้”
เสี่ยวชุนพยักหน้ารัว ๆ
มู่หว่านหว่านมองถ้วยชาตรงหน้าอีกครั้ง สีหน้าค่อย ๆ เคร่งขรึม
เจ้าของร่างเดิมแทบไม่มีอำนาจในจวน
ไม่เป็นที่โปรดปราน
ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายใน
แทบไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
แม้แต่ตระกูลมู่เองก็ไม่ได้มีอำนาจมากพอที่จะทำให้ผู้คนต้องหวาดระแวงนางถึงขั้นนี้
แล้วเหตุใดจึงต้องมีคนคิดฆ่า
ถ้าเป็นการวางยาจริง คนลงมือย่อมต้องมีเหตุผล
แต่เหตุผลนั้นคืออะไร
มู่หว่านหว่านหรี่ตาลง ก่อนเอ่ยถาม “ก่อนที่ข้าจะหมดสติ มีใครเข้ามาที่เรือนหรือไม่ หรือมีใครส่งสิ่งใดมาให้ข้า”
เสี่ยวชุนขมวดคิ้วครุ่นคิด
“ไม่มีใครเข้ามาเลยเจ้าค่ะ เรือนของเราปกติก็แทบไม่มีใครอยากมาอยู่แล้ว อาหารแต่ละมื้อยังให้บ่าวมาวางไว้หน้าประตูด้านนอก”
“คิดดี ๆ”
“บ่าวคิดอยู่เจ้าค่ะ…”
เสี่ยวชุนทำหน้าจริงจังเสียจนมู่หว่านหว่านเกือบขำ
ครู่หนึ่ง เด็กสาวก็เบิกตากว้าง
“จริงสิ”
“นึกอะไรออก”
“เมื่อสามวันก่อนมีบ่าวจากเรือนใหญ่นำหีบผ้าเก่ามาให้เจ้าค่ะ บอกว่าเป็นของที่ตกค้างจากส่วนแบ่งของคุณหนูตั้งแต่เดือนก่อน”
“อยู่ไหน”
“ตรงมุมห้องเจ้าค่ะ”
มู่หว่านหว่านมองตามนิ้วของเสี่ยวชุน
หีบไม้เก่าใบหนึ่งตั้งอยู่ชิดผนัง
นางค่อย ๆ ลงจากเตียง
“คุณหนู ร่างกายท่านยังไม่แข็งแรงนะเจ้าคะ”
“แค่เดินไม่กี่ก้าว ข้ายังไม่ตายหรอก”
“แต่…”
“ประคองข้าก็พอ”
“เจ้าค่ะ”
เสี่ยวชุนรีบเข้ามาช่วยประคองอย่างระมัดระวัง
เมื่อไปถึงหีบ มู่หว่านหว่านย่อตัวลงเปิดฝา ภายในมีเพียงผ้าแพรสีหม่นสองสามพับ เสื้อผ้าเก่า และของใช้จุกจิกที่ดูไม่มีราคา
นางหยิบของขึ้นมาตรวจทีละชิ้น ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
กระทั่งสายตาเหลือบเห็นรอยหมึกเล็ก ๆ บริเวณด้านในของฝาหีบ เป็นสัญลักษณ์สั้น ๆ ที่ดูคล้ายตัวเลขผสมกับเครื่องหมายบางอย่าง
มู่หว่านหว่านชะงัก
“เสี่ยวชุน เจ้ารู้หรือไม่ว่านี่คืออะไร”
เสี่ยวชุนก้มลงดูแล้วส่ายหน้า
“ไม่รู้เจ้าค่ะ บ่าวไม่เคยเห็น”
มู่หว่านหว่านใช้นิ้วลูบรอยหมึกเบา ๆ
ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมสั่นไหวขึ้นมาเพียงชั่วครู่ เหมือนเคยเห็นสัญลักษณ์ลักษณะนี้ที่ไหนสักแห่ง
แต่พยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก
ภาพในความทรงจำขาดหายเป็นช่วง ๆ ราวกับเจ้าของร่างเดิมตั้งใจปิดบังบางอย่าง หรือไม่ก็ไม่มีเวลาเหลือมากพอจะทิ้งคำอธิบายไว้
“แปลก…”
“อะไรแปลกหรือเจ้าคะ”
มู่หว่านหว่านไม่ตอบทันที
นางมองสัญลักษณ์นั้นอีกครู่ ก่อนปิดฝาหีบลง
“ไม่มีอะไร แต่หีบใบนี้ห้ามใครแตะต้อง”
เสี่ยวชุนรีบพยักหน้า “เจ้าค่ะ”
“แล้วถ้วยชานั่นก็เหมือนกัน เก็บไว้ให้ดี อย่าล้าง อย่าทิ้ง และอย่าให้ใครรู้ว่าข้าสนใจมัน”
เสี่ยวชุนเริ่มทำหน้าตื่น
“คุณหนู หรือว่าท่านสงสัย…”
“ตอนนี้ข้ายังไม่มีหลักฐาน”
มู่หว่านหว่านตัดบทด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ยิ่งไม่มีหลักฐานก็ยิ่งห้ามพูด หากมีคนตั้งใจทำร้ายข้าจริง แล้วรู้ว่าข้ารอดมาได้แถมยังเริ่มสงสัย คนผู้นั้นอาจลงมือซ้ำ”
เสี่ยวชุนหน้าซีดเผือด รีบเอามือปิดปากตัวเองทันที
“บ่าวจะไม่พูดเจ้าค่ะ ต่อให้ถูกตีให้ตายก็ไม่พูด”
“ไม่ต้องถึงกับถูกตีให้ตาย แค่ปิดปากให้สนิทก็พอ”
“เจ้าค่ะ”
มู่หว่านหว่านถอนหายใจ ก่อนหันกลับมามองห้องอันเงียบเหงาอีกครั้ง
นางเพิ่งมาถึงโลกนี้ไม่ถึงหนึ่งวันก็พบว่าร่างที่ตนเข้ามาอยู่มีคนต้องการให้ตายเสียแล้ว
ไม่มีเงิน
ไม่มีอำนาจ
ไม่มีคนหนุนหลัง
สามีก็แทบไม่เคยชายตามอง
แถมยังมีฆาตกรที่ไม่รู้ว่าเป็นใครซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
ชีวิตใหม่ของนางช่างเริ่มต้นได้งดงามเหลือเกิน
คนอื่นทะลุมิติมาเป็นคุณหนูสูงศักดิ์ มีเงิน มีบ่าว มีสามีหล่อคอยตามใจ
ส่วนข้าได้เรือนท้ายจวนกับถ้วยชาต้องสงสัยหนึ่งใบ
สวรรค์ ท่านเลือกปฏิบัติไปหรือไม่
มู่หว่านหว่านถอนหายใจยาว
แต่เพียงครู่เดียวแววตาก็กลับมาเป็นประกาย
ช่างเถอะ ในเมื่อมาแล้ว จะให้นั่งรอความตายย่อมไม่ใช่นิสัยของนาง
อย่างแรกคือต้องเอาตัวรอดให้ได้
อย่างที่สอง นางต้องมีเงิน
เงินคือสิ่งที่ทำให้คนมีทางเลือก ไม่ว่าจะอยู่ยุคใดก็ไม่ต่างกัน
ความรู้เรื่องสมุนไพรและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรที่ติดตัวมาจากโลกเดิมยังอยู่ครบ หากสามารถหาวัตถุดิบได้ นางย่อมทำเครื่องหอม ถุงหอม หรือผลิตภัณฑ์อื่นออกมาขายได้
