บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 - 1

หยดน้ำกลางความแห้งแล้ง

ค่ำคืนอันหนาวเหน็บผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า เงาทะมึนที่ซุ่มซ่อนอยู่หลังโขดหินตีนเขาจับจ้องมองค่ายพักแรมอยู่พักใหญ่ ทว่าเมื่อเห็นจำนวนผู้อพยพนับร้อยชีวิตที่มีเวรยามผลัดเปลี่ยนกันเดินตรวจตราอย่างรัดกุม พวกมันจึงเร้นกายหายไปในความมืดก่อนรุ่งสาง เสิ่นซูเยว่ที่แสร้งหลับตาพิงล้อรถเข็นไม่ได้ลดการระวังตัวลงแม้แต่น้อย นางรู้ดีว่าคนพวกนี้เป็นดั่งฝูงไฮยีน่าที่เพียงแค่ถอยไปตั้งหลัก รอคอยจังหวะที่เหยื่อเหนื่อยล้าและแตกกลุ่ม

เมื่อแสงแรกแห่งวันใหม่สาดส่อง ขบวนผู้อพยพก็เริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง เข้าสู่วันที่สามของการเดินทางที่แสนทรหด ดวงตะวันสีเลือดแผดเผาแผ่นดินจนร้อนระอุประดุจเตาไฟ ต้นไม้ใบหญ้าสองข้างทางแห้งกรอบกลายเป็นสีน้ำตาล ฝุ่นผงสีเหลืองทองลอยคลุ้งตามจังหวะการย่ำเท้าของผู้คน คลุกเคล้ากับหยาดเหงื่อจนกลายเป็นคราบโคลนเกาะกรังตามใบหน้าและเสื้อผ้า

ยิ่งเดินทางไกลออกไป สภาพการณ์ก็ยิ่งน่าเอน็จอนาถ เสบียงอาหารที่พกติดตัวมาเริ่มร่อยหรอ แต่สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือ น้ำกระบอกไม้ไผ่ของหลายครอบครัวว่างเปล่ามาตั้งแต่เมื่อวานเย็น

ช่วงยามเว่ย เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นเบื้องหน้า ขบวนที่กำลังเดินทอดน่องด้วยความอ่อนล้าหยุดชะงักลง ชาวบ้านหลายคนรีบวิ่งกรูไปข้างหน้าด้วยความหวัง ทว่าสิ่งที่รออยู่กลับทำให้ทุกคนแทบจะล้มทั้งยืน

ลำธารสายหลักที่ผู้ใหญ่บ้านตั้งความหวังว่าจะได้แวะพักเติมน้ำ บัดนี้เหือดแห้งจนเห็นเพียงก้นบ่อดินแตกระแหง เหลือเพียงแอ่งน้ำขุ่นคลั่กขนาดเท่าชามอ่างบริเวณซอกหินเท่านั้น

ความกระหายน้ำที่สะสมมาหลายวันทำให้ผู้คนขาดสติ ชาวบ้านตาลุกวาวราวกับสัตว์ป่า พวกเขาพุ่งเข้าแย่งชิงน้ำบ่อเล็กๆ นั้นจนเกิดการผลักไสและลงไม้ลงมือ เสียงด่าทอ เสียงสบถ และเสียงเด็กร้องไห้ดังระงมไปทั่วบริเวณ บุรุษร่างใหญ่คนหนึ่งถึงกับคว้าท่อนไม้ฟาดเข้าที่ศีรษะของเพื่อนบ้านเพื่อแย่งชิงน้ำสีโคลนเพียงครึ่งกะลา เลือดสดๆ ไหลอาบหน้าผสมกับน้ำโคลนจนดูน่าสยดสยอง

หวังซื่อที่พยายามจะมุดเข้าไปตักน้ำให้ลูกชายถูกคนผลักกระเด็นล้มก้นจ้ำเบ้า นางได้แต่นั่งทุบดินด่าทอฟ้าดินและแช่งชักหักกระดูกผู้คนที่แย่งน้ำของนางไป ส่วนโจวต้าซานและโจวเอ้อร์หลางก็ถูกเบียดจนกระเด็นออกมาเช่นกัน สภาพของครอบครัวใหญ่ตระกูลโจวเวลานี้ดูไม่ได้เอาเสียเลย

เสิ่นซูเยว่ไม่ได้ขยับเข้าไปร่วมวงแย่งชิง นางยืนจับด้ามรถเข็นอยู่ห่างๆ มองภาพความโกลาหลด้วยสายตาเย็นชา ในยุคข้าวยากหมากแพงและกลียุค สันดานดิบของมนุษย์ย่อมเผยออกมาให้เห็นอย่างน่าเกลียดชังที่สุด

หญิงสาวหันกลับมามองก้อนแป้งน้อยทั้งสองที่นั่งกอดกันอยู่บนเกวียน ใบหน้าของเสี่ยวอันแดงก่ำเพราะความร้อน เด็กชายพยายามกลืนน้ำลายที่ไม่มีอยู่จริงเพื่อบรรเทาความเจ็บคอ ส่วนหนิงหนิงนอนซบหน้าอยู่กับเข่า ริมฝีปากเล็กๆ ที่เคยจิ้มลิ้มบัดนี้แห้งผากแตกเป็นขุยจนมีเลือดซึมออกมาเป็นหย่อมๆ

"ท่านแม่ หนิงหนิงกระหายน้ำ" เสียงเล็กแหบพร่าเอ่ยบอกอย่างน่าสงสาร ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่แทบจะระเหยไปกับความร้อน

หัวใจของคนเป็นแม่กระตุกวูบ เสิ่นซูเยว่เอื้อมมือไปลูบศีรษะบุตรสาวแผ่วเบา ความจริงในมิติวิเศษของนางมีน้ำดื่มสะอาดมากมาย ทว่าหากนางหยิบออกมาให้ลูกดื่มท่ามกลางสายตาคนนับร้อยที่กำลังฆ่ากันเพื่อน้ำขุ่นๆ ครึ่งกะลา ครอบครัวของนางคงถูกฝูงชนรุมทึ้งจนกระดูกก็ไม่เหลือทิ้งไว้เป็นแน่ นางจำเป็นต้องหาข้ออ้างและสถานที่ที่มิดชิดกว่านี้

สายตาคมกริบของเสิ่นซูเยว่กวาดมองไปรอบบริเวณ ก่อนจะสะดุดเข้ากับดงไผ่ทึบที่ขึ้นเบียดเสียดกันอยู่ตรงตีนเขาอีกฝั่งหนึ่ง แม้ใบไผ่จะเหลืองกรอบ แต่ความหนาแน่นของมันก็พอจะใช้บดบังสายตาผู้คนได้

"ฉางเฟิง..." เสิ่นซูเยว่หันไปกระซิบบอกสามี "ข้าจะลองเข้าไปหาแหล่งน้ำในดงไผ่ทางนั้น เผื่อจะมีตาน้ำซึมอยู่บ้าง"

โจวฉางเฟิงที่ยืนพิงด้ามรถเข็นอยู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ชายหนุ่มมองดงไผ่ที่ดูแห้งแล้งไม่ต่างจากบริเวณอื่น แล้วหันมองกลุ่มคนที่กำลังตีกันแย่งน้ำแอ่งเล็กๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel