
พกมิติห้างสรรพสินค้า พาครอบครัวหนีภัยสงคราม
บทย่อ
เมื่อเสิ่นซูเยว่ สายลับสาวระดับพระกาฬแห่งยุคปัจจุบัน ต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างของสตรีผู้อ่อนแอในยุคโบราณที่เต็มไปด้วยสงครามและความอดอยาก เปิดฉากมาก็เจอดี! นางต้องรับบทแม่ของก้อนแป้งน้อย แฝดชายหญิงที่กำลังหิวโซ ซ้ำยังมีสามีเป็นอดีตทหารทะลวงฟันที่ขาพิการจนหมดประโยชน์ ทำให้ถูกครอบครัวสามีจอมปลิงดูดเลือดทอดทิ้ง ขับไล่ไสส่งให้ไปรอความตายกลางพายุหิมะที่เชิงเขารกร้าง! แต่คนอย่างเสิ่นเยว่มีหรือจะยอมก้มหัวให้โชคชะตา? ตัดขาดครอบครัวเนรคุณ? ทำเลย! แยกบ้านไปอยู่ดินแดนรกร้าง? ย่อมได้! เพราะสวรรค์ไม่ได้ส่งนางมาสู้ชีวิตมือเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้า ที่เต็มไปด้วยเสบียงอาหาร ยารักษาโรค และของวิเศษล้ำยุคมาให้ด้วย! ในเมื่อคนตระกูลโจวเห็นพวกเขาเป็นตัวถ่วง นางก็จะใช้สองมือนี้ปั้นดินให้เป็นดาว รักษาขาให้สามี ขุนลูกแฝดให้จ้ำม่ำแก้มยุ้ย และเนรมิตกระท่อมผุพังให้กลายเป็นคฤหาสน์ที่มั่งคั่งและปลอดภัยที่สุดในแดนเหนือให้ดู! “วันหน้าหากพวกท่านซมซานกลับมาทวงความกตัญญู... ก็เตรียมตัวรับหน้าไม้และคำตอกหน้าหงายกลับไปได้เลย!” เตรียมพบกับปฏิบัติการฟาดหน้าญาติจอมละโมบอย่างมีชั้นเชิง และการสร้างครอบครัวสุดอบอุ่นของฮูหยินสายลับ ที่จะทำให้นักอ่านทั้งสะใจและยิ้มตามจนแก้มปริ!
บทนำ - 1
ตื่นกลางกลียุค
ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วตั้งแต่ท้ายทอยทะลุขึ้นมากลางกระหม่อม ราวกับมีใครนำลิ่มเหล็กเย็นเฉียบมาตอกอัดลงไปกลางสมอง เปลือกตาทั้งสองข้างหนักอึ้งจนแทบขยับไม่ได้ กลิ่นเหม็นไหม้ของควันไฟคลุกเคล้ากับกลิ่นคาวคละคลุ้งของดินเถื่อน ความอับชื้น และกลิ่นเน่าเปื่อยคล้ายซากศพลอยปะทะจมูกจนชวนให้คลื่นเหียน
เสิ่นซูเยว่ขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณระแวดระวังภัยที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกของอดีตสายลับระดับพระกาฬแห่งองค์กรลับ ทำให้หญิงสาวพยายามฝืนลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก
ตามหลักแล้ว เบื้องหน้าของเธอสมควรเป็นเพดานสีขาวสะอาดตาของห้องพยาบาลในศูนย์บัญชาการลับ หรือไม่ก็ซากปรักหักพังของอาคารวิจัยที่เพิ่งถูกระเบิดถล่มไปพร้อมกับเธอในภารกิจสุดท้าย ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาในยามนี้ กลับเป็นหลังคามุงหญ้าคาสีคล้ำที่ผุพังจนเห็นแสงสลัวของท้องฟ้าลอดผ่านลงมาเป็นลำ หยากไย่และใยแมงมุมจับตัวหนาเตอะตามมุมเสาไม้เก่าคร่ำคร่าที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดยามลมกรรโชก ลมหนาวพัดโกรกผ่านรอยแยกของผนังดินเข้ามาไม่ขาดสาย จนร่างที่นอนอยู่บนเตียงดินแข็งกระด้างเย็นเฉียบสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
‘สวรรค์ นี่มันเรื่องบ้าอันใดกัน’
เสิ่นซูเยว่สบถในใจ เธอพยายามหยัดกายลุกขึ้นนั่งตามความเคยชิน ทว่าแขนขาที่เคยเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อปราดเปรียวกลับอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงราวกับปุยนุ่น พริบตาที่เธอฝืนขยับตัว ความทรงจำแปลกปลอมสายหนึ่งก็ไหลทะลักเข้าสู่สมองราวกับเขื่อนแตก
ภาพเหตุการณ์มากมายที่ไม่ใช่ของเธอหลั่งไหลเข้ามาตีรวนในหัว จนหญิงสาวต้องยกมือที่ผอมแห้งราวกับกิ่งไม้ขึ้นกุมขมับ กัดริมฝีปากที่แห้งแตกเป็นขุยแน่นเพื่อกลั้นเสียงครางในลำคอ
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ความสับสนอลหม่านในหัวจึงค่อยๆ ตกตะกอน เสิ่นซูเยว่ลดมือลง ก้มมองฝ่ามือหยาบกร้านที่เต็มไปด้วยรอยแผลเล็กๆ และเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบสีหม่นที่ปะชุนจนแทบไม่เหลือเนื้อผ้าเดิม ความจริงอันน่าตื่นตะลึงปรากฏชัดแจ้งในจิตสำนึก
ร่างกายของเธอในโลกยุคปัจจุบันแหลกสลายไปพร้อมกับแรงระเบิดนั้นแล้ว ส่วนสถานที่ที่เธอลืมตาตื่นขึ้นมานี้ คือยุคโบราณที่ไม่มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์หน้าใดที่เธอรู้จัก
เจ้าของร่างเดิมนี้มีนามว่าเสิ่นซูเยว่เช่นเดียวกับเธอ อายุเพิ่งจะยี่สิบสองปีเต็ม ทว่ากลับมีชะตาชีวิตที่รันทดหดหู่จนน่าสมเพช หญิงสาวผู้นี้แต่งงานเข้ามาเป็นสะใภ้ในตระกูลโจวแห่งหมู่บ้านหูหยาง เป็นภรรยาของบุตรชายคนที่สามนามว่า โจวฉางเฟิง อดีตทหารที่โชคดีรอดชีวิตกลับมาจากสมรภูมิรบชายแดน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยบาดแผลฉกรรจ์ที่ขาซ้ายจนเดินกะเผลก
แม้ผู้เป็นสามีจะรักใคร่และพยายามปกป้องภรรยากับลูกเพียงใด แต่เมื่อเสาหลักของบ้านสามกลายเป็นคนพิการ กอปรกับนิสัยหัวอ่อน ขี้ขลาด และไม่กล้าสู้คนของเจ้าของร่างเดิม จึงมักถูกแม่เฒ่าโจวและหวังซื่อ สะใภ้ใหญ่ของบ้านโขกสับกดขี่ข่มเหง แย่งชิงปันส่วนอาหารและใช้งานเยี่ยงทาสอยู่เป็นนิจ
ยิ่งในยามนี้ สถานการณ์ภายนอกเลวร้ายถึงขีดสุด ภัยแล้งคุกคามแคว้นติดต่อกันมาหลายปีจนผืนดินแตกระแหง ซ้ำร้ายกองทัพศัตรูยังก่อการจลาจล ตีกระหนาบปล้นสะดมเมืองใกล้เคียงเข้ามาเรื่อยๆ จนชาวบ้านต้องเตรียมตัวทิ้งถิ่นฐานหนีตาย
เสบียงอาหารอันน้อยนิดในตระกูลโจวถูกรวบรวมเพื่อเตรียมเดินทาง ทว่าแม่เฒ่าโจวและสะใภ้ใหญ่กลับแอบกวาดเสบียงทั้งหมดไปซุกไว้ที่เกวียนของบ้านใหญ่ ทิ้งให้บ้านสามที่มีเพียงบุรุษขาพิการ สตรีขี้โรค และเด็กเล็กวัยสามขวบอีกสองคนต้องเผชิญชะตากรรมตามยถากรรม
เจ้าของร่างเดิมทนความหิวโหยที่กัดกินกระเพาะและความหวาดกลัวต่อภัยสงครามไม่ไหว ล้มป่วยด้วยพิษไข้สูงเพียงสามวันก็ตรอมใจสิ้นลมหายใจไปอย่างเงียบงันบนเตียงเตาที่เย็นชืด ทิ้งร่างเนื้อที่ใกล้พังทลายนี้ให้เธอได้เข้ามาสวมรอยมีชีวิตต่อ
