แผ่นหลังอันอบอุ่น
วันนี้เป็นวันศุกร์ทำให้ที่ร้านลูกค้าค่อนข้างเยอะกว่าวันปกติเล่นเอาฉันทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย เมื่อถึงเวลาเบรคฉันก็ถือข้าวขึ้นมากินบนดาดฟ้าเช่นทุกวัน ฉันนั่งกินข้าวพร้อมกับมองวิวแสงสีพร้อมกับเสียงเพลงที่เป็นภาพซ้ำ ๆ เสียงเพลงเดิม ๆ ด้วยอารมณ์เหนื่อยหน่าย
แต่สักพักฉันก็ได้กลิ่นควันบุหรี่ลอยมาแตะจมูกจนทำให้ต้องหันไปมอง และก็เป็นอย่างที่ฉันคิดพี่สามภพเดินขึ้นมาสูบบุหรี่บนดาดฟ้าเหมือนเมื่อวานอีกตามเคย แต่ต่างจากเมื่อวานตรงที่วันนี้เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงกลางดาดฟ้าที่ห่างจากฉันไม่ไกลนักพร้อมกับเสียงเพลงที่เปิดดังก้องออกมาจากโทรศัพท์ของเขา ฉันเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจอยู่สักพักจนจับใจความได้ว่าเนื้อหาเพลงนี้มันเป็นทำนองแบบให้กำลังใจ
ฉันเผลอมองจ้องแผ่นหลังอบอุ่นที่ได้กอดเมื่อคืนอย่างลืมตัว ทำไมเห็นแล้วมันอยากจะพุ่งตัวไปกอดอีกก็ไม่รู้ และอยู่ ๆ แผ่นหลังใหญ่ก็ขยับเคลื่อนไหวช้า ๆ เขาหันหลังให้วิวบนดาดฟ้าแล้วหันหน้ากลับมามองฉันพร้อมกับพ่นควันออกมา โอ้ยหล่อโคตร ๆ
“เอ่อ...ณาราขอโทษนะคะที่ทำให้พี่ต้องโดนเพื่อนแซว”
ฉันดึงสติกลับมาได้ก็รีบพูดบอกเขา....ท่าทางตอนที่อยู่ในห้องเขาดูจะอึดอัดใจอยู่ไม่น้อยเลย
“ทำไมชอบขึ้นมากินข้าวคนเดียว”
ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ใส่ใจกับคำขอโทษของฉันแต่ดันถามคำถามกลับมาแทน
“ณาราชอบมาสูดอากาศบริสุทธิ์ ลมมันเย็นดีค่ะทำให้ณาราสบายใจ”
ฉันตอบไปอย่างไม่คิดอะไรแต่เหมือนจะเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้
“เอ่อ..ณาราไม่ได้จะว่าพี่สามภพนะคะ พี่สูบได้ตามสบายเลยค่ะ”
ฉันมันคนซื่อคิดอะไรก็พูดออกไปแบบนั้นมันเบรกไม่ทันจริง ๆ
“สบายใจ....กินข้าวไปถอนหายใจไปแบบนี่น่ะเหรอ”
คำพูดเขาทำเอาฉันเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าเขาจะได้ยินเสียงถอนหายใจของฉันด้วย
“คนที่ชอบอยู่คนเดียวมักจะมีเรื่องทุกข์อะไรบางอย่างในใจ แต่ถึงเรื่องนั้นมันจะทำให้เธอเศร้าแค่ไหน เธอก็จงจำเอาไว้ว่าบนโลกนี้ไม่ได้มีแค่เธอที่ทุกข์อยู่คนเดียว”
“คะ??”
นั่นมันคือคำปลอบโยนใช่มั้ย หรือเพราะเราสองคนมีสตอรี่เศร้า ๆ อยู่ภายในใจเหมือนกันเลยทำให้เขามองเรื่องราวภายในใจฉันออกอย่างนั้นหรือเปล่านะ
“ปกติฉันไม่ชอบพูดอะไรยาว ๆ ถ้าจะให้พูดใหม่อีกรอบฉันจำไม่ได้หรอกนะ”
เขาพูดจบก็เดินตรงเข้ามาหาฉันพร้อมวางของบางอย่างลงบนโต๊ะ
“ทาซะจะได้ไม่บวม”
เขาจ้องมองหน้าฉันบริเวณที่ถูกตบอยู่ชั่ววิหนึ่งก่อนจะเดินลงจากดาดฟ้าไป ฉันหยิบของที่เขาวางขึ้นมาดูก็พบว่ามันคือยาทาแก้ฟกช้ำ ทำให้ฉันต้องรีบยกมือขึ้นลูบแก้มบริเวณที่โดนตบเมื่อคืนอย่างแปลกใจ เอ๊ะ! ตอนนี้หน้าฉันมันก็ไม่ได้บวมขนาดนั้นสักหน่อยทำไมเขาถึงรู้ว่าฉันโดนอะไรมากันล่ะ
ฉันมองตลับยาแล้วเผลอยิ้มให้มันอยู่หลายนาที ก่อนจะสะบัดหัวตัวเองเพื่อเรียกสติกลับมา
“แกมันจะมีความรักไม่ได้ยัยณารา แกมันตัวซวยแกรักใครคนนั้นก็จะต้องตาย...เห้อ”
ฉันมักพูดคำนี้เพื่อย้ำเตือนตัวเองเสมอ ทำให้ฉันไม่เคยมีแฟนกับเขาสักที
3 อาทิตย์ ต่อมา.....
ช่วงนี้ร้านเหล้าที่ฉันทำงานมีลูกค้าใหม่เพิ่มเข้ามาเป็นจำนวนมาก อาจจะเป็นเพราะตั้งแต่จ้าวงMarvelous SKT ให้มาเล่นเป็นประจำก็ว่าได้ มันก็คงไม่แปลกเพราะพวกเขาทั้งหล่อและมากความสามารถกันซะขนาดนั้น สาว ๆ หน้าเดิมนี่มากันหลายคืนติด ๆ เลยก็มี
และเวลาพักฉันก็ยังคงเจอพี่สามภพขึ้นมาสูบบุหรี่ พร้อมกับเปิดเพลงให้กำลังใจชีวิตอะไรทำนองนั้นเสมอ ฉันฟังแล้วก็ผ่อนคลายเหมือนได้รับกำลังใจไปด้วยอยู่เหมือนกัน เอาจริงๆ ฉันแทบจะหายเหนื่อยเพียงแค่ได้เห็นแผ่นหลังใหญ่ที่ดูอบอุ่นของเขา จนบางทีแทบอยากจะแกล้งเมาแล้วพุ่งเข้าไปกอดมันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
แม้เขาจะยืนอยู่ไม่ไกลกันสักเท่าไร...แต่ในความเป็นจริงฉันกับเขามันช่างห่างไกลกันเหลือเกิน
เขามักจะไม่พูดอะไรแต่พอจะเดินลงจากดาดฟ้าเขาจะหันมามองหน้าฉันแล้วส่งยิ้มที่มุมปากให้กัน แค่นั้นแล้วก็เดินจากไป มันเป็นภาพที่ฉันเห็นจนชินตามาตลอดใน 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา
แต่ในวันนี้เสียงเพลงที่ฉันได้ยินอยู่ทุกวันทำนองมันเริ่มเปลี่ยนไป ทันทีพี่สามภพเดินขึ้นมาบนดาดฟ้ามือหนาก็เลื่อนสไลด์เปิด ‘เพลงไม่บอกเธอ ของ Bedroom Audio’
ทำเอาฉันถึงกับขมวดคิ้วว่าวันนี้เขามาอารมณ์ไหน หรือไปแอบรักใครเข้ากันนะ พอเพลงจบฉันก็ทำทีเอ่ยปากแซวเขา
“ถ้าเราเริ่มรู้สึกรักใครสักคนแม้เพียงหนึ่งวันนั่นก็นับว่าคือความรัก แม้จะดูเร็วไปที่จะสารภาพรักแต่ก็ยังดีกว่าที่มันจะสายไปนะคะ”
“......”
“คนเรามีชีวิตอยู่ไม่ถึงร้อยปีนะคะพี่สามภพ ถ้ารักต้องรีบบอกค่ะ”
แม้ปากฉันจะพูดให้กำลังใจเขาไปอย่างนั้น แต่ในใจฉันมันกลับรู้สึกหน่วง ๆ ยังไงก็ไม่รู้ และวันนี้ก็เป็นฉันเองที่เป็นฝ่ายเดินลงมาจากดาดฟ้าก่อนพี่สามภพเป็นครั้งแรก ทำไมถึงได้รู้สึกอกหักทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อยหรือว่า....ฉันจะตกหลุมรักเจ้าของแผ่นหลังนี้เข้าให้แล้ว
