ผู้หญิงของสามภพ

110.0K · จบแล้ว
ตระกูลมาร์
62
บท
719
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

มือกีตาร์สุดฮอตผู้ไร้หัวใจแต่ดันแพ้ทางให้กับเด็กสาวผู้ที่พบเจอแต่ความโชคร้าย

18+นิยายรักโรแมนติกนิยายรักวงบันเทิงรักหวานๆ

การเจอกันครั้งแรก

‘มือกีตาร์วงใหม่ท่าทางจะหล่อตรงปกเหมือนกันนะเนี่ย’

ฉันหรี่ตาจ้องมองร่างสูงที่กำลังยืนหันหลังพ่นควันบุหรี่ปุ้ย ๆ อยู่ริมดาดฟ้าอีกมุมหนึ่งไม่ไกลกันมากนัก ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่เห็นเขาจากด้านหลังฉันจะจำเขาได้ในทันที แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรนักหรอกเพราะพี่มิ้นเปิดรูป วงMarvelous SKT ทางเพจเฟสบุ๊คให้ฉันดูเป็นรอบที่ล้านเห็นจะได้ แล้วคนหัวทอง ๆ นี่ก็คือมือกีตาร์ผู้เป็นที่มาของอักษรย่อตัว S ไม่ผิดแน่

ปกติดาดฟ้านี้ไม่มีใครขึ้นมาหรอกนอกจากฉัน เพราะเส้นทางจากชั้นล่างกว่าจะถึงชั้นบนมีแต่ของรกรุงรังและที่ฉันขึ้นมาก็เพื่อมานั่งพักกินข้าวพร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ แต่ตอนนี้เริ่มจะไม่บริสุทธิ์เพราะกลิ่นบุหรี่ของเจ้าของผมสีทองที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันนี่แหละ

แต่พูดไปก็เดี๋ยวจะทะเลาะกันเสียเปล่า ๆ ฉันไม่สันทัดกับการมีเรื่องมีราวอะไรกับใครนักเอาจริง ๆ คือหน่อมแน้มมาก ฉันเลยได้แต่นิ่งแล้วเบี่ยงตัวหันไปอีกทางพร้อมตักข้าวกินให้ไวกว่าเดิม เรื่องหยุมหยิมแค่นี้ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกแย่เท่าเรื่องราวในชีวิตที่ฉันกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้หรอก เพียงแค่คิดคำพูดของพ่อก็ลอยเข้ามาในโสตประสาทแทบจะทันที

“มึงมันตัวซวย ใครรักมึงก็ต้องตายทุกคน......มึงเกิดมาก็ทำให้เมียกูตาย พอมาอยู่กับพี่สาวกูมึงก็ทำให้พี่กูตาย”

นี่คือคำพูดของผู้เป็นพ่อบังเกิดเกล้าที่ชอบพูดแบบนี้ตลอดทุกครั้งที่เขาเมา และนี่คงเป็นเหตุผลที่เขาไม่รักฉันเพราะคงกลัวตัวเองจะตายเหมือนแม่กับป้า

“วันนี้มึงได้ทิปมาเท่าไร เอามาแบ่งกูด้วย”

เสียงของแม่เลี้ยงลอยตามเสียงพ่อมาติด ๆ พวกเขาเห็นฉันเป็นแค่เครื่องจักรหาเงินตัวหนึ่งเท่านั้น

ขอแนะนำตัวก่อน ฉันชื่อ ‘ณารา’ อายุ22ปี เรียนอยู่มหา’ ลัยปี2 คณะนิเทศศาสตร์ วันที่ฉันเกิดคือวันที่แม่ฉันตกเลือดตาย ทำให้ป้าที่เป็นพี่สาวของพ่อต้องรับไปเลี้ยงเพราะพ่อบอกว่าฉันมันตัวซวย ฉันอยู่กับป้าจนถึงอายุ18 ป้าก็เป็นเบาหวานเสียไปอีกคน เลยต้องกลับมาอยู่กับพ่อตัวเองที่ขี้เมาและมีแม่เลี้ยงที่ติดการพนัน ชีวิตโคตรจะดีเลยว่ามั้ย?

ฉันสมัครงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านThe Lucky Music Bar แม้กลางคืนฉันจะทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟร้านเหล้าแต่กลางวันฉันก็ไปเรียนมหา’ ลัยตามปกติเหมือนเพื่อนรุ่นเดียวกัน แค่ต่างกันตรงที่ฉันไม่เคยมีใครซัพพอร์ตเลยต้องปากกัดตีนถีบตั้งแต่ป้าฉันตาย

ฉันตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปากแล้วรีบดื่มน้ำตามพร้อมกับถอนหายใจออกไปเฮือกใหญ่อย่างลืมตัวว่าวันนี้ไม่ได้นั่งอยู่คนเดียวเช่นทุกวัน

ร่างสูงค่อย ๆ ขยับตัวหันกลับมาทำให้ฉันต้องเบนสายตามองไปยังดวงตาคู่สีฟ้าแวววาว แสงสีจากไฟของร้านผับบาร์ซอยสายลมสาดเข้าที่ใบหน้าหล่อของเขาอย่างจัง ข้างหลังก็ว่าดูดีแล้วแต่พอได้เห็นข้างหน้าเขาแบบเต็มตาก็ยิ่งดูดีไปกันใหญ่ ร่างสูงผมสีทองเจ้าของดวงตาสีฟ้าจมูกโด่งเป็นสัน เพียงแค่ดูก็รู้ว่าเป็นลูกครึ่งกำลังมองสบตาฉันนิ่งอย่างเงียบ ๆ ทำให้ฉันคิดไปถึงคำพูดของพี่มิ้นเพื่อนร่วมงานคนสนิทที่เพิ่งจะพรีเซนท์มือกีตาร์ของวงนี้ให้ฉันฟังไปเมื่อตอนหัวค่ำ

“ณาราวันนี้วงMarvelous SKTมาเล่นร้านเราเป็นวันแรกแล้วนะ”

“หืม...พี่อ้อนคุณติณให้จ้างวงนี้มาจนได้เลยสิเนี่ย”

คุณติณคือเจ้าของร้าน The Lucky Music Bar ที่ฉันทำงานอยู่ ฉันเช็ดแก้วที่บาร์ไปฟังพี่มิ้นพูดไป

“ก็นิดหน่อยน่า เห็นพี่ติณบอกว่าถ้าคืนนี้เรียกลูกค้าเข้าร้านเกิน70%ของวงอื่นก็จะจ้างยาวเลย”

ดูท่าจะได้จ้างยาวจริง ๆ แหละก็เล่นหล่อทั้งวงซะขนาดนี้

“เดี๋ยวพี่จะพาเราไปรู้จักที่มาของวงนี้นะ”

ติ่งตัวแม่กระแอมไอขึ้นก่อนจะสาธยายราวกับจะชวนฉันเข้าร่วมสาวกอะไรสักอย่าง

“คำว่า Marvelous แปลเป็นไทยว่ามหัศจรรย์ และอักษรSKT ก็คือชื่อของพวกเขาทั้งสามคน เท่ห์สุด ๆ ไปเลยนะว่ามั้ย”

มหัศจรรย์อย่างนั้นเหรอ....

“นี่คนนี้นักร้องนำเจ้าของอักษรย่อตัว K ชื่อคีตะหล่อขี้เล่นอารมณ์ดี น่ารักมากอ่ะฉันจองนะคนนี้”

พี่มิ้นพูดไปยิ้มไปนิ้วมือก็ชี้ไปที่คนถือไมค์ ก็หล่อจริงๆ อย่างเขาว่าผมสีเทาสไลด์ทรงทูบล็อกหน้าตาหวานปากบางจิ้มลิ้มจมูกโด่งรับกับหน้าเรียวพอเหมาะพอเจาะ

“ส่วนคนนี้เจ้าของอักษรย่อตัว T มือกลองชื่อไต้ฝุ่น...หล่อเนอะแต่เจ้าชู้ประตูดินสุด ๆ ไม่เป็คอ่ะขอผ่าน”

ขณะที่ฉันได้แต่ส่ายหัวไปมากับคำบรรยายของพี่สาวคนสนิทพลางมองตามนิ้วมือที่เลื่อนไปชี้คนที่ตีกลองอยู่ด้านหลัง ผู้ชายคนนี้ดูหล่อเซอร์ผิวขาวผมสีดำซอยกระเซิงยาวระต้นคอ คิ้วหนาเป็นปลิงดูแบด บอยกร้าวใจ ดูท่าจะเจ้าชู้อย่างที่พี่มิ้นพูดจริง ๆ นั่นแหละ

“อ่ะคนสุดท้าย...คนนี้เจ้าของอักษรย่อตัว S ชื่อสามภพมือกีตาร์ เป็นลูกครึ่งไทยเยอรมันดวงตาสีฟ้าเซ็กซี่เป็นบ้าเลยดูสิ”

อืมเป็นลูกครึ่งแต่ชื่อไท้ยไทย ส่วนนักร้องนำหน้าไท้ยไทยแต่ชื่อดันลูกครึ่งวงนี้จะว่าไปก็ดูแปลก ๆ อยู่นะ

ฉันหยุดสายตาจ้องมองมือกีตาร์อย่างแปลกใจ ทำไมภายใต้หน้าตาที่ดูหล่อเหลาของเจ้ามือกีตาร์นั่นช่างดูไม่มีความสุขเอาเสียเลย สีหน้าเรียบนิ่งที่เหมือนพร้อมจะพลีชีพบวกกับดวงตาคู่ฟ้าที่ดูเศร้าหมองของผู้ชายหัวทองคนนี้มันดูสิ้นหวังเสียจนฉันรู้สึกได้

“แต่เข้าถึงยากมาก ตั้งแต่คนรักเขาตายไปเขาก็ไม่เคยมีความรักอีกเลยพูดก็น้อยแถมไม่เคยยิ้มเลยด้วยซ้ำ ถ้าใครคิดจะชอบคนนี้นะคงรอจนแก่แหละกว่าเขาจะรับรักเผลอ ๆ อาจจะชาติหน้า”

คำอธิบายร่ายยาวของคนตรงหน้าทำเอาเรื่องที่ฉันสงสัยเมื่อครู่ถึงกับกระจ่างแจ้งในทันที

กลับมาที่ดาดฟ้า ฉันกระพริบตาถี่ ๆ ก่อนจะหลบแววตาเศร้าของเขาที่ยังคงจ้องมองฉันไม่เลิก จะว่าไปพอได้เห็นแววตาของเขาแบบตัวเป็น ๆ แล้วมันช่างดูเศร้าดูน่าสงสารกว่าในรูปเสียอีก

Rttt Rttt Rttt สายเรียกเข้าของพี่มิ้นทำเอาฉันหลุดออกจากภวังค์ ฉันรีบกดตัดสายทิ้งเพราะรู้ว่าเขาคงโทรมาตามให้กลับไปทำงานก่อนจะรีบลุกเดินผ่านเจ้าของอักษรย่อตัวSไปด้วยความประหม่าเพราะเขายังคงจ้องกันไม่เลิก