อาจารย์เสริมสุดหล่อ
---มหา’ ลัย คณะนิเทศศาสตร์---
วันนี้ฉันมาเรียนตามปกติโดยมียัยเพื่อนตัวดีทั้งสองคนของฉันโทรตามจิกกันรัว ๆ ว่าห้ามขาดวิชานี้โดยเด็ดขาดเพราะอาจารย์ที่มาสอนแทนในคาบก่อนหล่อมาก เห้อ...เพื่อนฉัน
คาบนี้เป็นวิชาผลิตสื่อที่อาจารย์ประจำชั้นสุดหล่อเป็นผู้สอน เขามีนามว่า ‘นักรบ’ อายุ40นิดๆ แต่ยังดูหนุ่มแน่นอปป้าเกาหลีเกาใจพอ ๆ กับเดือนของมหา’ ลัย และสถานที่เรียนคือห้องประชุมเล็กที่เป็นขั้นบันไดเหมือนในโรงหนัง หัวข้อที่สอนวันนี้คือการเลือกอารมณ์เพลงให้เข้ากับสถานการณ์
“เดี๋ยวแกคอยดูนะ ว่าจะหล่อลากไส้อย่างที่ฉันบอกมั้ย”
เนเน่เพื่อนสาวตัวจี๊ดของกลุ่มพูดไปตบแป้งไป
“อืมหล่อจริง แต่เขาไม่เอาแกหรอกไม่ต้องแต่งขนาดนั้น”
เบียร์เพื่อนสาวแสนห้าวสายบู๊คอยปกป้องเพื่อนผู้อ่อนแออย่างฉันไม่ให้มีใครมารังแกเอ่ยขัดเนเน่จนเธอต้องถลึงตาใส่ว่าให้หยุดพูด
อยู่ ๆ เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจก็เงียบลงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายก่อนจะมีเสียงกระซิบดังขึ้นจากเนเน่ที่นั่งขนาบอยู่ด้านขวาของฉัน
“นี่ไงแกอาจารย์มาแล้ว”
ฉันควานหาปากกาอยู่สักพักก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปตามที่เพื่อนบอกและก็ต้องตกใจจนลูกตาแทบจะทะลักออกจากเบ้า
“นั่นไง ฉันบอกแกแล้วว่าหล่อโคตร ๆ”
ใช่ หล่อโคตร ๆ แต่ที่ฉันตกใจคือนั่นมันพี่สามภพนี่นา ฉันเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นอาจารย์สอนที่นี่ด้วย
“พี่สามภพ”
“เอ๊ะ แกเรียกอาจารย์ว่าพี่เหรอ”
เบียร์ที่นั่งอยู่ด้านซ้ายก็เอี้ยวคอหันมาจ้องถามฉัน
“เดี๋ยวไว้เล่าให้ฟัง ให้พี่...เอ๊ยอาจารย์เช็คชื่อก่อน”
พี่สามภพเรียกชื่อเด็กทีละคนจนกระทั่ง...ถึงชื่อฉัน
“ณรินทร์ธิรา”
“มาค่ะ”
พี่สามภพเงยหน้ามองฉันเล็กน้อยแล้วกลับไปมองกระดาษต่อก่อนจะชะงักเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้แล้วเพ่งมองฉันใหม่อีกครั้ง
“ณรินทร์ธิราเหรอ”
“ค่ะ หนูเองค่ะอาจารย์”
ฉันยิ้มให้พี่สามภพแล้วเรียกสรรพนามเขาใหม่ให้เข้ากับสถานการณ์ในตอนนี้
พี่สามภพในเวอร์ชั่นอาจารย์หนุ่มนักดนตรีคือแตกต่างจากพี่สามภพที่ร้านเหล้ามาก ในห้องเรียนเขาดูช่างพูดช่างคุยและใช้สีหน้าหลากหลายมากกว่าตอนที่เขาเล่นกีตาร์ในร้านซึ่งจะนิ่ง ๆ ไม่ค่อยพูดและใช้สีหน้านิ่ง ๆ แค่หน้าเดียวเท่านั้น ฉันที่เพิ่งเคยเห็นเขาในมุมนี้มาก่อนทำเอาฉันละสายตาจากใบหน้าหล่อที่ขยับปากพูดไม่หยุดนั่นไม่ได้เลย
ชั่ววินาทีหนึ่งฉันเห็นภาพที่เขามักจะกระตุกยิ้มที่มุมปากบนดาดฟ้าส่งมาให้กันจนหัวใจฉันมันกระตุกวาบตามรอยยิ้มเขาไปด้วย ฉันโดนพี่สามภพตกเข้าด้อมไปอีกคนแล้วมั้งเนี่ย
“การบ้านในคาบนี้คือให้นักศึกษาทำวิดีโอพรีเซ้นเลือกเพลงที่เข้ากับความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ส่งกับอาจารย์นักรบในคาบหน้านะครับ”
“อ้าวอาจารย์สามภพจะไม่มาสอนแล้วเหรอคะ”
เพื่อนสาวในห้องคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยช่องเสียงสองทำฉันแทบเบ้ปากออกมา
เขาส่งยิ้มให้นักศึกษาคนนั้นอย่างสุภาพแล้วพูดออกมาสั้น ๆ แบบตัดบทซึ่งไม่ได้ตรงกับคำถามเลยสักนิด
“วันนี้พอแค่นี้นะครับ ทุกคนเลิกเรียนได้”
“ขอบคุณค่ะอาจารย์สุดหล่อ”
นักศึกษาสาวตะโกนแซวทำเอาบรรยากาศในห้องหลังเลิกเรียนครึกครื้นขึ้นมา แต่พี่สามภพก็ยังคง สเต็ปนิ่งไม่ไหวติงไม่ว่าจะที่มหา’ ลัยหรือร้านเหล้า เขาก็ไม่เคยหวั่นไหวกับคำแซวใด ๆ ต่อให้เป็นสาวสวยแค่ไหนเขาก็ไม่เล่นด้วย ใครได้พี่สามภพเป็นแฟนนี่คงโชคดีสุด ๆ ไปเลย
“อ่า ยกเว้นณรินทร์ธิรา มาหาอาจารย์ตรงนี้ก่อนนะ”
ฉันที่กำลังรอคิวจะเดินออกจากเก้าอี้ถึงกับต้องหันไปมองตามเสียง
“มีอะไรในก่อไผ่แหง ๆ ยัยณารานี่มันร้าย”
เนเน่แทรกหน้ามาวางคางเกยหัวไหล่ฉันแล้วส่งสายตาพิฆาตมาให้
“แต่ฉันเชียร์นะ”
ยัยเพื่อนตัวดีผลักฉันให้ลงบันไดมาหาพี่สามภพก่อนจะโบกมือลา
“พวกฉันจะไปรอที่โรงอาหาร”
เบียร์ยิ้มกริ่มแล้วเดินหันหลังไปพร้อมเนเน่
“ชื่อจริงเพราะดีนะ”
ทันทีที่ฉันเดินขึ้นเวทีไปหยุดตรงหน้าเขา อาจารย์เสริมสุดหล่อก็เอ่ยแซวออกมา
“ขอบคุณค่ะอาจารย์”
ประโยคหลังฉันเรียกเน้นคำอย่างเย้าแหย่ เขายักไหล่ทั้งสองข้างขึ้นแบบไม่รู้ไม่ชี้
“ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเรียนที่นี่ด้วย”
“ณาราก็ไม่เคยรู้เลยว่าพี่สอนที่นี่ด้วย”
“พี่มาสอนแทนพี่นักรบ เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องพี่น่ะ”
“แล้วจะมาสอนแทนนานแค่ไหนคะ”
“พี่สอนน่าเบื่อ?”
“อ๊ะไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ...”
“หึ”
เขาแค่นขำในลำคอกับท่าทีของฉันที่มักตั้งคำถามไม่ค่อยจะเป็นสักเท่าไร
“ตอนแรกว่าจะมาคาบนี้เป็นครั้งสุดท้าย....แต่เปลี่ยนใจละ”
“หืม....”
ฉันเอียงคอมองเขาด้วยสีหน้างง ๆ
“แล้วเสื้อผ้าเนี่ยไม่ฟิตไปหน่อยเหรอ กระโปรงมันดูสั้น ๆ ยิ่งกว่าที่ร้านเหล้าอีกนะ”
เขามองจ้องร่างกายฉันอย่างสำรวจจนฉันต้องรีบหันหลังให้
“อายอะไร....มากกว่านี้พี่ก็เห็นมาแล้วไม่ใช่รึไง”
คำพูดเขาทำฉันรีบหันหน้ากลับมาจ้องเขม็งด้วยความอับอายปนโมโหไปพร้อม ๆ กัน ฉันกะจะทำลืม ๆ มันไปแล้วแต่เขาดันขุดมันขึ้นมา กรี๊ดดดดดด ฉันทำหน้างอนจิ๊ปากสะบัดบ็อบหันหลังให้เขาพลางวิ่งหนีลงมาจากเวที แต่ก็ยังมิวายจะได้ยินเสียงหัวเราะอย่างชอบใจของเขาดังตามหลังมา
