ตอนที่9 เพลงกุญแจวิเศษ(ซิงเกิ้ลใหม่ของวง)
“ตาแกแล้วอาจารย์สาม”
อ.นักรบหลบให้พี่สามภพมานั่งแทนที่เขาไม่กี่อึดใจเพลงและภาพก็โผล่ขึ้นมาทางจอฉายมอนิเตอร์พร้อมกับไฟบนเวทีที่ดับลงอีกครั้ง
(เสียงเพลงดังขึ้นและฉันจำได้ว่าเสียงนี้คือเสียงของพี่คีตะนักร้องนำของวง ก่อนที่ภาพจะปรากฏนิ้วมือยาวกำลังนั่งดีดกีตาร์โดยไม่เห็นหน้า...ฉันดูก็รู้ทันทีว่านั่นคือมือของพี่สามภพ)
(พอถึงท่อนเนื้อร้องก็เป็นภาพของพี่คีตะถือไมค์ร้องเพลง โดยมีพี่สามภพดีดกีตาร์และพี่ไต้ฝุ่นนั่งตีกลองด้านหลัง)
จากที่คิดว่าตัวเองเป็นคนที่โชคร้าย
เพิ่งรู้ว่ามันไม่ใช่ ตั้งแต่วินาทีที่ได้พบเธอ
จากคนไม่สนใจใคร เธอกลับทำให้ใจหวั่นไหว
ไม่รู้เธอมีของวิเศษอะไรที่ทำให้ใจฉันเหมือนต้องมนต์ตรา
ประตูบานที่ปิดตาย เธอกลับไขกุญแจเข้ามาอย่างง่ายดาย หรือว่าเธอคือคนที่ฟ้านั้นส่งมา
(ท่อนฮุคนี้ภาพตัดเข้าที่ดวงตาของพี่คีตะ พี่ไต้ฝุ่น และพี่สามภพ บอกเลยว่าหล่อใจละลายมาก แต่ฉันเบนสายตามองคนบนเวทีก็เห็นว่าเขากำลังจ้องมองมาทางที่ฉันนั่งอยู่)
**หรือจะเป็นกุญแจวิเศษที่ฟ้านั้นมอบให้เธอ
ถ้าเธอได้ไขไปเจอเรื่องร้ายของฉันที่มันซ่อนลึกอยู่ข้างใน
เธอจะยอมแพ้มันไหมจะปล่อยมือทิ้งกันหรือเปล่า
เธอจะยอมรับตัวตนคนมีอดีตเลวร้าย
หรือจะคิดทบทวนอีกที ตอนนี้ยังไม่สายเกิน
(ท่อนนี้พี่คีตะเอามือกุมหัวใจพลางก้มหน้ามองที่หน้าอกตัวเอง ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นพร้อมคลายมือออก พี่คีตะส่งสายตาร้อนแรงมาที่กล้อง พร้อม ๆ กับที่หน้าอกปรากฏกุญแจดอกหนึ่งที่ปักลงตรงหัวใจที่เขาเอามือกุมเมื่อครู่)
แต่ถ้าเธอยืนยันจะใช้กุญแจวิเศษนั้นกับฉัน
ก็ขอให้เธอเตรียมใจแล้วกัน
เพราะรักของฉันทุกครั้ง......มันตั้งใจ
ทันทีที่เพลงนี้จบลงนักศึกษาต่างก็ปรบมือกันเกรียว
“เพลงนี้ชื่อว่ากุญแจวิเศษ เป็นเพลงใหม่ของวงMarvelous SKT ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะครับ”
พี่สามภพพูดแล้วโค้งหน้าลงเล็กน้อย
โธ่...ก็ไหนว่าจะมาส่งการบ้านให้ฉันไง ที่แท้ก็มาโปรโมทเพลงใหม่นี่เอง นี่ถ้าไม่พูดฉันก็เกือบจะเผลอเคลิ้มอยู่แล้วเชียวว่าเพลงนี้เขาคงตั้งใจแต่งมาให้ฉัน
“หืมแก....นี่อาจารย์สามภพเขาเป็นมือกีตาร์วงMarvelous SKT เหรอ”
เนเน่ยื่นมือถือที่เพิ่งเสิร์ทดูเอ่ยถามฉันขึ้น
“อืม”
“โอ้ยนักร้องนำหล่อมากเวอร์”
เนเน่พูดพร้อมทำสีหน้าคลั่งไคล้ ซึ่งก็ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวหรอกที่กำลังทำหน้าแบบนี้ ตอนนี้ เพื่อน ๆ ในห้องต่างก็หยิบมาถือมาเปิดดูแล้วฮือฮากันใหญ่ นั่นยิ่งทำให้ฉันกลับรู้สึกหวงชะมัดเลย
“แสดงว่าเขาไปเล่นร้านเหล้าที่แกทำงาน”
เบียร์หรี่ตาถามราวกับฉันเป็นผู้ต้องหา
“อืม” ฉันพยักหน้าตอบเพื่อนอย่างเสียไม่ได้
“ฉันว่าเขาสนใจแกแน่ ๆ”
เบียร์ทำหน้าคิดวิเคราะห์แยกแยะ พลางหันไปมองร่างสูงที่กำลังนั่งคุยกับอาจารย์นักรบอยู่บนเวที
“งั้นมือที่กำลังดีดกีตาร์ในคลิป อย่าบอกนะว่า.....เป็นของพี่สามภพ”
เนเน่ยกมือป้องปากทันทีที่ไขปริศนามือได้ เพื่อนจ๋าอย่าเพิ่งรุมฉันได้มั้ยฉันเขินจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว
“งั้นกีตาร์ตัวนั้นก็คือ....ของพี่สามภพ”
เบียร์กับเนเน่พูดแล้วมองหน้ากันก่อนจะหันมาจ้องฉันที่นั่งอยู่ตรงกลางอย่างไหล่ตกที่โป๊ะแตกจนได้
“อะ..อะไรของพวกแกเล่า เพ้อเจ้อ”
ฉันทำทีจะลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำอย่างกลบเกลื่อน แต่ยัยเพื่อนตัวดีกลับรั้งแขนกันเอาไว้
“แต่ดูท่าเขาก็น่าจะสนใจแกอยู่เหมือนกันนะ ดูสิเนเน่เขามองมาทางนี้อีกแล้ว”
เราสามคนมองไปตามที่เบียร์พูดก็เห็นว่าพี่สามภพมองมาจริง ๆ แต่เมื่อได้สบตากับดวงตาทั้ง 6 ข้างที่กำลังจ้องจับพิรุธของเขาอยู่ เขาก็รีบหลบสายตามองไปทางอื่นทันที
และไม่ใช่แค่เพื่อนฉันที่กำลังจับตาดูท่าทางของพี่สามภพแต่อาจารย์นักรบที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็มองตามทิศทางสายตาที่พี่สามภพลอบมองมาบ่อยครั้งเช่นกัน เขามองฉันและพี่สามภพสลับกันแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะตบไหล่เพื่อน ฉันเห็นอาจารย์ทำปากขมุบขมิบเหมือนแซวอะไรคนที่นั่งข้าง ๆ สักอย่างแต่ท่าทีของพี่สามภพค่อนข้างจะดูเสียอาการไม่น้อยเลย
“พรุ่งนี้หยุดพอดีเลย งั้นคืนนี้ฉันจะไปเที่ยวร้านแก”
เนเน่หันมายิ้มตาหยี
“เออ ฉันไปด้วย”
ทั้งคู่ตบมือไฮไฟท์กันข้ามหัวฉันพร้อมกับส่งรอยยิ้มพิฆาตให้กัน ทำเอาฉันรู้สึกขนลุกเกรียวขึ้นมาราวกับว่าคืนนี้มันจะต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ ๆ
“จะไปไหนกันเหรอ”
ฉันทั้งสามคนหันหน้าไปที่ต้นเสียงแล้วแทบอยากจะเบือนหน้าหนีทันควัน พออาจารย์ปล่อยปุ๊ปพวกเขาก็เดินเข้ามาปั๊ปเลยสินะ
“สวัสดีค่ะพี่พอร์ช”
พี่พอร์ชคือรุ่นพี่ปี4 ที่คณะ และเป็นหัวหน้าชมรมศิลปะที่พวกฉันอยู่
“ไม่เห็นน้องณาราจะเข้าชมรมบ้างเลย”
ชายหน้าเข้มผิวแทนเอ่ยพร้อมส่งสายตาหวานหยดเยิ้มมาให้ฉัน
พี่เขากำลังขายขนมจีบให้ฉันอยู่แม้ฉันจะปฏิเสธแค่ไหนแต่เขาก็ตื้อไม่เลิก เอาจริง ๆ เขาก็ถือว่าเป็นหนุ่มฮอตคนหนึ่งของคณะ แต่เขารุกฉันหนักเกินไปจนฉันกลัวและพยายามหนีหน้าแต่ก็ดันซวยได้มาอยู่ชมรมเดียวกันซะได้นี่สิ
“ช่วงนี้หนูยุ่ง ๆ ค่ะ”
ฉันอ้างไปอย่างนั้นก็ถ้าไม่มีพี่อยู่พวกหนูก็คงจะเข้านั่นแหละ
“แต่ถึงจะยุ่งแค่ไหน....”
“ไอ้ดีนเงียบ.....”
เขาเอ่ยปรามเพื่อนอีกคนที่กำลังจะพูดต่อว่าฉัน
“งั้นไม่ต้องเข้าประชุมก็ได้ค่ะ สำหรับหนูพี่ให้สิทธิพิเศษ”
สายตาจิ้งจอกมองมาที่ฉันอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมยื่นโทรศัพท์มาให้ฉันแอดไลน์เขา ทำให้ฉันต้องลอบกลืนน้ำลายฝืด ๆ ลงคอสายตาล่อกแล่กของฉันกำลังส่งไปหาเพื่อนอย่างขอความช่วยเหลือและเป็นจังหวะเดียวกับที่สบตากับคนบนเวทีที่นั่งกอดอกนิ่งจ้องมองมาทางฉัน
“เอ่อคือ...”
“ก็พี่จะได้แจ้งข่าวสารชมรมผ่านทางไลน์ไงคะ”
“งั้นเอาของนีออนไปด้วยนะคะพี่พอร์ช”
นีออนเพื่อนร่วมชั้นสุดฮอตของฉันคว้าโทรศัพท์ออกจากมือพี่พอร์ชอย่างไว เธอไม่ค่อยชอบฉันหรอกแถมยังพูดจาจิกกัดฉันทุกครั้งที่มีโอกาสและทุกครั้งที่มีคนมาจีบฉันหรือแค่สนใจ นีออนก็จะพุ่งตัวมาสกัดดาวรุ่งกันทันที แต่เธอคงจะไม่รู้ว่าฉันกลับชอบการกระทำแบบนี้ของเธอเพราะฉันไม่ได้คิดจะมีความรักอยู่แล้ว
“อีกแล้วยัยนี่”
เนเน่พูดกัดเขี้ยวกัดฟันกระซิบอยู่ข้างหลังฉัน
“งั้นณาราขอตัวก่อนนะคะ”
ฉันรีบลุกขึ้นแล้วดันตัวยัยเบียร์ให้เดินออกจากที่นั่งให้เร็วขึ้น
“เดี๋ยวสิ แล้วไลน์ณาราล่ะ”
พี่พอร์ชดึงโทรศัพท์จากมือนีออนยื่นกลับมาให้ฉันใหม่อีกครั้ง ฉันเลยจำใจต้องแอดไลน์เขาไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่พี่สามภพเดินผ่านหลังกลุ่มชายตรงหน้าฉันไปพอดี ทำไมฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเหมือนกำลังนอกใจเขาก็ไม่รู้แฮะ
