บท
ตั้งค่า

ตอนที่11 ทดสอบความรู้สึก

ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่โต๊ะข้างเวทีด้วยอาการหนาวสั่นเพราะยัยเพื่อนตัวดีบังคับให้ฉันใส่เสื้อผ้าที่มันพกมาด้วยราวกับรู้ว่าฉันจะยังอยู่ในชุดทำงาน

“เออมาเที่ยวทั้งทีมันต้องแบบนี้สิ”

เนเน่ยกนิ้วชมเปาะ พลางปรายตามองเสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงยีนส์ขาสั้นของมันที่อยู่บนร่างฉัน

“คอยดูนะคืนนี้แกจะต้องได้ผู้ ฉันเห็นโต๊ะนั้นจ้องแกมาสักพักแล้ว”

เจ้าของชุดพูดแล้วหรี่ตาให้ฉันมองตามไปยังโต๊ะที่เยื้องไปทางด้านหลัง และเมื่อมองตามไปก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งในโต๊ะยกแก้วเหล้าชูมาให้ฉัน

“ฉันบอกแกแล้วเห็นมั้ย”

เนเน่หันกลับมายิ้มพลางทำไหล่สั่น

“พอเลยเนเน่ อย่าลืมสิว่าวันนี้เรามาทำอะไร”

เบียร์พูดทบทวนความจำของเพื่อน ฉันได้ยินก็กรอกตามองบนที่พวกนั้นยังไม่ล้มเลิกความคิดจะมาจับผิดพี่สามภพ

30 นาที ผ่านไป....

“เนเน่แกไปอดอยากเหล้าที่ไหนมา ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ริน”

เบียร์ที่เพิ่งจะกระดกหมดแก้วไปเมื่อกี้เอามือรั้งแขนเพื่อนให้วางแก้วลง ส่วนฉันก็กำลังจะยกตาม

“แล้วเมื่อไรวงพี่สามภพจะเล่นสักที ฉันจะเมาอยู่แล้วเนี่ย”

เบียร์พูดพร้อมยกแก้วหนีเนเน่ที่กำลังรินไม่พัก

“4 ทุ่มไง อีกไม่กี่นาทีเดี๋ยวก็มาแล้ว”

ฉันวางแก้วลงด้วยหน้าเหยเกเพราะรสชาติขมที่ยังคงติดอยู่ปลายลิ้น และเพียงไม่นานเสียงกรี๊ดของสาว ๆ ในร้านก็ดังขึ้น ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าวงMarvelous SKT ขึ้นเวทีแล้ว

พี่สามภพเดินมาพร้อมกีตาร์คู่ใจก่อนที่สายตาจะดูชะงักเล็กน้อยที่เห็นฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะข้างเวที ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับตำแหน่งที่เขายืน

“โอ้วมายก็อด โคตรหล่อเลยแก”

เนเน่เอ่ยพลางเขย่าแขนฉัน

“คนไหน”

“เลือกไม่ได้เลย อยากเก็บเธอไว้ทั้ง3คน”

“ให้มันน้อย ๆ หน่อยยัยเน่แกนี่มันแรดจริง ๆ”

“หืมยัยเบียร์ฉันเห็นแกนั่งตาค้างตั้งแต่พี่คีตะจับไมค์ละ....แหมมีหน้ามาพูดว่าฉัน”

ดนตรีเล่นเพลงเร็วไปสักพักก็ตัดเข้าสู่ช่วงเพลงช้าเพื่อให้นักเต้นได้พักเหนื่อย

“มันส์มาก เดี๋ยวฉันต้องมาซ้ำร้านแกแน่นอน”

เนเน่กับเบียร์นั่งลงพักหายใจหลังจากที่แดนซ์ไม่หยุดตั้งแต่เพลงแรก มีเพียงฉันที่นั่งนิ่ง ๆ ตั้งใจมองแค่ใบหน้าขรึมที่กำลังเล่นกีตาร์อยู่บนเวทีแค่นั้น

“แล้วเป็นไง..ได้เรื่องได้ราวอะไรมั้ย”

ฉันพูดแหย่เพื่อน

“จะได้บ้าบออะไร ทำหน้านิ่งอย่างงั้นใครจะไปอ่านออกวะ”

เบียร์พูดพร้อมกระดกเหล้าอย่างกระหาย

“แกดูโน้นฉันเห็นพี่สามภพไม่รับแก้วใครสักคน ท่าทางเขาคงจะหยิ่งรึเปล่าหรือว่ามีแฟนแล้ว”

เนเน่ท้าวคางมองอย่างจับพิรุธ

“ไหนแกลองเอาไปให้ดูซิ”

เบียร์ทำหน้าเหมือนเพิ่งคิดแผนอะไรได้ มันรีบรินเหล้าใส่แก้วฉันแล้วคะยั้นคะยอให้ฉันเดินเอาไปให้พี่สามภพเหมือนสาว ๆ คนอื่นบ้าง

“อ่ะ ถ้าแกยังใจไม่กล้าพอก็แดกเพียวไปก่อนสัก 2-3ช็อต”

คนเดิมรินมันลงแล้วยกให้ฉันกระดกรวดเดียวโดยมีเนเน่ถือขวดน้ำเปล่ายื่นให้ฉันไว้ล้างคอ ฉันกินไปสองแก้วพอเพราะถ้าสามเดี๋ยวจะเมาเกินเบอร์แบบวันนั้นอีก ฉันนั่งรอสักพักให้เหล้ามันออกฤทธิ์จนท้องวูบวาบบวกกับความใจกล้าหน้าด้านที่กำลังเพิ่มขึ้น

“ไปได้แล้วเพลงจะจบอยู่แล้วเนี่ย”

เนเน่คว้าแขนให้ฉันลุกแล้วดันตัวออกไปหน้าเวที

ฉันกำแก้วในมือแน่นพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จะถอยก็ไม่ได้ลงทุนกินเพียวมาขนาดนี้แล้ว อีกใจก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะรับแก้วฉันมั้ย ฉันจะพิเศษกับเขามากกว่าคนอื่นหรือเปล่า เอาน่าฉันจะได้ไม่ต้องคิดไปเอง เอาก็เอา!

ขาสั้น ๆ ของฉันก้าวได้ไม่กี่ก้าวก็ถึงขอบเวที พี่คีตะหรี่ตามองพร้อม ๆ กับพี่ไต้ฝุ่นที่ชะเง้อคอมองผ่านกลองพลางขมวดคิ้ว ฉันรวบรวมความกล้าอีกครั้งแล้วยื่นแก้วไปให้พี่สามภพที่กำลังดูตกใจที่เห็นฉันทำแบบนี้

แต่พี่คีตะกลับยิ้มกริ่มมองฉันและปรายหางตารอดูท่าทีของพี่สามภพว่าจะเอายังไงต่อ แต่คนตรงหน้าฉันนี่สินิ่งสงัดไม่ไหวติง เขาทำเหมือนไม่เห็นฉันแล้วก้มหน้าเล่นกีตาร์ต่อไปแบบไม่สนใจ

‘ไม่น่ามาให้ขายหน้าเลยฉัน’ สุดท้ายเขาก็ไม่รับแก้วฉันเหมือนคนอื่น ๆ รอยยิ้มฉันค่อย ๆ หุบลงจนหน้าเจื่อนก่อนจะหันหลังกลับด้วยความรู้สึกห่อเหี่ยว ฉันคงสำคัญตัวเองมากไปแหละ ดีนะที่กินเหล้าเพิ่มความหน้าด้านมาไม่งั้นคงจะอายหนักกว่านี้ เห้อ....

ฉันเดินออกมาจากขอบเวทียังไม่ทันจะถึงโต๊ะ ก็ได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดของสาวๆ ที่ดังอยู่รอบ ๆ และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่แขนฉันถูกมือใครสักคนรั้งไปทางด้านหลังจนต้องรีบหันกลับไปมองด้วยความตกใจ

ภาพที่เห็นตรงหน้ามันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่าโลกกำลังหยุดหมุน มือของพี่สามภพกำลังกุมมือข้างที่ฉันถือแก้วเหล้าไว้แน่น เขามองตาฉันนิ่งก่อนจะก้มลงมากระซิบที่ข้างหูฉันท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่ต่างจับจ้องมองการกระทำของเราสองคน แต่ในขณะที่เสียงเพลงและเสียงกรี๊ดยังคงดังก้องแต่ฉันกลับได้ยินแค่เพียงเสียงของเขาเท่านั้น

“เหล้าแก้วนี้แลกกับไอดีไลน์นะ”

ฉันยืนตัวแข็งทื่อราวกับต้องมนต์สะกด เพียงแค่ได้ยินประโยคที่เขาพูดสมองฉันมันก็แทบจะขาวโพลนไปหมด เขากระตุกยิ้มที่มุมปากเล็ก ๆ ก่อนจะยกซดมันรวดเดียวแล้วยัดแก้วเปล่าใส่มือฉัน

“เบรกแล้วเจอกันบนดาดฟ้า”

เขาเอ่ยเพียงแค่นั้นด้วยใบหน้าที่ไม่ได้เย็นชาเหมือนในตอนแรกแต่กลับดูเจ้าเล่ห์อย่างได้ใจ ก่อนจะหันหลังกลับขึ้นเวทีไปทำหน้าที่ตัวเองต่อโดยไม่ได้สนใจเสียงแซวของพี่คีตะที่พูดออกไมค์

“กุญแจธรรมดา....ยังไงก็สู้กุญแจวิเศษไม่ได้ เหมือนคนที่กำลังพยายามเป็นคนที่ใช่ แต่ดันลืมไปว่าคนที่ใช่...จริง ๆ แล้วมันไม่ต้องพยายามเลยด้วยซ้ำ”

พี่คีตะพูดพลางมองตามเพื่อนตัวเองที่กำลังกระโดดขึ้นเวทีมา ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าทุกสายตากำลังจับจ้องมองมาที่ฉันรวมถึงสายตาของคนบนเวทีนั่นด้วย จนฉันต้องรีบเดินกลับโต๊ะที่มียัยเพื่อนทั้งสองกำลังนั่งยิ้มกัดนิ้วมือตัวเองไปมา

“วันนี้พวกเรามีเพลงใหม่ที่เพิ่งปล่อย ชื่อเพลงกุญแจวิเศษ ฝากเพื่อน ๆ เข้าไปถล่มยอดวิวให้เละกันด้วยนะครับ อ้อแล้วที่สำคัญเพลงนี้เป็นเพลงแรกที่มือกีตาร์สุดหล่อผมแต่งได้จนจบ ท่าทางกุญแจดอกนั้นคงจะวิเศษสมชื่อจริง ๆ”

พี่คีตะเปรยจบ เสียงกลองของพี่ไต้ฝุ่นก็บรรเลงขึ้นนำตามด้วยเสียงกีตาร์ของพี่สามภพ ใบหน้าลูกรักพระเจ้าของพวกเขาทำเอาสาว ๆ ตกอยู่ในภวังค์กันเป็นแถว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel