บท
ตั้งค่า

ความโชคดี

เอาไงต่อดี งั้นฉันแกล้งสลบไปก่อนดีกว่าจะได้ไม่อายไปมากกว่านี้

“อ้าวเห้ย หลับไปอีกแล้ว”

เสียงหล่อของใครคนหนึ่งพูดขึ้นแต่ถ้าลองเดาดูก็คงจะเป็นนักร้องนำของวงที่ชื่อคีตะ

“มาเดี๋ยวกูอุ้มเอง”

“ไม่ต้องเลยไอ้ฝุ่น มึงอย่ามาหม้อ”

“มึงก็เหมือนกันแหละไอ้คี”

น้ำเสียงที่ฟังดูอารมณ์ดีนี้ฉันขอเดาว่าน่าจะเป็นมือกลองที่ชื่อใต้ฝุ่น ท่าทางเขาคงจะเจ้าชู้สมคำร่ำลือจริง ๆ แต่ระหว่างที่ฉันกำลังเดาไปเพลิน ๆ ร่างฉันก็ถูกยกลอยขึ้นจากพื้นโดยไม่ทันตั้งตัว หน้าฉันแนบซุกเข้าในอกแกร่งที่มีกลิ่นน้ำหอมบางเบา เขาอุ้มฉันเดินมาไม่กี่ก้าวก่อนจะวางร่างฉันลงบนโซฟา

“หืม...ไอ้สามกูว่ามึงแปลกนะ”

“หรือมึงจะปล่อยให้นอนแบบนั้นกูจะได้อุ้มไปวางที่เดิม”

เอ่อไม่ต้องก็ได้ค่ะพี่ไหน ๆ ก็อุ้มมาแล้วเนอะ

“เออ ๆ งั้นกูไปก่อนละกัน”

เสียงฝีเท้า 4 ข้างกำลังย่ำออกไปจากห้อง ถ้าพวกเขาออกไปก่อนก็แสดงว่าต้องมีใครคนนึงยังคงอยู่ในห้องนี้

“เลิกแกล้งหลับได้แล้ว”

และพอรู้ว่าถูกจับได้ฉันก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองคนที่ยังยืนอยู่ภายในห้องนี้ เขาคือพี่สามภพมือกีตาร์ของวงใหม่ที่มาเล่นวันนี้เป็นวันแรกจริง ๆ ด้วย ยิ่งเห็นหน้าใกล้ ๆ ยิ่งโคตรจะหล่อแต่ตอนนี้คนหล่อกำลังจะโดนฉันอ้วกรดอยู่แล้วนะถ้ายังจะยืนอยู่ตรงนี้

ฉันรีบผุดตัวลุกนั่งโดยไม่สนใจว่ากระปงกระโปรงมันจะเปิดอะไรก็ช่างเถอะตอนนี้ แต่อยู่ ๆ คนที่ยืนจ้องฉันนิ่งก็คว้าถุงเปล่ามากางอ้าให้ฉันมุดหน้าเข้าไปได้อย่างทันเวลา.....ฉันแทบอยากจะกราบเขางาม ๆ สักสามที ช่างเป็นคนหล่อที่รู้งานดีจริง ๆ เลย และยังไม่จบแค่นั้นนะหลังจากฉันอาเจียนเสร็จแล้วเขาก็คว้าน้ำมาให้ฉันดื่มไปอีก

“ขอบคุณ..ค่ะ”

ฉันพยายามจะยืนแล้วกล่าวขอบคุณเขาแต่ร่างเจ้ากรรมมันดันโคลงเคลงจนเผลอเอามือรั้งต้นคอเขา ทำให้ร่างเขาเซแล้วล้มลงทับร่างฉันบนโซฟา....นี่มันซีนโรแมนติกชัด ๆ ตอนนี้ใบหน้าเราอยู่ห่างกันแค่คืบแถมฉันยังรู้สึกถึงความเย็นที่ตกกระทบขาอ่อนด้านล่างที่กำลังอ้าออกเพราะล้มกระทันหัน ยังดีที่มือคนตัวโตจับพนักพิงโซฟาไว้ได้ทันไม่งั้นเขาคงจะล้มทับฉันไปทั้งตัว

ดวงตาคู่ฟ้ายังคงสบสายตาฉันค้างอยู่แบบนั้นด้วยสายตาที่ฉันอ่านไม่ออก หรือว่า....ฉันจะหน้าเหมือนคนรักของเขาที่ตายไปแล้วกันนะ

“มองเหมือนอยากกิน?”

เรียวปากชมพูขยับพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ขะ...เขาหมายความว่าฉันอยากจะกินเขายังงั้นเหรอ

“เอ่อ ขอโทษค่ะพี่สามภพ”

“หืม...”

คำพูดของฉันทำเอาเขาขมวดคิ้วย่นคงสงสัยว่าฉันทำไมรู้จักชื่อเขานั่นแหละ เขาผละตัวลุกขึ้นแล้วลากสายตามามองช่วงล่างของฉันแว็บหนึ่ง แล้วลากสายตามาสบตาฉันอีกรอบก่อนจะหันหลังไป

ฉันก้มลงมองตามสายตาเมื่อครู่ของเขาก็พบว่ากระโปรงของตัวเองตอนนี้มันถกขึ้นมาจนเห็นกางเกงในไปถึงไหนต่อไหนแล้ว โอ้ยฉันอยากจะบ้าตาย...นี่ฉันโชว์กางเกงในลายการ์ตูนตัวโปรดให้เขาดูตั้งแต่วันแรกที่เจอกันเลยเหรอเนี่ย อร้ายยยยยยย!

“คออ่อนขนาดนี้ แล้วกินไปทำไมตั้ง3ช็อต”

เอ๊ะ! แสดงว่าเขามองตอนที่ฉันกำลังกินอยู่จริง ๆ สินะถึงได้พูดถูกเป๊ะขนาดนี้

“เอ่อคือเพราะนี่ค่ะ...”

ฉันเหลือบไปมองกระเป๋าที่เสื้อกั๊กแล้วคว้าแบงค์พันออกมาให้เขาดู เขาหันกลับมามองเล็กน้อยแต่ดูเหมือนเขาจะรู้อยู่แล้ว เขายักไหล่แล้วส่ายหัวไปมา มันไม่แปลกหรอกถ้าเขาจะดูถูกเพราะเขาไม่รู้ภูมิหลังของฉันนี่ แค่เขาเอาถุงมารองอ้วกให้เมื่อกี้ก็บุญหัวแล้ว

“เดี๋ยวไปส่ง”

เขาพูดห้วน ๆ แล้วหันหลังเดินออกไป ทำให้ฉันที่ยังนั่งมึน ๆ รีบลุกเดินตามหลังหนาไปติด ๆ บอกตรง ๆ ว่าฉันมองจ้องแค่หลังเขาเพียงเท่านั้นจริง ๆ เพราะมองอย่างอื่นไม่ได้เลยภาพมันเบลอเวียนหัวไปหมด

กึก! แผ่นหลังใหญ่หยุดเดินกะทันหันทำเอาหน้าฉันแนบไปกับแผ่นหลังเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นหอมอ่อน ๆ ชวนหลงใหลจากร่างของเขาแผ่ซ่านออกมาจนทำให้ฉันรู้สึกอยากจะโอบกอดเขาเหลือเกินในตอนนี้และไวเท่าความคิดอยู่ ๆ แขนสองข้างฉันก็อ้อมไปโอบเอวแกร่งของเขาเอาไว้อย่างไม่รู้ตัวจริง ๆ

ร่างสูงชะงักนิ่งไปอาจเพราะจะยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำอะไรไม่ถูก เสียงหัวใจของเขาเต้นโครมครามดังระรัวผ่านแผ่นหลังที่หูฉันกำลังแนบชิดอยู่

คนที่ไม่เคยได้รับไออุ่นจากอ้อมกอดเลยสักครั้งแบบฉันได้แต่ซุกหน้าลงหลังเขาพร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูไหลออกมา ก่อนที่แผ่นหลังจะค่อย ๆ ขยับหมุนหันเปลี่ยนเป็นแผงหน้าอกให้ฉันพักพิงแทน เขาจะรู้สึกได้ถึงแรงสะอื้นจากร่างที่สั่นเทิ้มของฉันเลยยืนนิ่งปล่อยให้ฉันกอดอยู่แบบนั้นโดยไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ทำไมตัวจริงเขาถึงดูอ่อนโยนไม่เห็นเหมือนที่พี่มิ้นเล่าเลยสักนิด

ฉันปล่อยใจให้มันระบายความอัดอั้นภายในใจออกมาอยู่สักพักจนเริ่มได้สติ แล้วรีบคลายมือออกจากร่างของเขา......ให้ตายเถอะนี่ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย

“เวลาเมาแล้วฉันชอบร้องไห้ขอโทษด้วยนะคะ”

ฉันยิ้มพลางเอ่ยขอโทษเขาเสียงยานตามประสาคนเมา

“เธอเป็นคนแปลกดีนะ”

เขากระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วหันหน้ากลับไปเปิดประตูรถให้ฉันขึ้นไปนั่ง

“บอกทางถูกใช่มั้ย”

“เอ่อค่ะ”

ฉันยกมือถือขึ้นมาอย่างทุลักทุเลแล้วกดปักหมุดที่อยู่ให้เขา มันน่าแปลกมากที่ฉันรู้สึกไว้ใจให้เขาไปส่งทั้งที่เพิ่งจะเจอกันไม่กี่ชั่วโมง อาจเป็นเพราะฉันได้ฟังเรื่องราวของเขาจากที่พี่มิ้นเล่าเลยไม่ได้รู้สึกว่าเขามีพิษมีภัยอะไร แต่ทว่ากลับรู้สึกเห็นใจกับชะตากรรมที่เขาต้องแบกรับมันมาจนถึงทุกวันนี้เสียด้วยซ้ำ

“ไม่เห็นจะมีบ้าน”

เขาขับตามจีพีเอสไปเรื่อย ๆ จนถึงร้านสะดวกซื้อริมถนน ก่อนจะหันมองกระจกซ้ายขวาก็แหงล่ะ บ้านฉันมันต้องเดินเข้าไปในซอยแคบ ๆ ต่อไปอีก500เมตรยังไงล่ะ

“บ้านณาราต้องเดินเข้าซอยไปอีกนิดนึงค่ะ พี่ส่งตรงนี้ก็พอแค่นี้ณาราก็เกรงใจจะแย่แล้ว”

“โชคดีที่เจอฉัน ถ้าเป็นคนอื่นเธอไม่รอดหรอก”

โชคดีอย่างงั้นเหรอ...อืมฉันก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน ฉันก้มหน้ายิ้มให้เขาอย่างขอบคุณเพราะเข้าใจความหมายของคำพูดเขาเป็นอย่างดี

“ค่ะ ณาราจะระวังตัวให้มากกว่านี้ ขอโทษที่ทำให้พี่สามภพต้องเดือดร้อนและขอบคุณอีกครั้งนะคะ ที่พี่มาส่ง”

“ดื่มน้ำให้หมดขวดก่อนสิแล้วค่อยไป”

เขาเปิดขวดน้ำเปล่ายื่นมาให้ฉันแล้วหันหน้ากลับไปมองนอกหน้าต่างต่อ แต่ฉันก็กินไปได้แค่ครึ่งขวดเท่านั้นเพราะน้ำในกระเพาะมันยังเยอะอยู่

“ขอบคุณนะคะพี่สามภพ”

“ถ้ายังไม่สร่างก็นั่งรอสักพักก็ได้ฉันไม่ได้รีบ”

“อ้อ ณาราดีขึ้นแล้วค่ะแทบจะสร่างเลย”

ฉันส่งยิ้มหวานให้เขาจนปากแทบจะฉีกถึงรูหู ทำไมเขาถึงทำให้ฉันรู้สึกได้ว่า....เขาคือสิ่งที่โชคดีที่ฉันได้พบเจอเป็นครั้งที่สองในชีวิตกันนะ ฉันก้มหัวอย่างขอบคุณเขาอีกครั้งก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป

ฉันเดินเข้าไปในซอยบ้านตัวเอง แม้จะยังเดินเซ ๆ อยู่บ้างแต่ก็ยังดีกว่าในตอนแรกเยอะ และทันทีที่ฉันผลักบานประตูบ้านเช่าไม้เก่า ๆ เข้าไป......เสียงของแม่เลี้ยงก็ดังขึ้นในทันที

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel