บท
ตั้งค่า

ที่แท้ก็คออ่อน

--ผับด้านล่าง--

“กินให้หมดเลยนะครับน้อง”

ฉันมองแก้วเหล้าช็อตเล็กที่วางทับแบงค์พันไว้แก้วละใบทั้งหมด 3 แก้ว พลางชั่งใจคิดว่าจะกินดีหรือไม่เพราะตัวเองก็โคตรจะคออ่อนเสียเต็มประดา แต่ค่าเทอมก็เร่งเข้ามาทุกที เอาก็เอาวะ

กรึ้บ! ช็อตแรกยังแค่ร้อนท้องวูบวาบเอานะไม่เท่าไรฉันยังไหว

“กินให้หมดเล้ย ถ้ากินมาถึงแก้วที่4 พี่ให้อีก2พัน แต่พี่ขอเบอร์เราเพิ่มเป็นของแถมนะ”

แทนที่ลูกค้าจะสนใจเด็กนั่งดริ๊งค์ที่นั่งโชว์นมทะลักในร้าน แต่กลับมาสนใจฉันที่แต่งตัวเป็นบ๋อยเสื้อขาวแขนยาวเสื้อกั๊กแดงทับกระโปรงทรงเอ ผมยาวตรงถูกมัดขึ้นอย่างลวก ๆ หน้าตาก็แต่งแบบไม่ประสีประสาแบบนี้เนี่ยนะ ถ้าไม่ชอบของแปลกก็คงจะเมาแล้วมั้ง

มือฉันคว้าแก้วช็อตที่สองและสามขึ้นกรึ๊บพร้อมกับเก็บแบงค์พัน3ใบเข้ากระเป๋าได้สำเร็จ แม้จะรู้สึกขมแค่ไหนฉันก็ต้องเก็บอาการให้เหมือนคนคอแข็งทั้งที่จริงคืออ่อนที่สุดในร้าน และเพียงแป็ปเดียวท้องฉัน็เริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาเอาดื้อ ๆ เอาแล้วสิอาการนี้คืออาการเริ่มต้นแล้วใช่มั้ย

ขณะที่ลูกค้าก็กำลังรินเพิ่มอีกช็อตแล้วเอาตังค์แบงค์พันอีกสองใบวางไว้พร้อมยกโทรศัพท์ขึ้นมาชูไปมา เท่ากับว่าถ้าฉันกินแก้วนี้ก็ต้องให้เบอร์เขาสินะ ฉันยิ้มแหย ๆ พลางกวาดสายตามองหาอัศวินขี่ม้าขาวที่จะมาช่วยฉันจากสถานการณ์ตรงหน้า ยังไงซะฉันก็จะไม่มีทางกินเหล้าแก้วที่4 ที่ตั้งอยู่ตรงหน้านี้แน่ ๆ

จังหวะนั้นเสียงดนตรีสดที่กำลังเล่นอยู่ก็เงียบลงทำให้ฉันได้ทียกถาดขอตัวกลับเข้าหลังร้าน แม้ลูกค้าที่โต๊ะจะพยายามรั้งแต่ฉันก็ได้แต่โค้งคำนับขอโทษขอโพยจนเขายอมปล่อยมือ

ฉันจะเลิกงานก่อนเพื่อนที่ทำงานด้วยกันเพราะคุณติณเจ้าของร้านเมตตาฉันมาก ฉันยังจำได้ดีว่าวันที่มาสมัครงานฉันตื่นเต้นแค่ไหน และด้วยความเป็นคนซื่อ ๆ ก็เล่ารายละเอียดชีวิตของตัวเองยาวยังกับพุทธประวัติให้เจ้าของร้านวัย40ต้น ๆ ที่ดูภายนอกเคร่งขรึมน่าเกรงขามได้ฟัง จนเขาสงสารเลยรับฉันเข้าทำงานและให้เลิกพร้อมนักดนตรีในตอนตี 2เพื่อจะได้ไปเรียนต่อในตอนเช้าในขณะที่พนักงานคนอื่นเลิกตี4

“ทำแบบนี้กะจะมอมกันชัด ๆ”

ฉันเดินกุมท้องที่กำลังร้อนวูบวาบในขณะที่ตาก็เริ่มจะลายเต็มที ลมหายใจอุ่นร้อนถูกพ่นออกมาผสมกับกลิ่นเหล้านอกดีกรีสูงที่เพิ่งกินเข้าไปทำเอาฉันเวียนหัวหนักเข้าไป

‘แข็งใจเดินหน่อยยัยณารา อีกแค่ไม่กี่ก้าวเอง’

สายตาฉันเหลือบมองเห็นลูกบิดประตูอยู่ด้านหน้ารำไร และในที่สุดมือน้อย ๆ ของฉันก็คว้ามันได้สำเร็จก่อนจะออกแรงบิดมันหมุนแล้วทิ้งร่างตัวเองลงกับพื้น

‘รอดตายแล้วเรา’ ในสมองฉันคิดได้เท่านี้แล้วก็หลับตาลงนอนมันที่พื้นห้องอย่างนี้เนี่ยแหละ เพราะจำได้ว่าห้องนี้คือห้องพนักงานและเดี๋ยวพอพี่มิ้นเลิกงานเขาเปิดประตูเข้ามาเจอฉันก็คงจะจัดการเก็บศพให้เอง

แต่อยู่ ๆ ห้องที่ฉันคิดว่ามันคือห้องพนักงานกลับมีเสียงของใครหลายคนที่ไม่คุ้นหูกำลังสนทนากันอยู่ในห้องทำให้ฉันต้องฝืนลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

“เชี้ยตายป่ะวะ”

ฉันมองเห็นปลายนิ้วมือขาว ๆ กำลังอังจมูกฉันอยู่ตรงหน้า

“ไอ้บ้า....นางลืมตาแล้ว โห.....ท่าทางจะเมาหนักเลยนะเนี่ย ถึงได้เปิดประตูเข้ามาแล้วทิ้งตัวเลยแบบเนี้ย”

น้ำเสียงหล่อชวนเคลิ้มของชายคนหนึ่งพูดขึ้น

“ที่แท้ก็คออ่อน กูเห็นกินเพียวไปตั้งหลายแก้ว”

เสียงนุ่มของชายอีกคนพูดอยู่ริมสุดก่อนจะได้ยินเสียงเท้าที่กำลังก้าวเข้ามาพร้อมกับสัมผัสผ้าที่คลุมอยู่บนร่างฉัน

“มึงเล่นกีตาร์อยู่ยังจะเห็นอีก นี่ถ้าไม่ใช่ไอ้สามภพกูคงคิดว่ามึงสนใจน้องเค้านะเนี่ย”

“ปากมากจริงมึง”

เอ๊ะ! สามภพ สามภพ....เล่นกีตาร์ อย่าบอกนะว่า...ฉันเข้ามาในห้องพักของนักดนตรี เวรแล้ว!!!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel