ตอนที่ 9 พอชื่นใจ
ในช่วงสาย
หวานละมุน เว็ดดิ้ง สตูดิโอ
พนักงานนั่งอยู่ห้องหลังเคาน์เตอร์กำลังช่วยกันนับการ์ดและของชำร่วยของลูกค้าก่อนวันงานให้ครบถ้วน เอเม่นอนดูดขวดนมอยู่บนตักแม่ แป้งหิ้วถุงใสใส่แก้วกาแฟและเมนูเครื่องดื่มชงแบบเย็นของคาเฟ่ร้านประจำอยู่ตรงข้าม
“หนูเจอว่าที่เจ้าบ่าวที่เคยมาลองชุดร้านเรานั่งอยู่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามทุกวันเลย” แป้งบ่นงึมงำพลางแจกแจงแก้วเครื่องดื่มให้พี่ ๆ ฝากซื้อแต่ละคน
“ลูกค้ามีเยอะจำได้ด้วยเหรอ?” ปรางค่อย ๆ วางของชำร่วยลงกล่อง
“โอ้โห....จำไม่ได้ก็แปลกแหละพี่ ตัวก็สูงทั้งขาวทั้งหล่อโอเว่อร์ซะขนาดนั้น”
“อ๋อ ถ้าหล่อกินคนมาก ๆ ก็น่าจะเป็นคุณสิงที่มาเมื่ออาทิตย์ก่อน” เอแคลช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองนึกกรุ้มกริ่มถึงขึ้นหล่อที่ไม่ค่อยได้เห็นผ่านเข้ามาในร้าน ลลนาชะงักหลุกหลิกนับจำนวนการ์ดในมือต่อไปเรื่อย ๆ
“ใช่ หนูถามพี่เจ้าของร้านเขาบอกว่าลูกค้ามาขอมานั่งทำงานแต่ขอนั่งโต๊ะที่หันออกมาทางร้านเราและช่วยจ่ายค่าแอร์ให้วันละห้าร้อยแหนะ”
“เขาคงมาทำงานจริง ๆ นั่นแหละ ขี้สงสัยได้โล่เลยนะเรา”
“พี่ชมหนูแหละเนอะ”
“จ้า.....” ทรายลากเสียงยาวแหย่รุ่นน้องในร้านทุกคนที่นั่งอยู่ต่างอมยิ้มขำอารมณ์ดี
“หมดแล้วแม่....ซื้อหนมกัน” เอเม่ชูขวดนมขึ้นให้แม่ดูความเก่งทำตามที่แม่บอกว่าถ้าดื่มนมหมดขวดจะพาไปซื้อขนมที่ร้านสะดวกซื้อ
“ได้จ้า” แม่ยิ้มหวานโน้มลงฟัดแก้มลูกก่อนจะช้อนใต้รักแร้พยุงตัวลูกลุกยืนออกจากตัก
“ป้าให้ค่าขนมแล้วซื้อไอติมมาฝากป้าหน่อยนะเอเม่” ปรางหยิบธนบัตรใส่ในมือให้หลานสาว เอเม่ก้มก้มมองแบงก์สีแดงในมือ
“สีแดงสุกแล้ว....ชอบ ๆ ได้หนมเยอะ”
“แล้วสีไหนยังไม่สุก?” แป้งเอ่ยถามหลานสาวตัวน้อย
“สีเขียว...ไม่สุก ได้หนมน้อย” ดวงตาแป๋วช้อนมองพูดเสียงแจ๋วทีละคำสั้น ๆ
“เออเลิศ เข้าใจเปรียบเทียบนะหลานฉัน” เอแคลปรบมือหัวเราะชอบใจ เอเม่โยกตัวไปมาดีใจได้รับคำชม
“เดี๋ยวมาทำต่อนะ” ลลนาบอกเพื่อนแล้วจับมือลูกสาวเดินออกจากร้านด้วยกัน
ลานจอดรถยนต์หน้าหวานละมุน เว็ดดิ้ง สตูดิโอ
ลลนายืนจับมือลูกสาวอดใจไม่ได้ที่จะทอดสายตามองข้ามถนนสองเลนผ่านเลยเข้าไปในตัวร้านกาแฟตรงกันข้ามเห็นสิงหากำลังก้มหน้าทำงานโน้ตบุ๊คก่อนจะค่อย ๆ เงยมองเชื่องช้า สบตากันนิ่งนานอยู่ไกล ๆ ก่อนที่เธอจะหลบตาลงแล้วพาลูกสาวตัวน้อยเดินเตาะแตะไปยังร้านสะดวกซื้อที่อยู่ใกล้ ๆ สิงหานั่งเคลื่อนสายตาวูบไหวมองเธออยู่อย่างนั้นสับสนกับความรู้สึกของตัวเองที่เป็นบ้าเป็นหลังอยู่ไม่ติดอยากเพียงแค่เห็นหน้าเธอให้พอชื่นใจสักนิดก็ทำให้รู้สึกดี….
หลังเลิกงานตอนหัวค่ำ
สี่แยกไฟแดงรถติดยาวหลังเลิกงาน ลลนานั่งขับรถยนต์ส่วนเอเม่เคลิ้มหลับปากหวอบนคาร์ซีทเบาะข้าง ๆ เธอมองท้องฟ้ามืดครึ้มกลุ่มเมฆดำจับตัวเป็นก้อนฝนทำท่าจะตกหนักนึกเป็นห่วงคนที่นั่งหลังรถกระบะของคันหน้าหากไม่ทันตัวเปียกชุ่มฉ่ำแน่ ๆ เพียงไม่นานนักฝนเม็ดใหญ่ก็ร่วงใส่กระจกรถยนต์และตกใส่แรงขึ้นเรื่อยราวกับฟ้ารั่ว คนบนรถกระบะนั่งก้มหน้าตัวเปียกเมื่อสัญญาณจราจรไฟเขียวรถกระบะคันหน้าก็เคลื่อนออกไปแต่รถของเธอยังไม่พ้นสัญญาณไฟที่เปลี่ยนเป็นสีแดง
ดวงตาสวยมองคนบนรถกระบะคันหน้าเอามือป้องหน้าเจ็บจากแรงฝนปะทะทำให้นึกถึงเมื่อก่อนที่เคยนั่งรถกระบะตอนฝนตกหนักกับกลุ่มเพื่อน
ในอดีตเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว
ทีมบาสเกตบอลโรงเรียนเดินทางไปแข่งขันต่างจังหวัดโดยรถตู้โรงเรียนแต่ขากลับรถเกิดยางแตกทำให้ชาวบ้านต้องขับรถกระบะมารับไปพักที่โฮมสเตย์ก่อนเพื่อรอเปลี่ยนยางในตอนเช้าแล้วเดินทางกลับ
ทีมนักบาสเกตบอลทั้งชายส่วนผู้หญิงมาเป็นผู้จัดการทีมนั่งเบียดกันบนรถกระบะแต่แล้วฟ้าฝนก็ไม่เต็มใจตกกระหน่ำระหว่างทางหากจอดนิ่ง ๆ ก็ไม่เท่าไหร่แต่รถที่วิ่งฝ่าฝนทำให้เม็ดฝนรุนแรงปะทะหน้าจนทุกคนหลังรถกระบะต้องก้มหน้าถอดเสื้อคลุมกีฬาแขนยาวมาคลุมบังหัว ลลนามาเป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวกของทีมไม่ได้ใส่เสื้อคลุมกีฬามานั่งกอดเข่าซุกหน้าหลบตัวเปียกชื้นสักพักก็มีเสื้อมาพาดคลุมหัวเธอเงยมองสิงหากำลังมุดก้มหน้าเข้ามาใต้เสื้อคลุมเดียวกันความใกล้ชิดเพียงปลายจมูกกลิ่นกายหอมของเพศตรงข้ามที่หลงใหลทำให้คนตัวเล็กหัวใจเต้นรัวกำมือเกร็งรีบก้มหน้างุดหลบเลี่ยงสายตาหลุกหลิกซ่อนไว้ไม่ให้เขาเห็น สิงหาก้มมองเพื่อนรักนั่งก้มหน้าเนื้อตัวสั่นเทาจากความหนาวจึงอ้าแขนแกร่งโอบล้อมรอบตัวเธอให้ความอบอุ่นแนบแก้มสากข้างกระหม่อมเธอใกล้ชิดกอดกันกลมอยู่ภายใต้เสื้อคลุมตัวใหญ่จนไปถึงที่หมาย
