ตอนที่ 8 ไม่ต้องก็ได้
ห้องคาราโอเกะของร้านอาหารใกล้โรงเรียน
งานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ของชมรมบาสเกตบอล
ของขวัญจากสปอนเซอร์นักกีฬาโรงเรียนและผู้ปกครองได้สนับสนุนมาให้นักกีฬาในชมรมได้ร่วมสนุกกัน
กลุ่มนักบาสเกตบอลทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นรวมตัวกันนั่งรับประทานอาหาร ร้องเพลงและลุกขึ้นเต้นครื้นเครง ลลนานั่งโยกตัวไปพร้อมกับส่งเสียงร้องเพลงตามเพื่อน ๆ แล้วจับของรางวัลพิเศษจากผู้สนับสนุน
ลลนานั่งเปิดกล่องของขวัญลุ้น ๆ ได้ซุปไก่สกัดยกแพงสิบขวดซึ่งเธอไม่ชอบกลิ่นคาวเลยยกให้วาวเอาไปฝากแม่ ส่วนนีน่าได้เงินหนึ่งหมื่นบาทก็ดีดตัวกระโดดโลดเต้นดีอกดีใจเพื่อน ๆ ต่างพากันตื่นเต้นปนอิจฉากันทั่ว
“ของขวัญพี่สิงกล่องใหญ่มากเลยได้อะไรนะลุ้นจัง” มุกนั่งอ้อนเกาะแขนสิงหารุ่นพี่ที่กำลังคบกันได้สองอาทิตย์ สิงหาค่อย ๆ แกะกระดาษห่อของขวัญเห็นกล่องด้านในสีทองสวยมีน้ำหนักเมื่อเปิดกล่องดูด้านในเป็นครีมเซรั่มแต่ละสูตรการบำรุงผิวยกเซตเจ็ดขวด
“ครีมบำรุงผิว” หน้าหล่อเซ็ง ๆ ไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่าไหร่นักแต่คนที่นั่งข้าง ๆ กลับตาลุกวาว
“โห ครีมบำรุงผิวเซตนี้เป็นหมื่นเลยนะ มุกก็ใช้ตัวนี้อยู่พี่สิงโชคดีจัง”
“แพงเนอะไม่น่าล่ะผิวหน้ามุกดีมากเลย” เขาอมยิ้มกริ่มเกลี่ยปลายนิ้วลงผิวแก้มเนียนของสาวคนคบปัจจุบัน
“ถ้าพี่สิงไม่ใช้...”
“พี่จะเก็บไว้ลองใช้ดู ผิวจะได้สวยเหมือนมุก” สิงหารู้ทันว่ามุกจะเอ่ยปากขอเลยแทรกขึ้นยิ้ม ๆ เหมือนไม่มีอะไร มุกยิ้มแห้งหน้าเจื่อนมองชุดเซตบำรุงผิวพรรณอย่างเสียดาย ทว่าผ่านไปเพียงไม่นานสิงหาก็ลุกเดินหอบเซตบำรุงผิวไปนั่งข้าง ๆ ลลนาแล้วยื่นกล่องบำรุงผิวให้เธอ
“...เราให้”
"ได้รางวัลมาก็เอาให้น้องมุกแฟนแกสิ "ดวงตาสวยแป๋วก้มมองชุดบำรุงผิวแบรนด์ดังในหมู่สาว ๆ และรู้ว่าราคาแพง มุกชะเง้อมองเคืองโมโหอยู่ห่าง ๆ
"มุกผิวหน้าดีแล้วแต่แกผิวแห้งต้องบำรุงเยอะ ๆ มาใกล้ ๆ เลยเดี๋ยวทาให้” เขาเขยิบตัวดึงเพื่อนให้นั่งใกล้ ๆ เปิดฝาครีมบำรุงผิวออกอยากลองทาให้เพื่อนคนสนิท
“ไม่เอาไม่ชอบทาครีม”
“นั่งนิ่ง ๆ อย่าดื้อ” เสียงทุ้มกดต่ำมองดุก่อนจะยกปลายนิ้วแกร่งเกลี่ยเนื้อครีมซึมซาบไวลงแก้มเนียนแผ่วเบา ลลนานั่งเกร็งคอมือกำกางเกงกีฬาแน่นเขินอายแก้มร้อนผ่าว คนบรรจงเกลี่ยเนื้อครีมมองหน้าเพื่อนรักแอบเผลออมยิ้มกรุ้มกริ่มมีความสุขหัวใจพองโตทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ชิดสนิทกันไปทีละขั้นในทุก ๆ วัน
“ซึมเร็วจริงด้วย ของดีนะเนี่ย เราเอาไปเก็บไว้ในล็อกเกอร์ดีกว่าจะได้ทาให้แกทุกวัน ถ้าให้เอากลับบ้านคนไม่ห่วงสวยอย่างแกไม่ทาเองแน่ ๆ”
“ไม่ต้องก็ได้มั้ง”
“อย่าขัดดิเพื่อน เสียใจนะ” เขาเบะปากหน้างองอนๆ ก่อนจะเอนซบไหล่บางตามความคุ้นชิน ลลนาอมยิ้มขำคนขี้อ้อนแสนจะดื้อและกวนเป็นที่หนึ่ง แต่โดยรวมแล้วความเป็นเขาก็เข้ามาหลอมละลายกำแพงระหว่างเพื่อนชายกับหญิงที่เธอเคยปิดกั้นกลายเป็นเคยชินกับการมีเขาเหมือนเซฟโซนที่ไม่อยากให้อยู่ห่างจากกัน.........
ช่วงเวลาปัจจุบัน
ช่วงกลางดึก
ลลนานอนดิ้นกระสับส่ายขมวดคิ้วหน้าบิดเบี้ยวราวกับขยะแขยงเหงื่อแตกซกมือเรียวพยายามดันบางอย่างออกห่างกายร้องโวยวายสุดเสียง
"อย่าทำ อย่า ออกไป!"ดวงตาสวยเบิกกว้างผวาตื่นหน้าแดงก่ำคราบน้ำตายังชุ่มหน้าหายใจกระหืดกระหอบกวาดสายตามองรอบตัวอยู่ในห้องนอนของตัวเองก่อนจะหันไปมองลูกสาวที่นอนหลับปุ๋ยซุกตัวใกล้ตุ๊กตาอยู่ข้างกาย พลางยกมือแนบอกกอดเข่าร้องไห้กลั้นสะอื้นอยู่ในความมืด
ในยามเช้า
เอเม่สวมชุดกระโปรงโพนี่นั่งบนเก้าอี้ของโต๊ะเครื่องแป้งไม้ชุดเล็กสำหรับเด็กส่องกระจกสีชมพูตาแป๋วเอามือเปิดผมม้าข้างหนึ่งแล้วยกนิ้วอีกข้างมาเขี่ยไรผมแหลมตรงกลางหน้าผากเล่น
“เสริมสวยเสร็จหรือยังคะ” ลลนาสวมชุดยูนิฟอร์มสีขาวแต่งหน้ามัดผมสวยหิ้วกระเป๋าถือใบใหญ่สัมภาระของลูกเตรียมตัวพากันออกไปทำงานเช่นทุกวัน
“แม่จ๋า...”
“พี่เอแคล ว่าหนูมีอันนี้ หน้าเป็นหัวใจ” เอเม่เสียงใสพูดประโยคเป็นคำสั้น ๆ
“ใช่ค่ะ”
“น่าร้ากไหมแม่” หน้าอ้วนกลมหันมามองแม่แล้วยกมืออูมข้างหนึ่งวางใต้คางเอียงคอตาปริบ ๆ ทำท่าดอกไม้บานเหมือนพี่หมี คนเป็นแม่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ย่อตัวประคองหน้าอ้วนของคนน่ารักอย่างเอ็นดู
“น่ารักสิคะ หัวใจหมายถึงความรักคนหน้ารูปหัวใจก็คือคนน่ารักมีแต่คนรัก”
“หนูไม่เอาผม” เอเม่ปล่อยมือให้ผมม้าร่วงลงปิดหน้าผากอยากบอกแม่ว่าไม่อยากให้มีผมมาบัง
“เราต้องรอให้ผมม้ายาวก่อนแล้วไม่ต้องตัดอีก ระหว่างนี้แม่เอาที่คาดผมใส่เปิดให้แบบนี้ก่อนดีไหมคะ” มือเรียวเอื้อมหยิบที่คาดผมแมวน้อยในลิ้นชักมาคาดรวบผมม้าขึ้นให้ลูกสาวเผยไรผมแหลมโครงหน้ารูปหัวใจพองโตเพราะพวงแก้มอิ่มชมพูระเรื่อน่ารัก
“ว้าว....งาม” เอเม่หันมาส่องกระจกเอียงคอไปมาตาเป็นประกาย ลลนาหอมแก้มอ้วน ๆ ไปหนึ่งฟอดอย่างมันเขี้ยวเอเม่กอดคอแม่มาเหนี่ยวรั้งหน้าแนบกันยิ้มปากบานโชว์ฟันน้ำนมซี่เล็ก ๆ ชอบแกล้งแม่เป็นประจำ
