ตอนที่ 10 หวงเกินเพื่อน
บ้านพักโฮมสเตย์ของชาวบ้านนักกีฬาเนื้อตัวเปียกโชกต่างรอคิวกันอาบน้ำและนอนรวมกันสองแถวภายในห้องนอนเดียวกันทั้งหญิงและชาย นีน่านอนติดผนังห้องถัดมาเป็นลลนาส่วนผู้ชายที่มามากกว่าคนสุดท้ายนอนแถวเดียวกันใกล้ลลนาคือพี่อ้น สิงหากับโยธินอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นคนท้าย ๆ พอขึ้นมาเห็นทุกคนจองที่นอนกันเรียบร้อยเขานิ่วหน้ามองอ้นนอนใกล้ลลนามีกระเป๋าเป้วางคั่นไว้ซึ่งเธอนอนหันตะแคงไปหานีน่า คนเอาแต่ใจไม่พูดพร่ำคลานไปคว้ากระเป๋าเป้ออกแล้วเอนตัวนอนลงแทรกระหว่างอ้นกับลลนา
“อ้าวมึง” โยธินยืนงงห้ามเพื่อนไม่ทัน อ้นโดนเบียดผวาตื่นขมวดคิ้วหงุดหงิด
“เบียดทำไมวะ เพื่อนจองให้ตรงไหนก็ไปนอนตรงนั้นสิ”
“พี่ก็ไปนอนดิ ผมจะนอนตรงนี้” สิงหาพลิกตัวนอนตะแคงกอดอกหันไปทางด้านหลังของลลนา
“หวงเพื่อนไง?”
“เออ ไม่ไว้ใจ”
“โห่ แกอ่ะตัวไม่น่าไว้ใจเลย” อ้นนอนไม่ได้บ่นพึมพำลุกหน้ามุ่ยหอบของส่วนตัวเดินไปนั่งบนที่นอนฟูกข้าง ๆ โยธิน
“หวงเกินเพื่อนกันจริงเปล่าวะ”
“สิงมันบอกว่าเพื่อน ก็เพื่อนแหละ” โยธินเหล่มองก่อนจะตะแคงตัวนอนอ่อนเพลีย อ้นมองยังไม่หายเคืองได้แต่เอนตัวนอนหงุดหงิดทำอะไรไม่ได้
ช่วงกลางดึกภายในห้องปิดไฟมืดมีเพียงไฟสลัวบนขื่อไม้กลางห้องเพื่อให้พอมองเห็นลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ
สิงหานอนกอดอกตะแคงหลับสนิทเหนื่อยจากการแข่งขันและเดินทางสมบุกสมบัน ลลนานอนพลิกตัวตะแคงหันมาอีกฝั่งรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นกระทบหน้าทำให้สะดุ้งตกใจตื่นกระดกหัวมองโมโหคนที่นอนอยู่ใกล้ทั้งที่เอากระเป๋ากั้นไว้ ทันทีที่สายตาปรับแสงเห็นคนนั้นเป็นสิงหานอนหลับอยู่ข้าง ๆ ทำให้เธอหายตกใจวางหัวลงหมอนนอนมองใบหน้าหล่อหลับใหลแววตาเป็นประกายอยู่นานสองนานจนตาปรือเคลิ้มหลับโดยไม่รู้เลยว่าคนที่เธอจ้องมองอยู่นานแอบยกยิ้มรู้สึกตัวตั้งแต่ตอนเธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้ว...
ช่วงเวลาปัจจุบัน
หลายวันต่อมา
หน้าเคาน์เตอร์ หวานละมุน เว็ดดิ้ง สตูดิโอ
“สวัสดีค่ะคุณสิงวันนี้มีคิวนัดถ่ายภาพพรีเว็ดดิ้งหรือคะ” แป้งมองสิงหาแล้วยิ้มแย้มซ่อนความสงสัยเพราะไม่มีบุ๊คกิ้งจองไว้
“เปล่าครับ ผมอยากมาเปลี่ยนชุดที่เคยเลือกไว้รู้สึกว่าสีครีมไม่เหมาะกับผม”
“ถ้าอย่างนั้น เชิญคุณสิงนั่งรอสักครู่นะคะ แป้งจะประสานงานให้ค่ะ”
“ครับ” เขาตอบรับแล้วเดินไปนั่งบนโซฟา แป้งรีบกดน้ำดื่มใส่แก้วใสนำมาเสิร์ฟให้ลูกค้าดื่มระหว่างรอแล้วรีบเข้าไปในส่วนด้านหลังร้านเพื่อหาพนักงานมาดูแลลูกค้า เอเม่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ใช้ที่คีบหยิบคุกกี้ในขวดโหลที่คุณย่าทำมาให้วางใส่จานแล้วเดินประคองสองมือมาวางบนโต๊ะกระจก
“ขายค่ะ ๆ คุกกี้ อร่อยมากสุด” เอเม่ยืนประสานมือเงยสุดคอมองลูกค้าที่นั่งอยู่
“แม่ค้าน่ารักจัง ขายเท่าไหร่คะ” สิงหาอมยิ้มโน้มตัวลงมาคุยกับเด็กน้อยจำได้ว่าเป็นลูกสาวของลลนา
“ยี่สิบค่ะ” เอเม่ตอบเสียงใส สิงหาเลยเปิดกระเป๋าสตางค์หยิบแบงก์หยิบแบงก์ยี่สิบยื่นส่งให้แต่เด็กน้อยโบกมือไม่ยอมรับ
“เอาตังค์ปลอม ๆ ” มือน้อยกำมือเปล่ายื่นมาวางบนฝ่ามือใหญ่ของสิงหา
“อ๋อ นี่ค่ะยี่สิบ” เขาพยักหน้าเข้าใจกำมือเปล่าวางบนอูมน้อย ๆ เอเม่ทำท่ากำมือรับเงินใส่กระเป๋าแล้วยกมือไหว้ย่อตัวเด้ง ๆ แล้วยิ้มตาหยีมองหน้าสิงหามีไรผมแหลมตรงหน้าผากเหมือนตัวเอง
“คุณยุงมีผมแหลม ๆ เอเม่ก็มีนะ” นิ้วเล็กเขี่ยไรผมแหลมกลางหน้าผากของตัวเอง
“จริงด้วย เรามีผมแหลม ๆ เหมือนกันเลย”
“แม่บอกว่าน่าร้าก คุณยุงน่าร้าก” เด็กน้อยยกสองมือประคองแก้มท่าดอกไม้บานเอียงคอไปมาตาแป๋วแหวว สิงหาอมยิ้มเอ็นดูความน่ารัก
“ลุงสิงมีวน ๆ ตรงนี้ด้วยนะเขาเรียกว่าขวัญลุงมีสามขวัญน้อยคนที่จะมี หนูมีไหม” เขาก้มลงเล็กน้อยแล้วชี้กลางหัวผมรอยวนทวนเข็มนาฬิกาสามวงให้ดู
“มี...ไม่มี...มี...ไม่มี” เอเม่กลอกตาขึ้นคลำหัวตัวเองอย่างสงสัย
“ลุงสิงขอดูให้นะ” สิงหาอยากรู้อยากเห็นชะเง้อหน้าจะดูให้
