ตอนที่ 11 มาคิดถึงอะไรตอนนี้
“ขอโทษนะคะคุณสิง เอเม่ไม่กวนลูกค้านะคะ” แป้งเดินออกมาจากหลังร้านเห็นว่าหลานรบกวนลูกค้าก็รีบตรงมาขออภัยลูกค้าแล้วจับไหล่หลานสาวพากันไปหลังเคาน์เตอร์ด้วยกัน.....
สิงหาเดินตามอยากรู้ว่าลูกของเพื่อนมีขวัญสามขวัญเหมือนตัวเองหรือไม่แต่ดันมีเสียงเรียกขัดขึ้นมาเสียก่อน
“คุณสิงคะ ทรายขออนุญาตดูแลเรื่องชุดที่จะเปลี่ยนใหม่นะคะ”
“ผมอยากให้คนเดิมดูแล” เขาหันมองน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“พี่มิ้นท์ติดรับลูกค้าลองชุดเจ้าสาวอยู่ค่ะคุณสิง” แป้งยิ้มอ่อนแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
“ผมรอได้ เสร็จเมื่อไหร่ก็เรียกแล้วกัน” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเดินสอดมือล้วงกระเป๋ากลับไปนั่งอย่างใจเย็น แป้งกับทรายพยักพเยิดหน้าให้กัน ทรายเลยขึ้นไปชั้นสองเพื่อไปบอกลลนา
“คุณสิงเขารออยากให้พี่ไปช่วยดูชุดใหม่ให้”
“งั้นทรายช่วยดูแลคุณฝ้ายให้พี่ทีนะ เดี๋ยวพี่ไปดูแลคุณสิงเอง” เธอเสียงอ่อนแล้วเดินผละห่างสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนก้าวเดินลงบันไดไปยังโถงชั้นล่าง
“สวัสดีค่ะคุณสิง เชิญลองชุดด้านบนได้เลยค่ะ” ลลนาเดินลงมาทักทายแล้วผายมือเชิญ สิงหายักคิ้วอมยิ้มกรุ้มกริ่มโบกมือบ้ายบายให้เอเม่ที่แอบโบกมือน้อย ๆ ให้กับเขา
ห้องลองชุดชั้นสาม
สิงหาเลือกชุดจากแท็บเลตเรียบร้อยแล้วลลนาจึงหันหลังกลับไปหยิบชุดบนราวในตู้ใส่ชุดตามรหัสมาให้เขา
“เอาแต่ใจไม่เคยเปลี่ยน”
“ก็ไม่มีใครรู้ใจเท่าแก” เสียงทุ้มดังอยู่ใกล้ ๆ และรู้สึกได้ว่าร่างสูงใหญ่ยืนประกบทางด้านหลังกลิ่นกายบวกน้ำหอมของเขายังคงเป็นที่จดจำของเธอเสมอ
“ไม่มีออฟฟิศทำงานเหรอ เห็นมานั่งที่คาเฟ่แทบทุกวัน”
“มีแต่อยากเจอแก”
“.........” มือเรียวชะงักแววตาสั่นไหวกำเสื้อคลุมชุดสูทในมือนิ่ง สิงหาก้มหน้าลงกลืนน้ำลายหนืดลงคอ
“เราคิดถึง” เสียงทุ้มสั่นเครือได้พูดสิ่งที่อัดอั้นอยู่ภายในใจและคำพูดนั้นก็ทำให้คนฟังที่ยังคงรู้สึกริมฝีปากสั่นระริกหน้าเบะจะร้องไห้
“มาคิดถึงอะไรตอนนี้?”
“ก็คิดถึงทุกตอนแต่คิดว่าแกยังไม่หายโกรธเลยไม่มาเจอ”
“แกนั่นแหละ ยังไม่หายโกรธที่เรารักแกเกินเพื่อน” ขอบตาสวยร้อนผ่าวฝืนเกร็งกลั้นน้ำตาเจ็บปวดกับวันที่เคยอ่อนแอนั่งร้องไห้ท่ามกลางสายฝนเพียงลำพังไร้ซึ่งความห่วงใยจากคนใจดำที่เธอรวบรวมความกล้าสารภาพรัก
“เราไม่ได้โกรธ...แกนั่นแหละโกรธที่เราไม่รับรัก” เขาเถียงกลับนึกถึงวันนั้นที่เธอเอาสิ่งของความทรงจำของเขาและเธอมาทิ้งไว้หน้าห้องของเขาและฝากทิวามาบอกว่าอย่ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตเธออีก
“ช่างมันเหอะ เอาเป็นว่าเราไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว”
“หมายถึงไม่รู้สึกโกรธหรือไม่รู้สึกรักเรา”
“ทั้งสองอย่าง” เสียงหวานแผ่วเบาตั้งสติสลัดความทุกข์ในใจดึงชุดสูทออกมาจากราวแรง ๆ แล้วเดินไปยังห้องลองชุด หน้าหล่อสลดมองตาละห้อย
“งั้นเราก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมได้”
“แกยังอยากมีเพื่อนอย่างฉันอยู่อีกเหรอ?” หน้าสวยหันขวับมองปลายจมูกแดงดวงตาคลอด้วยน้ำใส สิงหามองสบตาเธอนิ่งนานก่อนจะเดินเข้ามาใกล้วางสองมือประคองแก้มเนียน
“ยังอยากมี...เพื่อนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจมีแค่แกคนเดียว โคตรคิดถึงเลยรู้ไหม” หน้าหล่อแดงก่ำน้ำตารื้นหยดลงแก้มสากเธอเงยมองแววตาวูบไหวน้ำตารินไหล เขาโน้มลงเข้าใกล้แนบหน้าผากประกบกันใกล้ชิดต่างคนต่างร้องไห้ทรมานกับความเก็บกลั้นความรู้สึกเสียใจมาหลายปีทั้งที่ใจยังรักและหวังดีต่อกัน
เพียงชั่วครู่ร่างเล็กก็ผละออกดันเขาออกห่างแววตาหม่นเศร้า คนกำลังซึ้งน้ำตานองหน้าได้แต่มองด้วยความสงสัย
“แกไม่อยากคบเรา?”
“เพื่อนกันไม่ต้องใกล้ขนาดนี้”
“ทีเมื่อก่อนเราใกล้กันมากกว่านี้อีก”
“นั้นมันเมื่อก่อน ตอนนี้เรามีลูกกับสามีแล้วแกทำอย่างที่เคยไม่ได้ มันไม่เหมาะ” เสียงหวานสวนขึ้นทันควันช้อนตามองแน่วแน่ สิงหายืนอึ้งค้างในหูอื้ออึงรู้สึกอิจฉาสามีของเธอและหงุดหงิดตัวเองที่กลับมาช้าไป........
