บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 เสียงเคาะนิ้วหลังฉากกั้น

บานประตูลับที่กลมกลืนไปกับผนังอิฐถูกผลักออก มู่หรันฉีก้าวเข้าสู่ทางเดินแคบที่ทอดตัวลงสู่ชั้นใต้ดินของเหลาอาหารฟูไหล นางเดินเลาะไปตามทางอย่างระมัดระวัง สองข้างทางมีเพียงแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมัน ทว่ากลับปราศจากกลิ่นอับชื้น

สะท้อนถึงการจัดการที่ยอดเยี่ยมและเส้นสายที่หยั่งรากลึกของเครือข่ายใต้ดินแห่งนี้ ทุกย่างก้าวของนางเงียบกริบ สัญชาตญาณระแวดระวังทำงานเต็มที่

สุดทางเดินคือห้องโถงขนาดย่อมที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับการเจรจา เถ้าแก่เนี้ยสวีนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์ นิ้วเรียวที่ประดับแหวนหยกกรีดลูกคิดรางเล็กเป็นจังหวะรวดเร็วคล่องแคล่ว

สตรีม่ายวัยสามสิบห้าผู้นี้ยังคงรูปโฉมงดงามเย้ายวน อาภรณ์สีม่วงเข้มเสริมให้ดูมีอำนาจ ทว่าแววตาที่ตวัดมองผู้มาเยือนกลับคมกริบราวกับใบมีดประเมินราคาสินค้า นางไม่สนใจภูมิหลังทางการเมือง สนเพียงว่าผู้ใดสามารถทำกำไรให้นางได้มากกว่า

มู่หรันฉีทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ต้องรอให้เชื้อเชิญ ท่าทีของนางผ่อนคลายทว่าแผ่นหลังตั้งตรง นางล้วงขวดยาเคลือบสีเขียวเข้มสามขวดออกจากแขนเสื้อ วางเรียงบนโต๊ะอย่างใจเย็นทีละขวดเพื่อสร้างจังหวะดึงดูดสายตา

"ยาพอกถอนพิษพิเศษหรือ คุณหนูมู่" เถ้าแก่เนี้ยสวีปรายตามองเพียงชั่วครู่ มุมปากแต้มชาดสีสดเหยียดยิ้มการค้า

"ของพื้นๆ เช่นนี้ ตลาดมืดมีขายเกลื่อนกลาด ข้าให้ขวดละหนึ่งตำลึงเงิน ถือว่าเห็นแก่ความกล้าหาญของบุตรีขุนนางที่กล้าลงมาเจรจากับข้าด้วยตนเอง"

"เถ้าแก่เนี้ยประเมินต่ำไปกระมัง" มู่หรันฉีแย้มยิ้มบางเบา นางไม่สะทกสะท้านกับคำดูแคลน ปลายนิ้วดันขวดยาขวดหนึ่งไปตรงหน้าสตรีจอมเขี้ยว

"ยาพอกของข้าสกัดจากสมุนไพรสด ผสมสุราขาวบริสุทธิ์เพื่อเร่งการซึมซาบ ออกฤทธิ์เร็วกว่ายาต้มทั่วไปถึงสามส่วน แม้แต่พิษงูเกล็ดแดงที่ว่าร้ายกาจ ก็สามารถบรรเทาอาการและห้ามเลือดได้ภายในครึ่งก้านธูป

หากท่านนำไปขายต่อให้พวกพรานป่าหรือผู้คุ้มกันภัยที่ต้องใช้ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย พวกเขาย่อมยินดีจ่ายเพื่อซื้อชีวิต ยานี้ย่อมเรียกราคาได้ขวดละห้าตำลึงเงินเป็นอย่างต่ำ"

เสียงลูกคิดกระทบรางชะงักงัน เถ้าแก่เนี้ยสวีหรี่ตาลงพิจารณาสตรีตรงหน้าใหม่อีกครั้ง บุตรีขุนนางปลายแถวที่ควรจะเอาแต่เย็บปักถักร้อยและหวาดกลัวสถานที่อโคจร กลับรู้ซึ้งถึงกลไกราคา กลุ่มเป้าหมาย และความต้องการของตลาดมืดอย่างทะลุปรุโปร่ง

"สตรีในห้องหอเช่นเจ้า ช่างมีฝีปากเจรจาและอ่านเกมการค้าผิดจากรูปโฉมยิ่งนัก" เถ้าแก่เนี้ยสวีเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พับเก็บท่าทีเหยียดหยามเมื่อครู่ลงไป

"สองตำลึงเงิน ข้าให้ได้สูงสุดเท่านี้ เจ้าต้องไม่ลืมว่าข้าต้องรับความเสี่ยงในการนำยาที่ไม่รู้ที่มาที่ไปแน่ชัดไปทดสอบและเร่ขาย หากเกิดข้อผิดพลาด ชื่อเสียงเครือข่ายของข้าย่อมเสียหาย"

มู่หรันฉียังคงรักษารอยยิ้มการค้าบนใบหน้า สมองคำนวณต้นทุนและกำไรอย่างรวดเร็ว นางเตรียมจะอ้าปากต่อรองเพื่อดึงราคาขึ้นอีกสักครึ่งตำลึง ทว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นและสม่ำเสมอกลับดังขึ้นจากหลังฉากกั้นไม้แกะสลักด้านในสุดของห้อง บรรยากาศผ่อนคลายเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น

เถ้าแก่เนี้ยสวีผุดลุกขึ้นยืนทันที ท่าทีเย่อหยิ่งและมาดนักธุรกิจหญิงผู้กุมอำนาจแปรเปลี่ยนเป็นความนอบน้อมระคนยำเกรง นางก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว ประสานมือทำความเคารพบุรุษวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีเขียวเข้มที่ก้าวพ้นฉากกั้นออกมา

หลงจู๊จากโรงรับจำนำว่านจินก้าวเข้ามาหยุดยืนข้างโต๊ะเจรจา เขาประเมินขวดยาเคลือบสามขวดนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะเลื่อนสายตาไปหยุดที่ใบหน้าของมู่หรันฉี

"สิบตำลึงเงินต่อหนึ่งขวด โรงรับจำนำว่านจินยินดีรับซื้อยาทั้งหมดของแม่นางมู่ ไม่จำกัดจำนวน" น้ำเสียงของหลงจู๊ราบเรียบทรงอำนาจ ไม่เผื่อช่องว่างให้ปฏิเสธ

ข้อเสนอนั้นทำเอามู่หรันฉีขมวดคิ้ว ราคาที่สูงกว่าท้องตลาดถึงสองเท่าตัวไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับคนทำการค้าหน้าเลือด ไม่มีผู้ใดหว่านเงินทิ้งโดยไร้จุดประสงค์ นางประสานมือตอบรับตามมารยาท ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

"โรงรับจำนำรับซื้อยาสมุนไพรตั้งแต่เมื่อใดกันเจ้าคะ อีกทั้งราคานี้ออกจะเกินจริงไปสักหน่อย ข้าน้อยมิกล้าเอาเปรียบเครือข่ายของพวกท่าน"

"นายท่านของข้ามีกิจการหลายแขนง กว้างขวางเกินกว่าที่แม่นางมู่จะคาดเดา ยาถอนพิษชั้นเลิศที่สกัดพิษงูเกล็ดแดงได้รวดเร็วย่อมเป็นที่ต้องการเสมอ" หลงจู๊ตอบหน้าตายไร้ซึ่งพิรุธ

"ทว่านายท่านมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว แม่นางมู่ต้องเป็นผู้นำยาไปส่งมอบที่โรงรับจำนำว่านจินด้วยตนเองทุกครั้ง ห้ามผ่านมือผู้ใดเด็ดขาด หากตกลงตามนี้ ตั๋วเงินสามสิบตำลึงจะเป็นของท่านทันที และการค้าในวันข้างหน้าจะได้รับความคุ้มครอง"

เงื่อนไขประหลาดบีบให้มู่หรันฉีต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ทั้งหมด การเดินทางไปโรงรับจำนำว่านจินด้วยตนเองย่อมเปิดเผยร่องรอยให้นางถูกศัตรูสะกดรอยตามได้ง่าย ซ้ำยังเป็นการเดินเข้าสู่อาณาเขตของผู้อื่นโดยไม่อาจควบคุมสถานการณ์ได้

นางหันมองเถ้าแก่เนี้ยสวีที่ยืนสงบปากสงบคำ ก้มหน้ามองเพียงปลายรองเท้าตนเอง บ่งบอกชัดเจนว่าหลงจู๊ผู้นี้และนายท่านที่อยู่เบื้องหลัง มีอำนาจเหนือกว่าเครือข่ายใต้ดินของที่นี่หลายเท่านัก

ก่อนที่นางจะตัดสินใจเอ่ยปฏิเสธเพื่อถอยไปตั้งหลัก เสียงปลายนิ้วเคาะลงบนที่วางแขนไม้ก็ดังแว่วมาจากหลังฉากกั้นไม้แกะสลักที่หลงจู๊เพิ่งเดินจากมา

เคาะ เคาะ เคาะ

จังหวะการเคาะนั้นเชื่องช้า ราบเรียบ ทว่าเต็มไปด้วยกลิ่นอายคุกคามที่บีบคั้นอากาศในห้องให้หดแคบลงราวกับมีมือกำลังบีบรัดรอบลำคอ มู่หรันฉีปรายตามองเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษที่ทาบทับอยู่บนผืนผ้าไหมโปร่งหลังฉากกั้น ท่าทางการนั่งอันทรงอำนาจนั้นไม่อาจปิดบังได้แม้อยู่ในมุมมืด

จังหวะการเคาะที่คุ้นหูเช่นนี้ กลิ่นอายเยือกเย็นที่กดทับผู้คนจนหายใจลำบากเช่นนี้ สัญชาตญาณเอาตัวรอดของนางร้องเตือนอย่างหนักหน่วง ภาพปิ่นเงินที่ถูกบีบจนโค้งงอซ้อนทับกับเงาร่างตรงหน้า

นายทุนลับเบื้องหลังโรงรับจำนำว่านจิน เครือข่ายที่กุมอำนาจแท้จริงในเมืองนี้ คือคนเดียวกับบุรุษก้นครัวที่โยนป้ายหยกประจำตัวให้นางเมื่อคืนก่อน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel