
บทย่อ
รับปิ่นเงินหักไว้เพียงเพราะหวังค่ายาแก้แขนพอง ใครจะรู้ว่านั่นคือวาสนาที่ดึงดูดนายทุนลับผู้กุมอำนาจล้นฟ้าให้มาตามติด เมื่อสตรีจอมมารยากล้าสวมรอยเป็นผู้มีพระคุณหวังปีนป่ายจวนอ๋อง แม่ค้าอย่างมู่หรันฉีจึงต้องออกโรงทวงสิทธิ์ ทว่าค่าปิดปากเรื่องถอนพิษงูครานี้ นางขอคิดบัญชีเหมาทั้งคลังสมบัติและตำแหน่งพระชายาจิ้นชินอ๋องก็แล้วกัน
บทที่ 1 ปิ่นเงิน
ยามซวี ศาลาริมน้ำสำนักศึกษาหลวงประจำมณฑลเนืองแน่นไปด้วยบัณฑิตชายหญิง งานเลี้ยงอำลาจบการศึกษาเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนของแทนใจและการจับคู่สร้างเส้นสายทางการเมือง โต๊ะยาวกลางศาลาถูกจัดไว้สำหรับบรรดาลูกหลานขุนนางชั้นสูง ส่วนโต๊ะมุมอับริมระเบียงตกเป็นของบัณฑิตตระกูลขุนนางปลายแถว
มู่หรันฉีนั่งอยู่มุมที่เงียบสงบที่สุดของศาลา นางใช้ตะเกียบคีบเนื้อปลาเข้าปากอย่างเชื่องช้า ไม่สนใจสายตาเหยียดหยามจากบัณฑิตร่วมสำนักศึกษา ข้างกายมีหลินซี สหายสนิทผู้เป็นบุตรีคหบดีใหญ่นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันมองไปกลางศาลา
"เจ้าดูเซี่ยหรงอันสิ แสร้งทำเป็นเอียงอาย ทั้งที่ดวงตาจ้องจะฮุบปิ่นหยกของคุณชายโจวอยู่รอมร่อ" หลินซีแค่นเสียง ท่าทางอยากจะลุกไปคว่ำโต๊ะกลางงาน
มู่หรันฉีปรายตามองตาม เซี่ยหรงอัน คุณหนูใหญ่แห่งจวนผู้ว่าการเมืองกำลังยืนอยู่กลางวงล้อม ใบหน้างดงามก้มต่ำ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันคล้ายคนขวยเขิน เบื้องหน้าของนางคือโจวจินหาว บุตรชายเสนาบดีจากเมืองหลวงที่กำลังยื่นปิ่นหยกสลักลายวิจิตรให้
"ปิ่นหยกชิ้นนี้สั่งทำจากช่างฝีมืออันดับหนึ่งในเมืองหลวง คู่ควรกับสตรีที่เพียบพร้อมเช่นคุณหนูเซี่ยเพียงผู้เดียว" โจวจินหาวกล่าวด้วยน้ำเสียงโอ้อวด หวังประกาศบารมีและแสดงความเป็นเจ้าของ
เซี่ยหรงอันยื่นมือรับปิ่นหยกชิ้นนั้น ท่าทางอ่อนช้อยบอบบาง "คุณชายโจวสิ้นเปลืองแล้ว หรงอันมิกล้ารับของมีค่าถึงเพียงนี้"
ปากบอกมิกล้า แต่มือกลับหยิบปิ่นหยกชิ้นนั้นไปถือไว้อย่างหวงแหน มู่หรันฉีส่ายหน้าเบาๆ นางเห็นมารยาหญิงเช่นนี้มานับไม่ถ้วนในโลกก่อน สตรีผู้นี้ช่างเกิดมาเพื่อสวมบทบาทดอกบัวขาวอย่างแท้จริง
ทว่าฉากรักหวานชื่นของบัณฑิตตระกูลใหญ่กลับต้องหยุดชะงัก เมื่อบุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาจากเบื้องหลังกู้หรงจิ้น
บุรุษผู้นั้นสวมชุดผ้าฝ้ายสีเทาเข้มเนื้อหยาบ ไร้ลวดลายประดับ รูปร่างสูงใหญ่สง่างามทว่ากลับมีสถานะเป็นเพียงผู้ติดตามของคุณชายกู้ ซ่งเซียวเหยียนก้าวมายืนเบื้องหน้าเซี่ยหรงอัน ฝ่ามือใหญ่ยื่นปิ่นเงินเรียบง่ายไร้ลวดลายออกไป
"เซี่ยหรงอัน สิ่งนี้มอบให้เจ้า"
น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาราบเรียบ ไม่มีคำหวานหู ไม่มีท่าทีประจบประแจง ทั่วทั้งศาลาเงียบกริบลงทันตา บัณฑิตหลายคนเบิกตากว้างก่อนจะลอบมองหน้ากันด้วยความขบขัน บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งช่างกล้าอาจเอื้อมมอบของแทนใจให้คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย
เซี่ยหรงอันมองปิ่นเงินในมือเขา รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง แววตาของนางปรากฏร่องรอยดูแคลนพาดผ่านก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความลำบากใจ นางขยับตัวถอยหลังไปครึ่งก้าว ซ่อนมือที่ถือปิ่นหยกไว้ในแขนเสื้อ
"คุณชายซ่ง หรงอันรับไว้ไม่ได้" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เจือความเวทนาที่เสแสร้งขึ้น
"ของสิ่งนี้มีค่าเกินไปสำหรับผู้ติดตามเช่นท่าน ท่านหาเงินมาด้วยความยากลำบาก ควรเก็บปิ่นเล่มนี้ไว้แลกเปลี่ยนเป็นเสบียงอาหารในยามจำเป็นดีกว่า"
คำกล่าวนั้นฟังดูมีเมตตา ทว่ากลับเป็นการตบหน้าและเหยียบย่ำสถานะของซ่งเซียวเหยียนให้จมดินต่อหน้าธารกำนัล นางจงใจใช้ความยากจนของเขามาเป็นเครื่องเชิดชูความสูงส่งของตนเอง
โจวจินหาวประสานเสียงหัวเราะเย้ยหยัน เขาก้าวมาขวางหน้าเซี่ยหรงอันราวกับผู้ปกป้อง "คุณหนูเซี่ยช่างมีเมตตาเหลือเกิน แต่น่าเสียดายที่คนบางคนไม่รู้จักเจียมกะลาหัว เป็นเพียงบ่าวรับใช้ก้นครัว ช่างกล้าเอาเศษเงินมาตีราคาคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย หากข้าเป็นเจ้า ข้าคงเอาหน้ามุดลงดินไปแล้ว"
เสียงหัวเราะของกลุ่มบัณฑิตที่ประจบโจวจินหาวดังระงม ซ่งเซียวเหยียนยังคงยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาของเขาไม่มีความโกรธเกรี้ยว มีเพียงดวงตาสีนิลที่มืดครึ้มลง ฝ่ามือใหญ่ค่อยๆ ลดลงข้างลำตัว ปิ่นเงินในมือถูกบีบจนงอโค้งตามแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้
กู้หรงจิ้นขยับตัวคล้ายจะเข้ามาห้ามปราม ทว่าซ่งเซียวเหยียนเพียงปรายตามองสหายเป็นเชิงห้าม เขาหมุนตัวเตรียมก้าวเดินออกจากศาลา
จังหวะนั้นเอง เซี่ยหรงอันลอบสบตากับสาวใช้คนสนิทที่กำลังยกถาดน้ำแกงเดือดพล่านเดินผ่านมา นางแสร้งทำเป็นขยับตัวหลบทาง ทว่าปลายเท้ากลับสะดุดเข้ากับชายกระโปรงตนเองอย่างจงใจ
ร่างอรชรโอนเอนไปชนสาวใช้ ถาดไม้ในมือสาวใช้พลิกคว่ำ ชามกระเบื้องลอยละลิ่ว น้ำแกงเดือดจัดพุ่งตรงไปยังแผ่นหลังของซ่งเซียวเหยียนที่กำลังหันหลังเดินจากไป
เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็ว ไม่มีผู้ใดคาดคิดและไม่มีผู้ใดขยับตัวทัน
มู่หรันฉีที่จับตาดูการแสดงละครฉากนี้อยู่ตลอดเวลาผุดลุกขึ้น สัญชาตญาณพี่สาวคนโตที่เคยปกป้องน้องชายจากการถูกรังแกทำงานไวกว่าความคิด นางถีบเก้าอี้ไม้ตรงหน้าออกให้พ้นทาง พุ่งตัวแทรกผ่านกลุ่มบัณฑิตที่กำลังยืนตะลึง
นางก้าวขวางแผ่นหลังของบุรุษชุดเทา สะบัดชายแขนเสื้อกว้างของชุดบัณฑิตสีฟ้าครามขึ้นบัง พร้อมกับคว้าถาดไม้เปล่าบนโต๊ะใกล้เคียงขึ้นปะทะ
ชามกระเบื้องแตกกระจาย น้ำแกงเดือดพล่านสาดกระทบถาดไม้และท่อนแขนซ้ายของมู่หรันฉีจนเปียกชุ่ม ความร้อนลวกผิวหนังจนแสบสัน ทว่านางเพียงขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่ครึ่งคำ
ความเงียบเข้าปกคลุมศาลาริมน้ำราวกับถูกแช่แข็ง ซ่งเซียวเหยียนชะงักฝีเท้า เขาหันกลับมามองแผ่นหลังบอบบางของสตรีที่ยืนกางแขนขวางอยู่เบื้องหน้า
ซ่งเซียวเหยียนมองหยดน้ำแกงที่ไหลซึมผ่านเนื้อผ้าของนาง แววตาที่เคยเย็นชาและว่างเปล่าปรากฏคลื่นอารมณ์ประหลาดพาดผ่าน เขาไม่คาดคิดว่าจะมีผู้ใดกล้าเอาตัวเข้ามาขวางน้ำร้อนแทนบ่าวรับใช้ที่ถูกทุกคนเหยียดหยาม
มู่หรันฉีลดถาดไม้ในมือลง นางสะบัดคราบน้ำแกงออกจากแขนเสื้ออย่างเชื่องช้า ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเซี่ยหรงอันที่กำลังยืนหน้าซีดเผือด แสร้งทำเป็นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราของมู่หรันฉีไม่มีรอยยิ้มกะล่อนอย่างที่เคยเป็น นางปรายตามองหยดน้ำแกงบนพื้นสลับกับใบหน้าของเซี่ยหรงอัน
"คุณหนูเซี่ย" น้ำเสียงของมู่หรันฉีราบเรียบทว่าดังก้องกังวานในความเงียบ
"มารยาทตระกูลผู้ว่าการเมือง ช่างเปิดหูเปิดตาข้าเสียจริง"
