บทที่ 4 เส้นทางของจิ้งจอกน้อย
ขณะที่ร่างบอบบางก้าวพ้นประตูไม้บานเก่าของสำนักศึกษา ภายในเรือนไผ่หยกที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในเขตพักอาศัยของผู้ติดตาม บรรยากาศกลับแตกต่างจากความวุ่นวายภายนอกอย่างสิ้นเชิง
ปลายยามเหม่า ซ่งเซียวเหยียนยืนหยัดอยู่กลางห้องพักซอมซ่อ เขาถอดเสื้อผ้าฝ้ายสีเทาเนื้อหยาบโยนทิ้งลงบนพนักเก้าอี้อย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะสวมทับด้วยเสื้อคลุมตัวยาวสีดำสนิทที่ตัดเย็บจากไหมฟ้า
ทรวดทรงและเนื้อผ้าที่พลิ้วไหวตามจังหวะขยับตัวบ่งบอกถึงราคาที่ประเมินค่ามิได้ ท่าทีค้อมหลังเจียมเนื้อเจียมตัวแบบบ่าวรับใช้มลายหายไปสิ้น สลัดคราบชายก้นครัวต้อยต่ำเหลือเพียงกลิ่นอายแห่งอำนาจที่แผ่ขยายจนอากาศในห้องคล้ายจะหยุดนิ่ง
ซืออี เร้นกายออกจากเงาหลังฉากกั้นไม้ คุกเข่าลงเบื้องหน้าผู้เป็นนายด้วยท่วงท่าเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง
"รายงานมา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่ง ราบเรียบทว่าเย็นเยียบ
"คุณชายโจวส่งจดหมายด่วนกลับเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ อ้างว่าถูกบัณฑิตชั้นต่ำรังแก หวังให้บิดาที่เป็นเสนาบดีกรมขุนนางออกหน้าจัดการ" ซืออีรายงานตามตรง แววตาแฝงความดูแคลนคุณชายเสเพลผู้นั้น
มุมปากของซ่งเซียวเหยียนยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความขบขัน "ปล่อยให้เขาส่งไป โจวซ่างซูจะได้รู้ตัวว่าบุตรชายโง่งมของเขากำลังแกว่งเท้าหาเสี้ยน บัญชีส่วยใต้ดินที่พวกมันยักยอกไป ข้าจะค่อยๆ คิดทบต้นทบดอกทีหลัง"
"ส่วนเรื่องของคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย" ซืออีรายงานต่อ
"นางส่งบ่าวรับใช้ล่วงหน้าไปแจ้งแก่ผู้ว่าการเมืองเซี่ย ให้ใช้อำนาจปิดเส้นทางค้าขายสมุนไพรของอำเภอที่บิดาแม่นางมู่ปกครองอยู่ หวังบีบให้ครอบครัวของนางอดตายเพื่อระบายโทสะเรื่องเมื่อคืนพ่ะย่ะค่ะ"
นัยน์ตาสีนิลของซ่งเซียวเหยียนหรี่ลง ความมืดมิดสายหนึ่งพาดผ่านดวงตา เขาเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ ปลายนิ้วเคาะลงบนที่วางแขนเป็นจังหวะเชื่องช้า
"คุณหนูเซี่ยผู้มีเมตตา ถึงกับใช้อำนาจบิดาบีบคั้นครอบครัวขุนนางผู้น้อยเพียงเพราะถูกขัดใจ" ซ่งเซียวเหยียนแค่นเสียง
"ช่างขัดกับภาพลักษณ์สตรีผู้กล้าหาญที่ยอมเสี่ยงชีวิตดูดพิษงูให้ข้าในป่าทึบวันนั้นเสียจริง"
ซืออีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย "ท่านอ๋องทรงสงสัยเรื่องบุญคุณช่วยชีวิตหรือพ่ะย่ะค่ะ"
"สัญชาตญาณคนเราหลอกกันไม่ได้ สตรีที่กล้าเอาตัวเข้าขวางน้ำแกงเดือดพล่านเพื่อปกป้องคนแปลกหน้า ย่อมแตกต่างจากสตรีที่ใช้แผนสกปรกลอบกัดผู้อื่นลับหลัง" ซ่งเซียวเหยียนหลุบตามองฝ่ามือขวาของตนเอง รอยสัมผัสจากปลายนิ้วเนียนนุ่มที่เฉียดผ่านตอนมอบปิ่นเงินยังคงเด่นชัดในความทรงจำ
ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราที่ไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัวยามปะทะกับโจวจินหาว แววตาเด็ดเดี่ยวตอนที่รับปิ่นเงินหักของเขาไปถือไว้ ซ่งเซียวเหยียนตระหนักว่าตนเองประเมินสตรีแซ่มู่ผู้นี้ต่ำเกินไป นางไม่ใช่สตรีบ้านนอกที่โง่งม แต่เป็นจิ้งจอกน้อยที่รู้จักใช้สถานการณ์ให้เป็นประโยชน์ ทั้งยังกล้าหาญจนน่าประหลาดใจ
"ส่งคนจับตาดูเซี่ยหรงอัน ข้าต้องการรู้ทุกความเคลื่อนไหวของนาง โดยเฉพาะเหตุการณ์ในป่าหลังสำนักศึกษาเมื่อสองปีก่อน สืบมาให้ชัดเจนว่าวันนั้นนางอยู่ที่ใดกันแน่"
"พ่ะย่ะค่ะ แล้วเรื่องของแม่นางมู่ จะให้ทรงจัดการเช่นไร" ซืออีเอ่ยถาม
"ส่งหน่วยเงาไปคุ้มครองนางอย่างลับๆ" ซ่งเซียวเหยียนออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด
"อย่าให้คนของตระกูลเซี่ยหรือผู้ใดกล้าแตะต้องนางหรือครอบครัวของนาง หากพวกมันลงมือ สับมือพวกมันทิ้งเสีย"
ซืออีรับคำสั่ง ทว่ายังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน ท่าทางคล้ายมีเรื่องบางอย่างที่ลังเลจะเอ่ย
"มีสิ่งใดอีก" ซ่งเซียวเหยียนปรายตามองลูกน้องคนสนิท
"สายข่าวที่สะกดรอยตามแม่นางมู่ตั้งแต่เช้าตรู่ส่งข่าวรายงานมาพ่ะย่ะค่ะ" ซืออีประสานมือรายงานเสียงเรียบ
"เส้นทางที่นางใช้เดินทางออกจากสำนักศึกษา เป็นเส้นทางที่ผิดแผกไปจากปกติ"
ซ่งเซียวเหยียนหยุดเคาะปลายนิ้ว "นางไปที่ใด"
"นางมุ่งหน้ากลับอำเภอของบิดา แต่จ้างเกวียนเทียมวัวให้ไปส่งที่บ้านตระกูลมู่แล้วออกตรอกมืดด้านหลังเหลาอาหารฟูไหล แหล่งกบดานของเครือข่ายเถ้าแก่เนี้ยสวีพ่ะย่ะค่ะ"
