บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เบื้องหลังหน้ากาก

ยามเหม่า ภายในห้องพักท้ายสำนักศึกษาหลวงประจำมณฑล บรรยากาศยังคงถูกปกคลุมด้วยความเงียบสงัด บัณฑิตส่วนใหญ่ยังคงหลับใหลหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับงานเลี้ยงอำลาเมื่อคืน

มู่หรันฉีนั่งขัดสมาธิอยู่บนขอบเตียงไม้กระดานที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ขยับตัว นิ้วมือเรียวของนางกำลังไล้ไปตามลวดลายสลักบนเนื้อหยกสีดำสนิท หยกชิ้นนี้เย็นเฉียบ มีน้ำหนักถ่วงมือผิดจากหยกประดับทั่วไปที่สตรีมักใช้ห้อยเอว ลวดลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาที่สลักไว้บนผิวนั้นประณีตและดุดันราวกับมีชีวิต เพียงแค่มองก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของอำนาจที่ซุกซ่อนอยู่

เมื่อคืนหลังจากเดินหนีออกมาจากศาลาริมน้ำ นางพิจารณาสิ่งนี้อยู่นาน บุรุษชุดเทาผู้นั้นเป็นเพียงผู้ติดตามของคุณชายกู้ เป็นบ่าวรับใช้ก้นครัวที่ถูกโจวจินหาวและเซี่ยหรงอันดูแคลนสารพัด เหตุใดเขาจึงมีของล้ำค่าปานนี้ติดตัว ซ้ำยังกล้ากล่าววาจาโอหังว่าไม่มีผู้ใดในแผ่นดินกล้าพรากมันไปจากนาง

สัญชาตญาณของการดิ้นรนเอาตัวรอดในโลกก่อนร้องเตือนมู่หรันฉีอย่างหนักหน่วง ของสิ่งนี้หากนำไปโรงรับจำนำ คงได้ตั๋วเงินมาต่อชีวิตครอบครัวของนางและส่งเสียน้องชายเรียนได้หลายปี ทว่าหากพลาดพลั้งนำไปให้หลงจู๊ที่รู้จักลวดลายนี้เข้า มันอาจกลายเป็นป้ายอาญาสิทธิ์ที่นำภัยมาสู่หัวบิดาของนางแทน

นางพ่นลมหายใจออกมายืดยาว ตัดสินใจเก็บเรื่องการขายหยกชิ้นนี้พับใส่ลิ้นชักความทรงจำไปก่อน มู่หรันฉีหยิบมีดสั้นเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ใต้หมอนออกมา

พลิกรองเท้าผ้าฝ้ายคู่เก่าของตนขึ้น กรีดปลายมีดลงบนพื้นรองเท้าหนาอย่างระมัดระวัง สร้างช่องว่างขนาดพอดีกับป้ายหยก ยัดมันลงไปจนลึกสุด ก่อนจะใช้เข็มและด้ายที่เตรียมไว้เย็บปิดรอยขาดนั้นอย่างแนบเนียน

แม้ยามก้าวเดินอาจจะรู้สึกขัดง่ามเท้าไปบ้าง แต่นี่คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับของล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินที่มาที่ไปได้

มู่หรันฉีสวมรองเท้ากลับเข้าที่ กระทืบเท้าลงบนพื้นไม้สองสามครั้งเพื่อทดสอบความมั่นคง เมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดผิดสังเกต นางจึงหันไปมัดห่อผ้าสีซีดที่บรรจุเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุดขึ้นสะพายหลัง ข้าวของของนางมีเพียงเท่านี้ ไม่มีตำราล้ำค่า ไม่มีเครื่องประดับมีราคา มีเพียงสมุดจดบันทึกสูตรยาสมุนไพรที่นางคัดลอกไว้ด้วยตนเอง

นางกวาดสายตามองห้องพักซอมซ่อนี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะผลักบานประตูไม้และก้าวเดินจากไปโดยไม่มีความอาวรณ์

ลานกว้างหน้าสำนักศึกษาหลวงยามนี้เริ่มมีบ่าวไพร่และรถม้าของบรรดาลูกหลานตระกูลขุนนางมาจอดรอรับเจ้านายกลับภูมิลำเนา มู่หรันฉีเดินเลาะไปตามระเบียงทางเดิน หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกลุ่มบัณฑิตที่ยังคงจับกลุ่มวิจารณ์เหตุการณ์สาดน้ำแกงเมื่อคืน

ขณะที่นางกำลังจะก้าวพ้นประตูข้างของสำนักศึกษาเพื่อไปจ้างเกวียนเทียมวัวกลับอำเภอของตน สายตาก็ปะทะเข้ากับรถม้าคันใหญ่ประดับม่านผ้าไหมสีชมพูอ่อน สัญลักษณ์ตระกูลเซี่ยสลักเด่นหราอยู่บนตัวรถด้วยทองเหลืองขัดเงา

มู่หรันฉีชะงักฝีเท้า นางขยับตัวหลบหลังรูปปั้นสิงโตหินหน้าประตูโดยสัญชาตญาณ บ่าวรับใช้ชายสองคนในชุดของจวนผู้ว่าการเมืองกำลังยืนกระซิบกระซาบกันอยู่ข้างล้อรถม้า ท่าทางลับลมคมในของทั้งคู่ทำให้นางต้องเงี่ยหูฟัง

"เมื่อคืนคุณหนูใหญ่โกรธจนอาละวาดทำลายข้าวของในห้องพักไปเสียครึ่ง ถาดน้ำแกงนั่นทำให้นางเสียหน้าต่อหน้าคุณชายโจว ยังมีนังเด็กตระกูลมู่นั่นอีกที่กล้าสอดมือเข้ามายุ่ง" บ่าวคนแรกเอ่ยด้วยน้ำเสียงสอพลอ สายตาสอดส่ายไปมาราวกับกลัวผู้ใดมาได้ยิน

"คุณหนูใหญ่สั่งให้ข้านำจดหมายด่วนล่วงหน้าไปมอบให้ผู้ว่าการเมือง" บ่าวคนที่สองตบหน้าอกเสื้อตนเองเบาๆ แสดงท่าทีโอ้อวด

"เนื้อความในจดหมายระบุชัดเจน บิดาของนังเด็กแซ่มู่เป็นเพียงนายอำเภอชายแดนที่ยากไร้ ผู้ว่าการเมืองมีอำนาจปกครองทั้งมณฑล เพียงกระดิกนิ้วสั่งการพ่อค้าคนกลาง ก็สามารถบีบเส้นทางค้าขายสมุนไพรของอำเภอนั้นได้แล้ว"

"ดียิ่ง ให้พวกมันอดตายไปเสียทั้งครอบครัว โทษฐานที่กล้าขัดหูขัดตาคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย สตรีบ้านนอกที่ไม่มีแม้แต่ปิ่นปักผมดีๆ กล้าเสนอหน้ามารับของแทนใจขวางตาคุณหนูใหญ่ ช่างไม่เจียมกะลาหัว"

มู่หรันฉีได้ยินบทสนทนานั้นอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ นางไม่แสดงท่าทีตื่นตระหนก ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดกลัวบนใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา มุมปากของนางเพียงยกขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบทอประกายเย็นชา

เซี่ยหรงอันช่างเป็นดอกบัวขาวที่อาบยาพิษโดยแท้ ต่อหน้าบัณฑิตชายแสร้งทำเป็นอ่อนแอบอบบาง ลับหลังกลับใช้อำนาจบิดาข่มเหงผู้ที่ด้อยกว่าเพื่อระบายโทสะและรักษาหน้าตาของตนเอง

เส้นทางทำกินของอำเภอที่บิดานางปกครองอยู่ ส่วนใหญ่พึ่งพาการเก็บเกี่ยวสมุนไพรป่าส่งขายเข้าเมือง หากเซี่ยติ้งหยวนสั่งปิดเส้นทางค้าขายหรือบีบให้พ่อค้าคนกลางงดรับซื้อสมุนไพรจากชาวบ้าน บิดาของนางที่เป็นนายอำเภอตงฉินคงต้องยอมก้มหัวรับใช้ขุนนางกังฉินเพื่อแลกกับปากท้องของชาวเมือง ครอบครัวของนางและชาวบ้านย่อมได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักแน่

มู่หรันฉีหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในเงาของกำแพง สมองของนางทำงานอย่างรวดเร็ว ในเมื่อตระกูลเซี่ยคิดจะตัดท่อน้ำเลี้ยงเพื่อบีบให้นางจนตรอก นางก็ต้องหาแหล่งเงินทุนใหม่ที่ใหญ่พอจะต่อกรกับผู้ว่าการเมืองได้

ภาพของเถ้าแก่เนี้ยสวี เจ้าของเครือข่ายโรงเตี๊ยมและร้านแลกเงินผุดขึ้นมาในหัว สตรีผู้นั้นเป็นแม่ค้าหน้าเลือดที่มองเห็นเพียงผลกำไร ไม่สนใจขั้วอำนาจทางการเมือง หากนางสามารถนำสูตรยาสมุนไพรล้ำค่าจากยุคปัจจุบันที่บันทึกไว้ในหัวไปเสนอขาย ย่อมต้องดึงดูดความสนใจของเถ้าแก่เนี้ยสวีได้อย่างแน่นอน

มู่หรันฉีกระชับสายห่อผ้าบนบ่า แววตาของนางเด็ดเดี่ยวมั่นคง นางจะไม่ยอมปล่อยให้ครอบครัวต้องตกเป็นเหยื่อของตระกูลเซี่ย และจะไม่ยอมให้การเอาตัวเข้าขวางน้ำแกงเมื่อคืนสูญเปล่า

นางก้าวเดินออกจากสำนักศึกษาหลวงด้วยเส้นทางสายหลัง มุ่งหน้าสู่เป้าหมายใหม่ ทิ้งเรื่องราววุ่นวายของบัณฑิตและป้ายหยกปริศนาไว้เบื้องหลังชั่วคราว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel