บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ป้ายอาญาสิทธิ์ในรองเท้าเก่า

เซี่ยหรงอันใบหน้าซีดเผือดสลับแดงก่ำ หยาดน้ำตาร่วงเผาะลงบนพวงแก้มอย่างถูกจังหวะ นางขบริมฝีปากล่างพลางก้าวถอยหลังไปซ่อนตัวอยู่หลังโจวจินหาว

"มู่หรันฉี เจ้ากล่าวหาข้าเกินไปแล้ว สาวใช้ผู้นี้ซุ่มซ่ามเดินสะดุดชายกระโปรงข้า ข้าตกใจจนทำสิ่งใดไม่ถูก เหตุใดเจ้าต้องปรักปรำว่าข้าจงใจสาดน้ำแกงด้วยเล่า"

น้ำเสียงของนางสั่นเครือ แฝงความน้อยเนื้อต่ำใจราวกับถูกรังแกอย่างหนัก บัณฑิตรอบข้างเริ่มส่งเสียงซุบซิบเข้าข้างคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย

โจวจินหาวก้าวออกมาเบื้องหน้า ยืดอกปกป้องสตรีในดวงใจ "มู่หรันฉี เจ้าเป็นเพียงบุตรีขุนนางปลายแถว ช่างกล้ากำเริบเสิบสาน คุณหนูเซี่ยบอบบางปานนี้ จะมีเรี่ยวแรงไปผลักสาวใช้ได้อย่างไร เจ้าเสนอหน้าเจ็บตัวแทนบ่าวรับใช้ชั้นต่ำเพื่อเรียกร้องความสนใจ ช่างน่าขันสิ้นดี"

มู่หรันฉีปัดเศษกระเบื้องที่ติดอยู่บนแขนเสื้อออกอย่างใจเย็น นางเลิกคิ้วมองคุณชายจากเมืองหลวงตั้งแต่หัวจรดเท้า "คุณชายโจวกล่าวได้ถูกต้อง คุณหนูเซี่ยบอบบางปานนี้ เพียงสะดุดชายกระโปรงตนเอง ทว่าสาวใช้ร่างใหญ่โตกลับลอยละลิ่วไปพร้อมถาดน้ำแกงเดือด ราวกับถูกยอดฝีมือซัดฝ่ามือใส่ ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่ขัดกับหลักเหตุผลยิ่งนัก"

เสียงซุบซิบในศาลาเงียบลงทันตา หลายคนเริ่มมองตามตรรกะของมู่หรันฉี สาวใช้ของเซี่ยหรงอันก้มหน้าหลบตา ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

"ส่วนเรื่องที่ข้าเสนอหน้า" มู่หรันฉีก้าวเข้าไปใกล้โจวจินหาวครึ่งก้าว แววตาเด็ดเดี่ยวไม่มีร่องรอยความขลาดกลัว

"สำนักศึกษาหลวงคือสถานที่ขัดเกลาปัญญาและจริยธรรม บัณฑิตชั้นสูงรังแกผู้ติดตามของคุณชายกู้กลางงานเลี้ยงอำลา หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของคุณชายโจวในเมืองหลวงคงด่างพร้อย ข้าเพียงออกมารักษาหน้าตาของพวกท่าน มิให้ผู้คนครหาว่าบัณฑิตตระกูลใหญ่รุมรังแกผู้ไร้ทางสู้"

โจวจินหาวหน้าตึง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่ถูกสตรีบ้านนอกตอกกลับจนหาคำเถียงไม่ทัน เขาชี้หน้ามู่หรันฉีหมายจะด่าทอ ทว่าแววตาเย็นเยียบของบุรุษชุดเทาที่ก้าวขึ้นมายืนอยู่เบื้องหลังนางกลับทำให้เขาชะงักค้าง

ซ่งเซียวเหยียนขยับมายืนเคียงข้างมู่หรันฉี ร่างสูงใหญ่กำยำแผ่กลิ่นอายกดดันบางอย่างที่ทำให้ผู้คนรอบข้างหายใจสะดุด เขาหลุบตามองรอยแดงบนท่อนแขนของสตรีที่โผล่ออกมาเล็กน้อย

นางสูงเพียงระดับอกตนเองเท่านั้น นางไม่ร้องครวญคราง ไม่ทวงถามความดีความชอบ เพียงยืนหยัดเผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจเพื่อปกป้องบุรุษที่นางมองว่าเป็นเพียงคนรับใช้

มู่หรันฉีหันกลับมาสบตากับเขา นางสังเกตเห็นปิ่นเงินในมือใหญ่ที่ถูกบีบจนโค้งงอ บรรยากาศรอบตัวเขามืดครึ้มราวกับพายุที่กำลังก่อตัว เพื่อยุติความวุ่นวายก่อนที่บิดานางจะเดือดร้อน นางจึงคลี่ยิ้มบางเบา ยื่นมือออกไปเบื้องหน้าเขา

"คุณชายซ่ง ปิ่นเงินเล่มนั้น หากไม่มีผู้ใดเห็นค่า ข้าขอรับมันไว้แลกกับค่ายาแก้แขนพองได้หรือไม่"

คำกล่าวนั้นเรียบง่าย ทว่าสะเทือนไปทั้งศาลา เซี่ยหรงอันที่เพิ่งปฏิเสธปิ่นเล่มนั้นไปถึงกับเบิกตากว้าง แววตาของนางเต็มไปด้วยความริษยาและดูแคลนระคนกัน มู่หรันฉีจงใจรับของเหลือเดนเพื่อฉีกหน้านางต่อหน้าผู้คน

ซ่งเซียวเหยียนมองฝ่ามือขาวผ่องที่ยื่นมาตรงหน้า แววตาที่เคยว่างเปล่าปรากฏประกายลึกล้ำ เขาไม่ได้เอ่ยคำหวาน ไม่ได้แสดงท่าทีซาบซึ้ง ทว่าฝ่ามือใหญ่กลับคลายออก วางปิ่นเงินที่บิดเบี้ยวเล่มนั้นลงบนฝ่ามือของนางอย่างแผ่วเบา

ปลายนิ้วสากระคายเฉียดผ่านผิวเนียนนุ่ม มู่หรันฉีชะงักไปชั่วครู่เมื่อสัมผัสได้ถึงรอยด้านบนฝ่ามือของเขา ซึ่งมิใช่รอยด้านของคนทำงานก้นครัว ทว่าคล้ายรอยด้านจากการจับอาวุธมายาวนาน

ก่อนที่นางจะได้ไตร่ตรอง ซ่งเซียวเหยียนก็ล้วงเข้าไปในสาบเสื้อ ดึงป้ายหยกสีดำสนิทสลักลวดลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาออกมา เขาโยนมันลงบนฝ่ามือของนางทับปิ่นเงินเล่มนั้น

มู่หรันฉีรับป้ายหยกไว้ด้วยความฉงน เนื้อหยกเย็นเฉียบและมีน้ำหนักมากเกินกว่าจะเป็นของประดับธรรมดา นางเงยหน้าขึ้นมองเขา ทว่าบุรุษเบื้องหน้ากลับหมุนตัวหันหลังเตรียมจากไป

"ซ่งเซียวเหยียน" กู้หรงจิ้นเอ่ยเรียกสหายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา คล้ายต้องการเตือนสติเรื่องป้ายหยกชิ้นนั้น ทว่าสายไปเสียแล้ว

บุรุษชุดเทาหยุดฝีเท้า เขาปรายตามองเซี่ยหรงอันและโจวจินหาวด้วยสายตาที่คล้ายมองมดปลวกไร้ค่า ก่อนจะทิ้งสายตาไว้ที่ร่างของสตรีผู้ถือป้ายหยกประจำตัวของเขา

"จดจำวาจาของเจ้าในคืนนี้ไว้ มู่หรันฉี สิ่งใดที่ข้ามอบให้ ย่อมไม่มีผู้ใดในแผ่นดินนี้กล้าพรากมันไปจากเจ้า"

ซ่งเซียวเหยียนกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงอำนาจบางอย่างที่ทำให้ผู้คนในงานเลี้ยงชะงักค้าง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel