บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7 ตู้ไปรษณีย์ไม้ใบเก่า

ตอนที่ 7 ตู้ไปรษณีย์ไม้ใบเก่า

แสงแดดยามเช้าทอแสงอ่อนๆ ลอดผ่านกิ่งไผ่ลงมาเป็นลำ ส่องกระทบกองไม้เก่าที่กองสุมอยู่หลังบ้านดิน หลินเสี่ยวเวยในชุดผ้าป่านสีตุ่นที่เริ่มจะดูดีขึ้นเพราะเจ้าของร่างเริ่มมีเรี่ยวแรงมัดผมเป็นมวยลวกๆ เธอจ้องมองกองไม้นั้นด้วยสายตาประหนึ่งวิศวกรที่กำลังวางแผนสร้างตึกระฟ้า ทั้งที่ในโลกก่อน แค่ประกอบชั้นวางของจากร้านชื่อดังเธอยังเหงื่อตกจนต้องโทรตามช่าง

“เอาล่ะ ร่างกายสู้ชีวิตแต่ใจขี้เกียจแบบเดิมต้องจบลงที่นี่”

เสี่ยวเวยพึมพำกับตัวเองพลางถกแขนเสื้อขึ้น เธอเริ่มคุ้ยหา ‘สมบัติ’ ในกองไม้ ความทรงจำของร่างเดิมบอกเธอว่าไม้พวกนี้คือเศษไม้ที่เหลือจากการซ่อมคอกวัวเมื่อหลายปีก่อน แม้จะเริ่มผุพังไปบ้างตามกาลเวลา แต่เธอก็ตาไวเหลือบไปเห็นแผ่นไม้สนสภาพดีสามสี่แผ่นที่ซ่อนอยู่ด้านล่างสุด

เธอออกแรงลากมันออกมาทีละแผ่น แรงแขนที่เพิ่มขึ้นจากการหัดก่อไฟและแบกฟืนในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเริ่มเห็นผล แม้จะยังหอบแฮกและหัวใจเต้นผิดจังหวะไปบ้าง แต่เธอก็ไม่ได้ลงไปนอนพับเหมือนวันแรก

“ย่าคะ! หนูขอยืมเลื่อยกับค้อนหน่อยนะ!”

เสี่ยวเวยตะโกนบอกย่าหลินที่กำลังตากผักกาดอยู่อีกด้านหนึ่ง

“เอาไปทำอะไรน่ะเสี่ยวเวย ระวังนิ้วนะลูก!”

เสียงย่าตอบกลับมาด้วยความกังวลเต็มร้อย แต่ก็ยอมชี้ไปทางโรงเก็บเครื่องมือเล็กๆ

เมื่อได้เครื่องมือมาครบ เสี่ยวเวยก็นั่งยงโย่ยงหยกอยู่บนพื้นดิน ปัญหาแรกที่เธอเจอไม่ใช่เรื่องดีไซน์ แต่มันคือการ ‘ใช้งาน’ เลื่อยเหล็กสนิมเขรอะเล่มนี้ เธอพยายามวางแผ่นไม้ลงบนตอไม้เก่า วางใบเลื่อยลงไปแล้วเริ่มออกแรงชักเข้าชักออก

ครืด! ครืด! กึ๊ก!

ใบเลื่อยเจ้ากรรมกลับติดแหง็กอยู่ในเนื้อไม้ เสี่ยวเวยขมวดคิ้วมุ่น พยายามดึงออกแรงๆ จนแผ่นไม้เกือบจะฟาดหน้าตัวเอง เธอเพิ่งรู้ซึ้งว่าการเป็นช่างไม้มันไม่ได้ง่ายเหมือนในคลิปวิดีโอสั้นๆ ที่เธอเคยไถดูในสมาร์ทโฟน ความจริงใจในยุค 80 มันมาพร้อมกับหยาดเหงื่อและแรงงานที่ต้องจ่ายออกไปจริงๆ

“ใจเย็นๆ เสี่ยวเวย... หายใจเข้าลึกๆ อย่าทำตัวเฉื่อยแฉะจนเลื่อยยังดูถูกเอาได้”

เธอบอกตัวเองพลางปรับองศาใบเลื่อยใหม่ คราวนี้เธอไม่รีบร้อน เธอขยับแขนสม่ำเสมอเป็นจังหวะเหมือนจังหวะหัวใจที่ค่อยๆ สงบลง ช้าๆ ทว่ามั่นคง จนในที่สุดแผ่นไม้ก็ขาดออกจากกันด้วยเสียง แกรก! ที่ไพเราะที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมา

เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง เสี่ยวเวยในสภาพหน้ามอมแมมไปด้วยขี้เลื่อยและเหงื่อที่ไหลย้อยจนเสื้อเปียกชุ่ม ก็สามารถประกอบแผ่นไม้สี่แผ่นเข้าด้วยกันเป็นรูปทรงกล่องสี่เหลี่ยมยาวๆ ได้สำเร็จ แม้รอยตะปูจะเบี้ยวไปบ้าง หรือบางมุมจะดูโย้เย้เหมือนคนเมาสุรา แต่มันก็เป็น ‘ผลงานชิ้นเอก’ ชิ้นแรกในชีวิตที่เธอทำขึ้นมาเองโดยไม่ต้องกดสั่งซื้อ

“อืม... แต่มันดูจืดชืดไปหน่อยนะ”

เธอยกกล่องไม้ขึ้นพิจารณา ในยุคที่ไม่มีสีสเปรย์หรือสีน้ำมันสวยๆ ขายตามร้านสะดวกซื้อ เธอจะทำอย่างไรให้บุรุษไปรษณีย์จอมดุเห็นมันได้ชัดๆ จากระยะร้อยเมตร

เสี่ยวเวยเดินกลับเข้าไปในบ้าน ค้นดูในหีบผ้าเก่าๆ ของเธอ จนเจอเศษผ้าสีแดงแรงฤทธิ์ผืนหนึ่ง มันเป็นผ้าป่านเนื้อหนาที่สีค่อนข้างสดจัดจนดูโดดเดี่ยวในบ้านดินสีตุ่นๆ หลังนี้ เธอจัดการใช้กรรไกรตัดมันเป็นแถบยาว แล้วนำมาพันรอบกล่องไม้อย่างบรรจง

สีแดงของผ้าตัดกับสีน้ำตาลของไม้เก่าอย่างประหลาด มันดูเหมือนของขวัญที่ตั้งใจห่ออย่างดิบๆ แต่เปี่ยมไปด้วยความหมาย จากนั้นเธอหยิบ ‘ถ่านไม้’ จากเตาไฟที่ดับสนิทแล้วมาเหลาปลายให้แหลมเล็กน้อย

เธอกลั้นหายใจ บรรจงเขียนตัวอักษรลงบนหน้ากล่องไม้ที่พันด้วยผ้าสีแดงว่า 'ที่รับจดหมาย' ลายมือของเธออาจจะไม่สวยงามเหมือนอาลักษณ์ แต่มันเป็นตัวอักษรที่หนักแน่นและชัดเจนที่สุดเท่าที่เธอเคยเขียนมาในชีวิตสองชาติภพ

“เสร็จแล้ว!”

เสี่ยวเวยชูกล่องไม้ขึ้นฟ้า แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบผ้าสีแดงจนดูโดดเด่น ย่าหลินที่เดินผ่านมาเห็นเข้าถึงกับหัวเราะเบาๆ

“นั่นอะไรน่ะลูก ตู้รับจดหมายเหรอ? หมู่บ้านเราไม่เคยมีใครมีไอ้ของแบบนี้เลยนะ”

“หนูอยากให้พี่เฉิงทำงานง่ายขึ้นน่ะค่ะย่า เขาจะได้ไม่ต้องคอยโยนหนังสือพิมพ์ลงพื้นให้เปื้อนฝุ่น”

เสี่ยวเวยตอบพลางยิ้มกว้าง แก้มที่เคยตอบเริ่มมีนวลขึ้นมาบ้างแล้วจากการขยับร่างกาย

เธอกระวนกระวายรอจนกระทั่งฟ้าเริ่มสลัว แสงดาวดวงแรกเริ่มปรากฏบนฟากฟ้า เสี่ยวเวยแอบย่องออกจากบ้านดินพร้อมกับตู้ไปรษณีย์ไม้และเศษลวดเส้นหนา เธอเดินไปที่รั้วไม้ไผ่หน้าบ้าน จุดที่ถนนดินลูกรังตัดผ่านและเป็นจุดที่รถจักรยานสีเขียวมักจะชะลอความเร็วเสมอ

ความมืดของชนบทในยุค 80 นั้นมืดสนิทจนน่าใจหาย มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรเป็นเพื่อน เสี่ยวเวยใช้ลวดมัดตู้ไม้เข้ากับหลักรั้วอย่างแน่นหนา เธอเขย่าดูจนมั่นใจว่ามันจะไม่ร่วงหล่นลงมาแม้วันที่ลมแรง

“เอาล่ะ... พรุ่งนี้มาลุ้นกัน”

เธอกลับเข้าบ้านด้วยใจที่เต้นโครมคราม คืนนั้นเสี่ยวเวยนอนไม่ค่อยหลับ เธอพลิกตัวไปมาบนเตียงดิน หูคอยเงี่ยฟังเสียงจากถนนภายนอก แม้จะรู้ดีว่าไปรษณีย์ไม่มีทางมาส่งของตอนกลางดึก แต่หัวใจที่เพิ่งจะ ‘มีไฟ’ ของเธอกลับตื่นตัวยิ่งกว่าการดื่มกาแฟในยุคปัจจุบันเสียอีก

เช้าวันรุ่งขึ้น เสี่ยวเวยตื่นก่อนไก่โห่ เธอรีบจัดการงานบ้านทุกอย่างด้วยความรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ แม้แต่ย่าหลินยังงงว่าทำไมวันนี้หลานสาวถึงขยันขัดกระทะจนเงาวับขนาดนั้น เมื่อถึงเวลาช่วงบ่ายที่เสียงกระดิ่งจักรยานมักจะดังขึ้น เสี่ยวเวยก็ไปนั่งแหมะอยู่ริมหน้าต่างไม้บานเดิม

เธอหรี่ตา มองลอดช่องว่างของบานพับหน้าต่าง ใจจดใจจ่ออยู่ที่รั้วหน้าบ้านที่มี ‘จุดสีแดง’ เล็กๆ แขวนอยู่ ความตื่นเต้นทำให้เธอเผลอกัดริมฝีปากตัวเอง

กริ๊ง! กริ๊ง!

เสียงที่คุ้นเคยดังแว่วมาตามสายลม เสี่ยวเวยยืดตัวตรงทันที จักรยานสีเขียวคันโตปรากฏขึ้นที่หัวโค้ง เฉิงอี้ในชุดเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้าปั่นเข้ามาด้วยความเร็วสม่ำเสมอ แต่เมื่อเขาเข้าใกล้รั้วบ้านดินเขากลับชะลอรถลงจนเกือบจะหยุดนิ่ง

เสี่ยวเวยเห็นเขาขมวดคิ้วมุ่นจ้องมองมาที่วัตถุประหลาดสีแดงบนรั้ว เฉิงอี้จอดจักรยานลงอย่างมั่นคง เขาลงจากอานนั่งแล้วเดินเข้ามาใกล้รั้วไม้ไผ่ มือใหญ่ที่สากหนายื่นออกไปแตะกล่องไม้สีแดงนั้นเบาๆ เขาไล่นิ้วไปตามตัวอักษร ‘ที่รับจดหมาย’ ที่เขียนด้วยถ่านไม้

จากมุมหน้าต่าง เสี่ยวเวยมองเห็นแผ่นหลังของเขาไหววูบน้อยๆ เขาอยู่นิ่งตรงนั้นนานกว่าปกติ เฉิงอี้ล้วงหนังสือพิมพ์ฉบับวันใหม่ออกมา แทนที่จะโยนข้ามรั้วเหมือนทุกครั้ง เขากลับค่อยๆ พับมันอย่างประณีตแล้วสอดเข้าไปในช่องว่างของตู้ไม้ที่เสี่ยวเวยทำไว้

ก่อนจะเดินกลับไปที่จักรยาน เสี่ยวเวยเห็นเขามองกลับมาที่ตัวบ้านชั่วแวบหนึ่ง เธอรีบหดหัวหลบหลังผนังดินทันที หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก

[เขาเห็นแล้ว! เขาใช้งานมันด้วย!]

เมื่อเสียงกระดิ่งจักรยานค่อยๆ จางหายไป เสี่ยวเวยจึงค่อยๆ โผล่หน้าออกมาดูอีกครั้ง เธอเห็นตู้ไม้สีแดงของเธอยังคงตั้งเด่นสง่าอยู่บนรั้ว และมีปึกหนังสือพิมพ์สอดอยู่อย่างเรียบร้อย ความรู้สึกภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกเอ่อล้นขึ้นมาในอก

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของตู้ไม้ แต่มันคือการ ‘เชื่อมต่อ’ ครั้งแรกที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ในโลกที่ไม่มีสัญญาณ WiFi ไม่มีแอปพลิเคชันแชท แต่ตู้ไม้สีแดงใบเก่านี้กลับทำให้เธอรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของคนเรามันช่างงดงามและมีชีวิตชีวาเหลือเกินเมื่อเราตั้งใจจะสร้างมันขึ้นมาจริงๆ

เสี่ยวเวยอมยิ้มพลางหยิบเข็มและด้ายขึ้นมาซ่อมเสื้อผ้าต่อ คราวนี้ฝีเข็มของเธอดูจะนิ่งและแม่นยำขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะชีวิตใหม่ในปี 1980 ของเธอนั้น เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว... ณ ตู้ไปรษณีย์สีแดงใบนั้นเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel