ไม่เคยคิดแย่งชิง
“เจ้าพูดเช่นนี้คงอยากให้แม่นางสือเกลียดชังข้า แต่เจ้ารู้อันใดรึไม่ว่าคนแซ่ซูอย่างข้าไม่เคยมีความคิดที่จะไปแย่งชิงคู่หมั้นของผู้ใด ต่อให้เขาจะเป็นคนที่ข้าชอบพอก็ตาม”
“แม่นางทั้งสอง อย่าทะเลาะกันเพราะข้าเลย อันที่จริงข้าเป็นเพียงบุตรสาวของขุนนางบ้านนอกมีหรือจะกล้าไปเทียบพวกเจ้าทั้งสองได้ เรื่องนี้ข้าล้วนรู้อยู่เต็มอก ส่วนเรื่องหมั้นหมายของข้ากับท่านแม่ทัพล้วนเป็นผู้ใหญ่ที่จัดการให้”
สือจื่อหลันพูดขึ้น ต่อหน้าคนมากมายนางก็เป็นเช่นนี้ทั้งอ่อนโยน อ่อนหวานน่าทะนุถนอม ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เนื้อแท้ของนางภายใต้หน้ากากที่นางสวมใส่ยกเว้นบิดาของนาง
พองานเลี้ยงเลิกราสือจื่อหลันไม่พลาดโอกาสที่จะตีสนิทกับซูหรง นางตั้งใจเอาไว้นับตั้งแต่เข้าเมืองหลวงว่าต้องสนิทสนมกับสตรีผู้นี้ให้ได้ มิใช่เพราะใครแต่เป็นตัวนางเอง
“ต้องขอบคุณแม่นางซูหรงที่ปกป้องข้าจากสตรีพวกนั้น”
“ท่านไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ข้าแค่ไม่อาจทนเห็นคนถูกรังแกได้”
“ถ้าเช่นนั้นหากเจ้าไม่รังเกียจข้าขอเรียกเจ้าว่าน้องได้หรือไม่”
“ได้สิเจ้าคะ ท่านเองก็อายุมากกว่าข้ามิหนำซ้ำยังเป็นว่าที่คู่หมั้นของพี่ซือเฉียน หากพวกเราปรองดองกันไว้คงดีไม่น้อย”
“ข้าขอถามเจ้าเรื่องหนึ่งได้หรือไม่”
“เชิญพี่หญิงถามมาได้เลย”
“ที่แม่นางผู้นั้นพูดเป็เรื่องจริงหรือ ที่นางบอกว่าเจ้าชอบพอท่านแม่ทัพ”
“ในเมื่อท่านกล้าถาม ข้าก็ขอตอบตามตรง ท่านคงรู้อยู่ก่อนแล้วว่าตระกูลเฉินกับตระกูลซูสนิทสนมกันเพียงไร ข้าเองรู้จักกับพี่ซือเฉียนมาตั้งแต่จำความได้ เขาเป็นบุรุษเพียงคนเดียวที่ข้าใกล้ชิดพอรู้ตัวอีกทีข้าก็ชอบพอเขาเข้าแล้ว แต่ท่านไม่ต้องกังวลเพราะข้าไม่เคยคิดแย่งเขาไปจากท่าน”
“เจ้าอย่าได้คิดเช่นนั้น ข้ามาทีหลังมีหรือจะกล้าคิดแบบนั้น”
ทั้งคู่เดินพูดคุยกันจนกระทั่งเดินมาถึงรถม้าที่จอดรออยู่หน้าจวนสกุลเฉินจึงได้บอกลา
ทุกครั้งที่ซูหรงมาที่จวนสกุลเฉิน สักสามในสี่ครั้งล้วนไปสนทนากับสือจื่อหลันจนทั้งคู่เริ่มสนิทกัน วันนี้เองก็เช่นกันนางเห็นดอกกุหลาบในสวนกำลังบานสะพรั่งจึงได้ให้สาวใช้ตัดมาเพื่อนำมามอบให้สือจื่อหลันเพราะเห็นว่าหญิงสาวชอบดอกไม้
“ดอกไม้ที่จวนของข้ากำลังบานสะพรั่ง ข้าจำได้ว่า พี่จื่อหลันชอบดอกไม้เลยให้สาวใช้ตัดดอกกุหลาบมาให้ท่านด้วย”
“ขอบใจน้องซูหรงที่มีน้ำใจ หลันเหอ เจ้าเอาดอกไม้ไปใส่แจกันให้ข้าที”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
ทว่าเวลาผ่านไปยังเพียงไม่นานจื่อหลันเริ่มมีอาหารหายใจติดขัดและเริ่มไอออกมาทำให้ซูหรงตกใจไม่น้อย
“พี่หญิง ท่านเป็นอะไรไป” เอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“ขะ...ข้า แค่ก”
“มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง ช่วยไปตามท่านหมอมาที!” นางร้องบอกเสียงดัง ทำให้จวนสกุลเฉินวุ่นวายไม่น้อย เพราะแม้แต่พี่ซือเฉียนที่อยู่สนามฝึกยังรีบมาที่นี่
“เกิดอันใดขึ้นกัน บ่าวรับใช้บอกข้าว่าเจ้าให้คนไปเรียกท่านหมอมา” เขาถามนางทันที
“โชคดีที่แม่นางสือสูดดมเกสรเข้าไปไม่นานนัก ทำให้มีอาการเพียงเล็กน้อย จากนี้ไปให้ท่านอยู่ห่างจากดอกไม้ให้มากที่สุด ทางที่ดีอย่าเข้าไปใกล้มิเช่นนั้นอาการของท่านจะทรุดลงจนอาจทำให้เสียชีวิตได้” เป็นท่านหมอที่ตอบแทน
“ดอกกุหลาบพวกนี้ใครเป็นคนนำมา” เขาถามคาดคั้นด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจนัก
“ข้าเองเจ้าค่ะ”
“เจ้าไม่รู้หรือว่าจื่อหลันแพ้เกสรดอกไม้ เจ้าอยากให้นางตายหรืออย่างไรถึงได้นำดอกกุหลาบมาให้นาง”
“พี่ซือเฉียนอย่าได้โทษนางเลยเจ้าค่ะ เป็นข้าเองที่บอกนางว่าข้าชอบดอกไม้ นางหวังดีถึงได้นำดอกกุหลาบมาฝากข้า” สือจื่อหลันอธิบาย
“ถึงจะเป็นเช่นนั้น นางก็ผิดอยู่ดี ข้าจะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปง่าย ๆ แน่”
“ท่านพี่ ท่านคิดจะทำอะไรหรือเจ้าคะ”
