
บทย่อ
เสียงขลุ่ยแสนเศร้าดังล่องลอยตามสายลมมา พร้อมกับหัวใจของนางที่ขาดสะบั้นจนไม่เหลือชิ้นดี เมื่อได้รู้ว่าบุรุษที่ตนรักจะหมั้นหมายกับสตรีอื่นที่ไม่ใช่นาง อ้อมกอดแสนอบอุ่นที่เคยได้รับจากเขา ทว่าวันนี้พึ่งเข้าใจว่าอ้อมกอดนี้ไม่ใช่ของนางตั้งแต่แรก เมื่อเขาไม่รักคงถึงเวลาที่นางต้อง 'ปล่อยมือ'
เขากลับมาแล้ว
เมื่อครึ่งปีก่อนองค์รัชทายาทพร้อมแม่ทัพหนุ่มมากความสามารถหลายคนยกทัพเข้าโจมตีพวกกบฏแคว้นเหลียงที่ชายแดนเหนือ จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ได้มีม้าเร็วส่งข่าวมายังเมืองหลวงเป็นข่าวดีเสียด้วย ออกรบคราวนี้องค์รัชทายาทสามารถรบชนะศัตรูได้ทำให้ฮ่องเต้ที่อยู่ในวังพอใจยิ่งนัก ในขณะเดียวกันกับครอบครัวเหล่านักรบที่รอคอยการกลับมาของพวกเขา รวมถึงซูหรงเองเช่นกัน
นางรอคอยพี่ชายอย่างซูอันอยู่ที่หน้าจวนทุกวันนับตั้งแต่รู้ข่าวว่าอีกไม่นานคนที่ตนรอจะกลับมาแล้ว ขณะที่อีกใจรอคอยให้บุรุษที่นางตกหลุมรักกลับมาอย่างปลอดภัยเช่นกัน
"นายท่าน ฮูหยิน คุณชายซูอันกลับมาแล้วขอรับ" ทันทีที่ได้ยินพ่อบ้านซุนเอ่ย ทั้งสามคนไม่รั้งรอสิ่งใดพวกเขารีบตรงปรี่ไปต้อนรับบุตรชายทันที
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกกลับมาแล้วขอรับ" ซูอันบอกพร้อมกับส่งยิ้มมาให้
จากชายหนุ่มผิวขาวดุจหิมะบัดนี้ได้กลายเป็นคนผิวคร้ามแดดกระดำกระด่าง สิ่งนี้ทำให้พวกเขาทั้งสามคนรู้ได้เลยว่าที่ผ่านมาบุรุษตรงหน้าต้องเผชิญความยากลำบากมากเพียงใด
"โชคดีที่ลูกปลอดภัย" ฮูหยินซูบอก ขณะสำรวจร่างกายลูกชายด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าเขาจะบาดเจ็บที่ใดรึไม่
"ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วง บาดแผลของข้าหายดีนานแล้ว" มิวายบอกมารดาที่เอาแต่ตรวจหารอยแผลบนตัว
"พี่ซูอัน แล้วท่านพี่ซือเฉียนล่ะเจ้าคะ เขาปลอดภัยดีหรือไม่"
"แทนที่เจ้าจะเป็นห่วงข้าที่เป็นพี่ชายแท้ ๆ ก่อน แต่กลับเอาแต่สนใจเฉินซือเฉียน ช่างน่าน้อยใจยิ่งนัก" เขาตีหน้าแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด หวังให้น้องสาวออดอ้อนเอาใจเหมือนดั่งเคย กลับเมืองหลวงมาคราวนี้ซูหรงเติบใหญ่กลายเป็นสาวงาม ดูแล้วอีกไม่นานคงถึงเวลาที่ท่านพ่อต้องหาคู่ครองให้นางแล้วกระมัง
"เมื่อครู่เป็นท่านเองมิใช่หรือ ที่บอกท่านแม่ว่าไม่ได้เป็นอะไร"
"ซูหรง" ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้เอ่ยขัด ใต้เท้าซูผู้เป็นบิดาได้พูดขึ้นเสียก่อน
"เอาล่ะ ในเมื่อกลับมาปลอดภัยก็ดีแล้ว ช่วงที่เจ้าไปออกรบมารดาเจ้าแทบกินอะไรไม่ลง เพราะเป็นห่วงเจ้า"
"ลูกขออภัยที่ทำให้พวกท่านเป็นห่วง"
"แม่ให้คนเตรียมอาหารที่เจ้าชอบเอาไว้ให้แล้ว จบศึกคราวนี้ได้แต่หวังว่าเจ้าจะได้อยู่ที่เมืองหลวงนาน ๆ"
"พอพี่ซูอันกลับมา ข้าก็ถูกลืมเสียแล้ว" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยใจ ครั้นทั้งสามได้ยินได้แต่หัวเราะร่วน ซูหรงของพวกเขาแม้จะถึงวัยแต่งงานแล้วแต่ก็ยังเป็นเด็กในสายตาบิดา มารดาและพี่ชายอยู่ดี
"ระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวง ข้าได้ซื้อของที่เจ้าชอบมาหลายอย่าง หากเจ้ามัวแต่รังงอนเห็นทีคงไม่อยากได้แล้วกระมัง"
"ท่านพี่ซื้ออะไรมาหรือเจ้าคะ" ซูหรงถามขึ้นด้วยความดีใจ
"หากเจ้าอยากรู้ ไว้ตอนค่ำแวะไปที่เรือนของพี่สิแล้วพี่จะบอกเจ้า" เอ่ยจบได้ใช้นิ้วชี้เคาะหน้าผากน้องสาวเบา ๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว
"พี่ซูอัน!"
ครั้นอาบน้ำอาบท่าจนเสร็จสรรพจึงได้มายังเรือนของผู้เป็นพี่ชายตามลำพัง ด้วยความอยากรู้ว่าของขวัญที่เขาบอกคือสิ่งใดกันแน่ถึงได้ทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ให้นางอยากรู้อยากเห็นต่างจากทุกครั้ง
“รายงานท่านพี่ให้ข้าที”
“เรียนคุณชาย คุณหนูซูหรงขอพบขอรับ”
“เชิญนางเข้ามาเร็วเข้า”
พอได้ยินเสียงของคนที่อยู่ด้านใน นางถึงได้ก้าวเท้าไปยังห้องทำงานของพี่ชาย
“ทำไมถึงมืดเช่นนี้ พี่ซูอัน ท่านเล่นอะไรน่ะ ข้ากลัวนะเจ้าคะ” นางเอ่ยไปพลางเดินไปพลาง เพราะในห้องมืดสนิทไม่มีแม้กระทั่งแสงเทียน
ทันใดนั้นเองตาทั้งสองข้างของนางถูกฝ่ามือใหญ่ของใครบางคนปิดตาเอาไว้ทั้งสองข้างจากทางด้านหลัง ยิ่งพาลทำให้รู้สึกหวาดหวั่น
“ใครกัน!”
“ไม่เจอกันเพียงไม่กี่เดือน เจ้าก็จำข้าไม่ได้แล้วอย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ย ก่อนค่อย ๆ ปล่อยหญิงสาวให้เป็นอิสระ หลังจากไฟทั้งห้องสว่างจ้าขึ้นแล้ว พวกเขาทั้งสองเพียงต้องการอยากทำให้ซูหรงประหลาดใจถึงได้เล่นพิเรนทร์เช่นนี้
