บท
ตั้งค่า

งานเลี้ยงเปิดตัว

ระหว่างเดินทางกลับซูหรงเอาแต่นิ่งเงียบต่างจากทุกครั้งทำให้พี่ชายอย่างเขาอดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

“เป็นอันใดไป ทะเลาะกับฮูหยินเฉินหรือ”

“ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นเกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมน้องสาวพี่ถึงเอาแต่นั่งเงียบมาตลอดทาง”

“ท่านพี่รู้มาก่อนรึไม่ว่าพี่ซือเฉียนกำลังจะหมั้นหมายกับแม่นางสือจื่อหลัน”

“เจ้าว่าอะไรนะ!” เขาถามเสียงดัง แม้แต่เขาที่เป็นเพื่อนรักของเฉินซือเฉียนยังไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน แล้วทำไมนางถึงรู้ก่อนเขา

“ตอนที่ข้าไปหาท่านป้าที่เรือนนางก็อยู่ที่นั่นด้วย นางบอกข้าว่านางกำลังจะหมั้นกับพี่ซือเฉียน”

“ทำไมซือเฉียนไม่เห็นบอกอะไรข้าว่าเขากำลังจะออกเรือน”

“แม้แต่ท่านพี่ยังไม่รู้ แสดงว่าคงเป็นเรื่องกระทันหันมากจริง ๆ”

“แล้วเจ้าจะทำเช่นไร” ซูอันถามหยั่งเชิงผู้เป็นน้องสาว

“ข้า...” เพียงชั่วขณะหนึ่งจิตใจเบื้องลึกของนางได้ร้องบอกว่าไม่ควรปล่อยบุรุษที่ตนรักไปง่าย ๆ ทว่าอีกใจหนึ่งกลับบอกให้ยอมแพ้เพราะเขาไม่ใช่คนไร้พันธะอีกต่อไป อีกไม่นานเขาก็จะกลายเป็นคู่หมั้นของสตรีอื่น

ครั้นมองใบหน้าพี่ชายที่กำลังจ้องมาที่นางราวกับรอฟังคำตอบถึงได้ตัดสินใจว่าควรทำเช่นไร เดิมทีใช่ว่าระหว่างนางกับเขาจะใจตรงกัน ทำไมนางจะไม่รู้ว่าเขาไม่เคยคิดเกินเลยกับนางมากไปกว่าน้องสาวของสหายรัก ในใจของเขานางเป็นเพียงสตรีนางหนึ่งที่ไม่ได้มีความสำคัญต่อเขาเท่าใดนัก

“แม้ข้าจะรักพี่ซือเฉียน แต่ไม่เคยคิดไปแก่งแย่งเขากับสตรีใด หากเขาหมั้นหมายกับแม่นางสือจริง ข้าคงต้องตัดใจ” ท้ายประโยคบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเทาจนคนฟังยังรู้สึกสงสาร

“น้องพี่ พี่รู้ว่าตอนนี้เจ้ารู้สึกยังไง พอเวลาผ่านไปเจ้าก็จะลืมเขาได้เอง” ว่าพลางลูบหัวปลอบใจ

ยิ่งพี่ซูอันเอ่ยเช่นนี้ ทำให้หยาดน้ำตาของนางไหลออกมา กว่านางจะหยุดร้องไห้รถม้าได้มาหยุดอยู่หน้าที่หน้าจวนเป็นที่เรียบร้อย

ครึ่งเดือนต่อมาจวนสกุลเฉินได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับแขกอย่างสือจื่อหลันซึ่งเป็นว่าที่คู่หมั้นของบุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูล เหตุผลที่จัดงานเลี้ยงครั้งนี้ทุกคนต่างรู้ดีว่านี่เป็นการเปิดตัวว่าที่ฮูหยินน้อยของจวน เทียบเชิญนี้สกุลซูได้รับเช่นกัน มิหนำซ้ำคนที่นำเทียบเชิญมาให้เองกับมือไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นสือจื่อหลัน อีกทั้งยังย้ำเสียนักหนาว่าให้นางไปให้ได้

“น้องพี่ หากเจ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป หากมีคนถามถึงเจ้าพี่จะออกหน้าให้เอง”

“ข้าจะไปเจ้าค่ะ อีกอย่างพี่จื่อหลันไม่ได้รู้จักผู้ใด หากข้าไม่ไปนางจะรู้สึกเช่นไร”

“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่เจ้า”

ทันทีที่เดินมาถึงโถงจัดงานเลี้ยงฝั่งสตรีที่แยกเป็นสองฝั่งคือสตรีแต่งออกเรือนแล้วกับแม่นางที่ยังไม่ได้แต่งงาน ส่วนมากแม่นางทั้งหลายล้วนเป็นคนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

“นั่นนางมิใช่รึ เดิมทีข้าคิดว่าแม่นางซูจะได้ตำแหน่งฮูหยินน้อยไปครอบครองเสียอีก แล้วไฉนถึงได้กลายเป็นสตรีแซ่สือได้เล่า”

“ข้าไม่คิดว่าตระกูลเฉินจะอับจนหนทางถึงขั้นให้ท่านแม่ทัพแต่งกับสตรีพื้น ๆ เช่นนี้”

ซูหรงที่ยืนฟังอยู่นานไม่อาจทนฟังคำพูดพวกนี้ได้อีกถึงได้เปิดปากพูดออกไปว่า

“แม้แม่นางสือจะมาจากต่างเมือง แต่ไม่ได้อ่อนด้อยกว่าข้า อีกอย่างทั้งพวกเจ้าและข้าล้วนเป็นสตรีเหมือนกัน มิได้มีอะไรแตกต่าง พวกเจ้ามาร่วมงานเลี้ยงของนางแล้วทำไมถึงได้เอาแต่พูดจาค่อนแคะเจ้าของงานอยู่ได้ หากผู้ใดไม่รู้เข้าคงคิดว่าพวกเจ้าไม่ได้รับการอบรมมารยาทมาแน่”

“ซูหรง เจ้าพูดเสียดิบดี อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าตัวเจ้าเองก็ชอบพอท่านแม่ทัพซือเฉียน ที่เจ้ามาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ก็คงเพราะอยากเห็นหน้าคู่หมั้นเขาล่ะสิท่า” เสิ่นเจียวหัวตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้าเช่นกัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel