คู่หมั้น
“หนักแน่นเช่นนี้ก็ดี จะว่าไปแล้วซูหรงของข้าก็ถึงวัยที่ต้องออกเรือนแล้ว อีกไม่นานท่านพ่อคงเฟ้นหาสามีให้นางแน่ พอถึงตอนนั้นคงให้พี่ชายอย่างข้าออกหน้าตรวจตราดูคุณสมบัติของคนที่จะมาเป็นน้องเขยว่าคู่ควรกับซูหรงหรือไม่ เจ้าว่าจริงไหม”
เฉินซือเฉียนกำดาบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวตอนที่ได้ยินว่านางเองก็จะแต่งงานเช่นกัน
ทันทีที่เดินมาถึงเรือนของฮูหยินเฉิน นางได้ยินเสียงดังเจื้อยแจ้วมาจากด้านในจึงได้เอ่ยถามสาวใช้หน้าห้อง
“ท่านป้ามีแขกหรือ”
“จะว่าเป็นแขกก็ไม่เชิง ตอนนี้ฮูหยินกำลังพูดคุยอยู่กับแม่นางสือ”
“แม่นางสือที่เจ้าว่า ใช่พี่จื่อหลันหรือไม่”
“ใช่เจ้าค่ะ”
“ถ้าเช่นนั้น ไว้วันหลังข้าค่อยมาพบนางก็แล้วกัน” ทว่าก่อนที่นางจะได้เดินหันหลังกลับ เสียงจากด้านในดังขึ้นเสียก่อน
“ผู้ใดมารึ”
“แม่นางซูหรงเจ้าค่ะ”
“ให้นางเข้ามา”
“แม่นาง เชิญด้านในเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินคำเชื้อเชิญจากคนที่อยู่ข้างใน ทำให้ซูหรงจำต้องเอี้ยวตัวหันกลับมา
พอเดินเข้ามาในห้องจึงพบว่าฮูหยินเฉินกำลังพูดคุยอยู่กับสือจื่อหลันจริง ๆ เมื่อครั้งยังเด็กนางเคยเจอสตรีผู้นี้อยู่สองสามครั้งตอนที่มาที่จวนสกุลเฉิน
“ซูหรง มานั่งข้าง ๆ ป้าเร็วเข้า”
“เจ้าค่ะ”
“แม่นางท่านนี้”
“เจ้าจำไม่ได้หรือ นางก็คือซูหรง น้องสาวสหายรักของลูกชายข้า”
“ที่แท้เป็นแม่นางซูนี่เอง ไม่ได้พบกันเสียนาน ขออภัยที่ข้าจำเจ้าไม่ได้”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าเองก็เช่นกัน”
“ซูหรง เจ้าถืออะไรมาด้วยงั้นหรือ”
“ชาหลงจิ่งเจ้าค่ะ ข้านำมาให้ท่านพี่ซือเฉียน แน่นอนว่ามีของท่านป้าด้วย”
“เจ้านี่น่ารักจริง ๆ” ฮูหยินเฉินกล่าวชม เพราะมีหญิงสาวทำให้ชีวิตสตรีย่างวัยชราอย่างนางมีชีวิตชีวาขึ้น นางพอรู้มาบ้างว่าซูหรงชอบพอลูกชายตัวเอง พอคิดถึงเรื่องแต่งงานทีไรเป็นต้องถอนหายใจด้วยความเสียดาย เพราะคนที่สามีนางตั้งใจอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้ไม่ใช่ซูหรงแต่เป็นสือจื่อ หลัน ด้วยเหตุนี้ทำให้หญิงสาวต้องเดินทางไกลมาถึงเมืองหลวงเพื่อหมั้นหมายกับบุตรชายของนาง
“น้องซูหรงอายุถึงวัยออกเรือนแล้ว ไม่ทราบว่าเจ้ามีคู่หมั้นแล้วหรือยัง”
“ยังเจ้าค่ะ ตอนนี้ข้ายังไม่ได้คิดเรื่องแต่งงาน”
“อย่างนั้นหรือ แต่ข้าต่างกับเจ้าตรงที่มีคนที่จะหมั้นด้วยแล้ว”
“เป็นผู้ใดหรือเจ้าคะ” นางถามเป็นมารยาท เดิมทีใช่ว่านางจะสนใจเรื่องของคนอื่น แต่พอได้ยินคำถามตรงไปตรงมาของคนตรงหน้าจึงอดถามกลับมิได้
“เจ้าคงรู้จักดี ก็พี่ซือเฉียนอย่างไรเล่า ที่ข้ามาที่นี่ก็เพราะเหตุนี้อีกไม่นานข่าวคงได้แพร่ออกไป”
“จริงหรือเจ้าคะ” ซูหรงหันไปถามฮูหยินเฉิน
แม้ตอนแรกนางจะมีท่าทีอึดอัดใจที่จะเอ่ย แต่ถึงอย่างไรช้าเร็วซูหรงคงรู้เข้าอยู่ดีว่าคนที่นางรักมีคู่หมั้นแล้ว
“อีกไม่นานท่านลุงของเจ้าคงจะให้คนส่งเทียบเชิญไปให้พวกขุนนางอื่น ๆ รวมถึงสกุลซูด้วยเช่นกัน”
“ทำไมไม่เห็นมีผู้ใดบอกข้าว่าพี่ซือเฉียนมีคู่หมั้นแล้ว”
“ป้าเองก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้”
“เจ้าเป็นอันใดไปหรือ ทำไมถึงได้โกรธเคืองเช่นนี้” สือจื่อหลันแสร้งถาม มีหรือที่นางจะไม่รู้ว่าแม่นางจากสกุลซูชอบพอบุรุษคนเดียวกันกับนาง มิเช่นนั้นนางจะชิงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนหรือ
“ซูหรงขออภัยที่เสียมารยาทกับท่านป้า ข้าแค่ตกใจน่ะเจ้าค่ะ” เอ่ยขอโทษขอโพย เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเผลอพูดจาเสียงดังกับผู้อาวุโสกว่า
“ไม่แปลกใจที่เจ้าจะตกใจ ต้องโทษข้าที่ไม่ได้บอกเจ้าก่อน”
“ไม่ใช่ความผิดของท่านป้าหรอกเจ้าค่ะ ซูหรงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องไปจัดการคงต้องขอตัวกลับก่อน”
“ไปเถิด”
สือจื่อหลันลอบยิ้มตอนที่เห็นใบหน้าตกใจจนซีดเผือดของสตรีผู้นั้น อย่าได้คิดมาแย่งพี่ซือเฉียนจากนางเพราะนางไม่มีทางยอมยกเขาให้ใครแน่
