บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 หลีกหนีกันไม่พ้น (2)

ระหว่างการรับประทานอาหารทำให้มานิตาได้แลกเปลี่ยนความคิดกับคนที่โตกว่าอย่างตะวันฉาย ทำให้การคุยออกรสมากขึ้น แต่ถ้าถามว่าใจเต้นแรงกับเขาไหมก็คงไม่ ตะวันฉายเหมือนพี่ชายมากกว่า

“ยังไงพี่ขอไลน์ไว้ได้ไหมครับ พี่ไม่ค่อยอยากเข้าแอปฯ นั่นสักเท่าไหร่”

“ได้ค่ะ...” นิ้วเล็กกรอกไอดีไลน์ของตัวเองลงไปพร้อมกับกดแอดเองตามระเบียบ การรู้จักกันวันนี้มันทำให้เธอสบายใจขึ้นว่าอย่างน้อยเธอก็ไม่เจอผู้ชายชีกออย่างที่ญาณินบอก

“ให้พี่ไปส่งไหมครับ” หลังจากที่รับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มจึงอาสาที่จะไปส่งมานิตาที่หอพัก แต่เธอคิดว่ายังไม่ควรให้เขารู้ที่อยู่ดีกว่า ถ้าไว้ใจมากกว่าคงจะบอก

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ มิลค์กี้ชอบนั่งรถเมล์มากกว่า ไว้เจอกันใหม่นะคะ”

“ครับ...เดินทางกลับบ้านปลอดภัยนะครับ”

“ค่ะ”

มานิตามองที่หน้าจอโทรศัพท์เพื่อดูเวลาว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว เพราะเธอมีนัดต่อและคิดว่าถ้ากลับไปหอแล้วออกมาอาจจะช้าเกินไป คิดดังนั้นหญิงสาวก็รุดหน้ามาที่คลับ XXX และถึงเวลาเกือบหนึ่งทุ่มตรง

เมื่อมาถึงแล้วหญิงสาวก็กดพิมพ์ข้อความทักหาผู้ชายที่ตัวเองนัดเอาไว้ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าน่ากลัวเธอจะได้รีบกลับก่อน

(เข้ามาข้างในสิ ขึ้นมาข้างบนได้เลยนะ เราอยู่โซนวีไอพี)

(ทำไมนัดในนั้นล่ะ)

(ก็ส่วนตัวดี อีกอย่างวันนี้วันหยุดโต๊ะข้างนอกแทบไม่เหลือให้นั่งแล้วนะ)

(ฉันว่าฉันกลับดีกว่า ไว้เรานัดกันใหม่) ด้วยความกลัวทำให้มานิตาพิมพ์ตอบกลับไป แต่ไม่ถึงหนึ่งนาทีข้อความก็ถูกตอบกลับมา

(เธอกลัวเหรอ)

(ก็นิดนึง)

(ขึ้นมาเถอะไม่มีอะไรหรอก กลัวไปได้ ห้อง 2208 นะ)

(อืม) มานิตาเริ่มทำใจดีสู้เสือและคิดว่าเธอคงไม่โชคร้ายเจอคนไม่ดีหรอกมั้ง และเมื่อมาถึงชั้นสองห้อง 2208 ทำให้หญิงสาวเลือกที่จะเปิดมันเข้าไปทันที

ร่างเล็กเดินเข้าไปพร้อมกับมองผู้ชายที่กำลังนั่งหันหลังให้เธออยู่ จนต้องเอ่ยเรียกเขาทันที

“นายชื่อเซอร์หรือเปล่า” ร่างเล็กเดินเข้าไปใกล้แต่ไม่รู้ทำไมขาทั้งสองข้างของเธอมันสั่นไหวเพราะแผ่นหลังของเขาช่างคุ้นเคยเหลือเกิน

“คิดว่าไงล่ะมิลค์กี้” เมื่อร่างใหญ่หันกลับมาก็ทำเอามานิตาถึงกับเบิกตากว้าง เพราะใครจะไปคิดว่าคนที่เธอคุยและนัดวันนี้จะเป็นเพทาย ทั้งๆ ที่เธอควรเอะใจตั้งแต่อ่านประโยคที่เขาส่งมาแล้วว่ามันคล้ายกับเพทายมากแค่ไหน

“นาย!! นายหลอกฉันเหรอเพ”

“ถ้ากูไม่หลอกมึงมา กูจะรู้ไหมว่าที่มึงไม่อยากคุยกับกูเพราะเล่นอีแอปฯ ห่าเหวนี่ นัดผู้ชายแปลกหน้า ง่ายกับคนอื่นแต่มาหวงตัวกับกู!!” ดวงตาวาวโรจน์จ้องมองมายังร่างเล็ก แต่มานิตาไม่รอช้าเธอรีบวิ่งไปที่ประตูเพื่อออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

“กรี๊ด!!” เสียงหวานกรีดร้องออกมาเมื่อยังไม่ทันได้ถึงประตูเอวบางก็ถูกมือหนาของเพทายคว้าเอาไว้เสียก่อน จนทำให้ตอนนี้ร่างกายของเธอแนบชิดกับเขาเป็นที่เรียบร้อย

“มึงทำให้กูโกรธมากนะมิลค์กี้ มึงรู้ไหมว่าคนที่ทำให้กูไม่พอใจมันต้องเจอกับอะไร” เสียงเข้มไม่ได้ร้องตะโกนเหมือนตอนแรก แต่เขาพูดด้วยเสียงเย็นเยียบที่ทำเอาเธอขนลุกไปทั่วสรรพางค์

“ปล่อยฉันไปเถอะนะเพ คิดซะว่าเราเป็นเพื่อนกัน” เธอทำใจสู้พูดออกไปเพราะหวังให้เพทายเปลี่ยนใจ

“เพื่อนเหี้xอะไร กูไม่ได้อยากเป็น กูอยากได้มึงเป็นเมียเนี่ย!!!” คำพูดตรงๆ มันทำให้ใจของเธออ่อนยวบ แต่ก็ไม่รู้ความหมายในใจของเขาอยู่ดีว่าคำว่าเมียของเขามันได้แค่ไหน เมียชั่วคราว เมียเก็บ เมียแค่ตอนที่เหงา หรือจะเป็นแบบจริงจัง

“ไม่เอา ไม่เป็นอะไรทั้งนั้น ปล่อยนะ ไอ้บ้า” ร่างเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดแกร่งจนบั้นท้ายงอนรับรู้ถึงบางอย่างที่กำลังแข็งขึงดุนดันออกมา

“ถ้าดิ้นอีกกูเอามึงที่นี่แน่มิลค์กี้ แล้วอย่าคิดว่ากูไม่กล้านะ” เสียงเข้มกระซิบบอกจนคนตัวเล็กเบิกตากว้างอย่างตกใจและหยุดดิ้นทันที

“อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ” เสียงหวานบอกอย่างสั่นๆ ด้วยความกลัว เพราะเธอรู้ว่าสิ่งที่เพทายพูดมันคือเรื่องจริง

“ในเมื่อพูดดีๆ ไม่ชอบ อย่ามาโทษกูก็แล้วกัน มานี่!!”

มือหนาเปลี่ยนมาจับที่ข้อมือเล็กแล้วพาเธอเดินออกจากห้องรับรองแขกในคลับนี้ แต่หญิงสาวพยายามขืนตัวเองเอาไว้เพราะไม่อยากไปกับเพทายทั้งๆ ที่เขากำลังอยู่ในห้วงอารมณ์นี้

“จะ...จะไปไหน”

“เอามึงที่บ้าน!”

“ไม่เอาสิเพ...คุยกันดีๆ ไหม นายก็มีผู้หญิงเยอะแยะ จะมายุ่งอะไรกับเราล่ะ” มานิตาจ้องลึกไปที่ดวงตาคมกริบ

“ก็กูอยากได้มึง แล้วจะให้กูไปยุ่งกับคนอื่นทำไมวะ” เพทายบอกอย่างหัวเสียเมื่อคนตัวเล็กพยายามโน้มน้าวต่อรองกับเขา

“ตะ...แต่เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะ แฟนก็ไม่ใช่ อย่าทำงี้เลย”

“ก็กูบอกแล้วไงว่าไม่ได้อยากเป็นแฟน กูอยากเป็นผัวมึงเนี่ย” เพทายบอกอย่างหมดความอดทนฟางเส้นสุดท้ายของเขาขาดผึง โอเคเขายอมรับว่าเขาจ้องมานิตามานานแล้ว ก็เธอแม่งทำให้เขาหงุดหงิดใจทุกรอบกับท่าทีเป็นกันเองกับผู้ชายทุกคนที่เข้าหา จนเขาอดใจไม่ไหวที่จะต้องทำตัวครอบครองเธอให้ได้ แม้มันจะดิบเถื่อนมากแค่ไหนก็ตาม

“จีบกันก็ไม่เคย มันจะข้ามขั้นไปหน่อยไหม”

“ไว้เอาเสร็จเดี๋ยวจะจีบโอเคไหม ไปได้แล้ว” มือหนากระชากร่างเล็กให้เดินมาใกล้ก่อนที่เขาจะโอบเอวบางเพื่อพาเธอเดินออกจากที่นี่ไปให้เร็วที่สุด

“อ้าวเฮีย...กลับแล้วเหรอ” เสียงของบริกรเอ่ยทัก จากนั้นก็หันมองมานิตาด้วยสายตาหวานเยิ้ม ก็แน่ล่ะวันนี้เธอแต่งตัวสวยกว่าทุกวัน

“อืม...ฝากบอกเฮียเวลล์ด้วยว่ะ ขอบใจที่ให้ยืมห้อง”

“ผมก็คิดว่าเฮียจะ...”

“ยุ่ง...หยุดมองเมียกูได้ละ เดี๋ยวจะโดน”

‘เวลล์’ คือเจ้าของคลับนี้และยังเป็นเพื่อนกับพี่เขยของเขาอย่างแอชตัน ทำให้เพทายและเวลล์ค่อนข้างสนิทกัน และช่วงหลังๆ พอเขามีเงินจากการทำกำไรจากพวกหุ้นเลยมาขอซื้อหุ้นที่นี่ซึ่งเวลล์ก็ยินดีที่จะขายให้เขาบางส่วน ทำให้เพทายแทบไม่ต้องพึ่งพาที่บ้านเหมือนเมื่อก่อน จะบอกว่าตอนนี้มีเงินมากพอที่จะตั้งตัวได้เลยล่ะ

“ใครเมียนายไม่ทราบ...” คนตัวเล็กถลึงตาใส่เมื่อชายหนุ่มพูดราวกับเธอเป็นของเขาไปแล้ว

“เดี๋ยวก็เป็นไหม”

“แหม...รุนแรงจังเลยครับ เฮียก็ใจเย็นๆ นะครับ สงสารพี่เขา” เด็กหนุ่มที่เป็นบริกรน่าจะอายุน้อยกว่าพวกเขาสองสามปีเพราะเรียกเพทายว่าเฮีย

“เสือก...ยังไงฝากบอกเฮียเวลล์ด้วยว่าเดี๋ยววันหลังจะเข้ามาช่วยงาน ช่วงนี้ยุ่งๆ อยู่” ระยะหลังเขาต้องเข้ามาที่นี่บ่อยขึ้น เพราะเลือกที่จะมาเป็นหุ้นส่วนกับเวลล์แล้วเลยไม่อยากให้ใครมองไม่ดีว่าขอซื้อหุ้นแต่ไม่คิดจะทำอะไร

“ได้เลยครับเฮีย เดี๋ยวผมบอกเฮียเวลล์ให้นะ”

“ครับผม...ยินดีที่ได้รู้จักกันนะครับเจ้คนสวย...” สายตาแพรวพราวของบริกรหนุ่มทำเอาเพทายทนไม่ไหว ก็มันเล่นมองมานิตาสายตาหวานฉ่ำขนาดนั้น

“เลิกมองหน้าเมียกูได้แล้ว จะไปไหนก็ไป!!”

“หวงซะด้วย”

“นี่! ไปแนะนำคนอื่นเขาแบบนี้ได้ยังไง ฉันกับนายไม่ได้เป็นอะไรกันนะ” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันขณะที่เดินเคียงคู่กันลงมา

“ก็เดี๋ยวจะให้เป็นอยู่นี่ไง ทำไม...ใจร้อนอยากเป็นเมียฉันจะแย่แล้วใช่ไหม”

“ไอ้บ้า”

“ขึ้นรถไปได้แล้วมิลค์กี้” มือใหญ่ผลักร่างเล็กเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งข้างคนขับ แต่ก่อนจะปิดประตูนิ้วเรียวของเพทายก็ชี้มาที่หน้าของเธอก่อนเธอจะแทรกตัวลงจากรถ

“อย่าคิดหนี เพราะถ้าฉันจับเธอได้อีก เธอเจอหนักแน่! อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” ใบหน้าหวานเจื่อนลงนิดหน่อยเพราะสายตาที่แสนจริงจังของชายหนุ่มเริ่มทำให้เธอกลัว

ร่างใหญ่รีบเดินมาขึ้นรถจากนั้นก็ปรายตามองสาวข้างกายที่นั่งนิ่งจนเขาพึงพอใจ เพราะถ้ามานิตาหนีอีกเขาก็ต้องเหนื่อยที่จะไล่ตามเธอ

“พาฉันกลับหอเดี๋ยวนี้เพ...ฉันจะไม่ไปไหนกับนายทั้งนั้น” เสียงหวานบอกอย่างกระแทกเสียงเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวของตัวเอง

“คิดว่าฉันจะโง่ปล่อยเธอเป็นครั้งที่สองเหรอมิลค์กี้” ขณะที่ขับรถเสียงทุ้มก็ตวาดใส่คนตัวเล็กข้างกาย

“ฉันไม่ไปไหนกับนายทั้งนั้น เลิกยุ่งกันสักทีได้ไหม”

“ต่อให้มึงอยากเลิกยุ่งกับกู แต่ถ้ากูไม่เลิกมึงจะทำอะไรกูได้” เพทายตอบหน้าตายขณะที่เขากำลังเหยียบคันเร่งจนสุดเพื่อให้เดินทางกลับถึงบ้านให้เร็วที่สุด เพราะเขาจะสั่งสอนคนตัวเล็กว่าอย่ามาท้าทายเขาอีก

“อย่ามาทำเป็นเหมือนแฟนกันได้ไหมวะ ไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ” หญิงสาวหันมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาอย่างไม่พอใจที่เพทายทำเหมือนหวงเธอทุกอย่างทั้งๆ ที่สถานะเราสองคนมันเป็นได้แค่เพื่อน

“จะให้กูย้ำกับมึงอีกกี่รอบว่ากูไม่ได้อยากเป็นเพื่อน”

“ถ้าไม่อยากเป็นแล้วไม่คิดจะจีบกันก่อนหรือไง เอาแต่ฉุดกระชากกันแบบนี้อะ” ไม่เข้าใจเพทายเหมือนกันว่าทำไมชายหนุ่มถึงชอบทำอะไรตามอำเภอใจแบบนี้ เขาไม่คิดจะทำให้ทุกอย่างถูกต้องก่อนที่จะถึงขั้นนี้เลยหรือไง

“กูใจร้อน ขี้เกียจจีบด้วย”

“แบบนี้ก็ได้เหรอ ฉันไม่ใช่ของเล่นนายนะเว้ยที่อยากจะได้ก็มาทำแบบนี้” เสียงหวานร้องโวยเพราะเธอไม่ชอบอะไรที่มันข้ามขั้นข้ามตอนแบบนี้เลย

“แต่กูชอบมึง ชอบมากด้วย”

“ฮะ...” ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อได้ยินบางอย่างที่หลุดออกมาจากปากของคนตัวโต ใครจะไปคิดว่าคนอย่างเพทายจะมาบอกชอบเธอ แบบนี้หัวใจดวงน้อยจะทำยังไงมันเต้นแรงไม่เป็นจังหวะแล้ว “อะไรนะ”

“จะให้ย้ำอะไรอีกวะ กูชอบมึง และกูรู้ด้วยว่ามึงก็ชอบกู”

“อะไร นายจะมารู้ใจของฉันได้ยังไง”

“ถ้าไม่ชอบแล้วมึงจะเคลิ้มทำไมเวลาที่กูจูบและดูดมึงอะ” แม้มันจะดูดิบเถื่อนไปเสียหน่อยกับคำพูดของคนตัวโต แต่หัวใจหญิงสาวตอนนี้มันเต้นรัวจนจะทะลุออกมานอกอกแล้ว

“อะไร นายคิดไปเองไหม...” ใบหน้าหวานก้มหน้าลงพร้อมกับพยายามหุบยิ้มของตัวเองหัวใจดวงน้อยกำลังเบ่งบานราวกับสวนทานตะวัน

“เดี๋ยวคืนนี้ลองเอากัน ถ้ามึงไม่เคลิ้มกูให้มึงถีบกูเลย”

“ไอ้บ้า!! พูดมาได้ไม่อายปาก”

“หึ...”

ทั้งรถตกอยู่ในความเงียบงันจนมานิตากลัวว่าชายหนุ่มจะได้ยินเสียงหัวใจของเธอที่มันเต้นแรงไม่เป็นจังหวะแล้ว กระทั่งรถหรูเคลื่อนเข้าจอดในบ้านเป็นที่เรียบร้อย

“ลงมาสิ หรือต้องให้อุ้มเข้าบ้าน”

“บ้าเหรอ เดินเองได้”

“กูไม่อุ้มตอนนี้ก็ได้ แต่ตอนเอากันไม่แน่!!”

มานิตากรีดร้องในใจ ก็คำแต่ละคำที่เพทายพูดออกมามันมีแต่เรื่องใต้สะดือทั้งนั้น จนอยากรู้ว่าเขาไปฝึกปรือการพูดทะลึ่งๆ แบบนี้มาจากไหน

“ไอ้บ้า”

“เข้าบ้านสิ อย่าให้กูต้องอดใจไม่ไหว”

“อดใจไม่ไหวอะไร” ใบหน้าหวานหันมามองคนตัวโตที่พูดไล่หลังเธอ

“อดใจไม่ไหวเอามึงตรงนี้”

เพทายมองบั้นท้ายของมานิตาแล้วรู้สึกเกิดความคึกคักขึ้นมาเป็นพิเศษ วันนั้นถ้าไม่เพราะญาณินโทรเข้ามา เขากับมานิตาก็ไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว จนอยากจะไปจัดการเพื่อนสาวที่มาขัดจังหวะตอนคนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกัน

“ขึ้นไปข้างบนกันสิ” มือใหญ่เลื่อนมาจับมือเล็กเพื่อจะพาขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน เขาชอบใจที่พี่สาวแต่งงานออกไปแล้วทำให้บ้านนี้เขาได้ครอบครองคนเดียวและจะพาใครมาอยู่ก็ได้

“เอ่อ...” มานิตาเกิดความรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที ก็ใครมันจะไม่กลัวบ้างเพราะรู้ดีว่าถ้าขึ้นไปข้างบนจะต้องเจอกับอะไร

“สัญญา...จะทำให้ไม่เจ็บ แต่เสียวอะไม่แน่” เพทายโน้มลงกระซิบที่ข้างใบหูเล็ก จนเธอหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหูแล้ว

“เพ...หยุดทะลึ่งสักห้านาทีได้ไหม”

“ไม่ได้หรอก คนมันเงี่ย...อยู่” เพทายหัวเราะในลำคอก่อนจะทำการดึงข้อมือเล็กเพื่อให้เธอเดินตามเขาขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน

“เนี่ยเหรอการจีบของนาย”

“อ่าฮะ...จีบแบบนี้แหละ ได้ก่อนค่อยจีบไม่เคยได้ยินเหรอ” เพทายบอกแล้วอุ้มร่างเล็กขึ้นมานั่งที่ปลายเตียงโดยที่เขานั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นแล้วโอบเอวบางเอาไว้ จากนั้นก็เงยหน้ามองคนตัวเล็ก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel