บทที่ 6 ได้แล้วห้ามทิ้ง (1)
“ไม่เคย...”
“งั้นวันนี้ก็เคยได้แล้ว” ว่าจบมือหนาก็เลื่อนมือมาปลดกระดุมเสื้อของมานิตาออกพร้อมกับแยกสาปเสื้อออกจากกันเพื่อให้เห็นความงดงามภายใน
“ไม่เอา”
“เอาเถอะ...ทนไม่ไหวแล้วว่ะ อยากเอามาตั้งนานแล้ว เธอจะห้ามทำไมเนี่ย” เสียงทุ้มบอกอย่างกระเส่า แค่เขาเห็นเนินอกขาวผ่องอวบอิ่มมันยิ่งทำให้คนตัวโตสูญเสียการควบคุม
“อะไร นี่นายคิดไม่ดีกับฉันมานานแล้วเหรอ” มือเล็กดันไหล่กว้างเพื่อมองใบหน้าหล่อเหลาและถามเขาออกไป
“ก็เธอแม่งยั่วเยไม่ให้คิดไกลได้ไงวะ” เพทายเป็นคนตรงๆ แต่เธอไม่คิดว่าเขาจะตรงขนาดนี้ ขนาดเป็นเพื่อนกันมันยังคิดอกุศลกับเธอได้
“ตรงไหนเนี่ย...”
“ทุกตรง ยิ่งวันที่เธอไปว่ายน้ำที่มหาวิทยาลัยด้วยฉันก็อดใจไม่ไหวว่ะมิลค์กี้ คนบ้าอะไรใส่ชุดว่ายน้ำแล้วเซ็กซี่เป็นบ้าเลย”
“จะบ้าเหรอ ใครๆ ก็ใส่ชุดว่ายน้ำลงเล่นน้ำกันไหม จะมามีอารมณ์อะไรเนี่ย”
“เหอะ...ไว้เดี๋ยวคืนนี้กูจะอธิบายด้วยร่างกายของกูไงว่ามันมีอารมณ์แบบไหน”
ตั้งแต่แฟนเก่าอย่าง ‘อลิซ’ เสียไป เขาก็ไม่เคยคิดเปิดใจกับใครอีกเพราะกลัวการผิดหวัง ตอนที่คบกับอลิซเขาเองไม่เคยล่วงเกินเธอเลยสักครั้งเพราะหญิงสาวเป็นน้องสาวของ ‘แอชตัน’ พี่เขยของเขาเอง จนบางครั้งมาคิดว่าเขารักอลิซจริงๆ หรือแค่ห่วงใยในฐานะคนพิเศษแค่นั้น รู้แค่ว่าอยากทะนุถนอมเธอเอาไว้ ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนขี้หึงและขี้หวงมากแต่กลับไม่เคยหวงอลิซเลย จนหญิงสาวต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายแบบนั้น
แต่กับผู้หญิงตรงหน้าที่เป็นเพื่อนกันมาตลอดหลายปี เขากลับคิดไม่ซื่อแอบมองเธอมาตลอด ตื่นเต้นทุกครั้งที่หญิงสาวเล่นถึงเนื้อถึงตัวจนอยากเก็บมาไว้ครอบครองเพียงคนเดียว และวันนี้เขาจะไม่ถอยอะไรอีกแล้ว ต่อให้ใครมาขัดจังหวะก็จะไม่หยุด
“ไม่เอาสิ” มือน้อยคว้าหมับที่มือใหญ่ซึ่งกำลังปลดบราเซียร์ของเธอออก
“เอาเถอะ เดี๋ยวพาขึ้นสวรรค์ รับรองเธอจะชอบมัน”
“แต่มันไม่ถูกต้องนะ” ตอนนี้มานิตาเริ่มลังเล แม้จะรู้ดีว่าเรื่องแบบนี้สมัยนี้มันเป็นเรื่องปกติ แต่เธอก็รู้สึกไม่พร้อมอยู่ดี
“อะไรคือคำว่าไม่ถูกต้อง ก็เป็นแฟนกันแล้วไม่ใช่เหรอ”
“อะไร...ฉันไม่เคยตอบตกลงเลยนะ นายมั่วอะ” มานิตาเบิกตากว้างเมื่อเพทายคิดเองเออเองอีกแล้ว
“งั้นก็เป็นตอนนี้ซะสิ จะได้ทำได้”
“เพ...” เสียงหวานเรียกเขาอย่างแผ่วเบา
“เป็นแฟนเถอะ จะได้เอากันได้แบบไม่ตะขิดตะขวงใจ โอเคไหม” ว่าจบมือหนาก็ปลดบราเซียร์สีขาวออกจากเรือนร่างขาวผ่อง
“คิดแต่เรื่องนี้ไงเพ...แฟนกันไม่เห็นต้องมีอะไรกันเลย” เธอก้มหน้ามองคนที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของเธอ
“มีเถอะ ไม่ไหวจริงๆ ว่ะมิลค์กี้ เธอจะให้ฉันลงแดงตายก่อนหรือไง”
“ไปเอาคนอื่นสิ” เธอบอกเสียงสั่น แต่เอาจริงๆ ก็คงรับไม่ได้ถ้าเขามีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น
“ทนได้จริงๆ เหรอถ้าฉันมีอะไรกับคนอื่น ไม่อยากมัดใจผัวหน่อยเหรอ” เพทายชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนรับรู้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดอยู่ที่ปลายคาง
“คะ...คือ”
“ถ้าฉันไปมีอะไรกับคนอื่นจริงๆ เธอทนได้จริงๆ เหรอ หือ...”
“ไม่รู้” ใบหน้าหวานแดงซ่านเมื่อมือหนาเลื่อนมาโอบเอวบางเอาไว้แล้วกดให้เธอก้มต่ำเพื่อมารับจูบจากเขาที่รออยู่
จ๊วบ!!
“อือ...”
มือหนาจับที่ต้นคอข้างหลังของหญิงสาวเพื่อรับจูบอันดูดดื่มจากเขา เรียวลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดไปมาเพื่อกวาดต้อนความหอมหวานจากโพรงปากนุ่มนิ่ม ฟันคมขบเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างแล้วเปลี่ยนไปขบงับที่ปากบนช้าๆ อย่างอ้อยอิ่งเพื่อให้หญิงสาวมีอารมณ์ร่วมไปกับเขา
“เพ...”
“จ๋า...”
“ฉัน...” ตอนนี้มานิตารู้สึกตัวเองหูอือตาลายไปหมดเพราะกิเลสเข้าครอบงำ อาจจะเพราะที่ผ่านมาเธอแอบรักเขาข้างเดียวมาตลอด แต่พอมาวันนี้ชายหนุ่มกลับมาเล่นด้วยหัวใจของเธอมันก็เต้นลิงโลดอย่างมีความสุข จนมาคิดดูว่าถ้าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ก็ปล่อยมันไป เธออยากมีความสุขกับเขา คนที่เธอแอบรักมาตลอดสามปีที่ผ่านมา
“ให้ฉันนะ ฉันอยากเป็นเจ้าของเธอ อยากมีสิทธิ์ในตัวของเธอ” เพทายเร่งเร้าเพราะไม่อยากเสียมานิตาให้กับใครอีกแล้ว เขาต้องครอบครองเธอไม่ใช่แค่เลือกจะเสียสละเธอให้คนอื่น
“ฉันไม่รู้”
“ไม่รู้หมายถึงไม่ปฏิเสธด้วยใช่ไหม”
ร่างใหญ่ถอนจูบแล้วหยัดตัวลุกขึ้นยืน จากนั้นเขาก็ทำการถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นเรือนกายกำยำที่ทำเอาคนมองหัวใจเต้นแรง
“อยากลูบมันไหม จับไหม”
“คือ” ใบหน้าหวานแหงนมองชายร่างใหญ่ จากนั้นเขาก็จับมือบางลูบที่ซิกแพ็กที่แข็งเป็นก้อนจนเธอร้อนวูบวาบไปหมด
“ชอบไหม...”
“เพ...คือฉัน” มือน้อยถูกควบคุมด้วยมือใหญ่ที่เขาจับมือเธอปัดป่ายไปมาทั่วหน้าท้องแกร่งกระทั่งมันมาหยุดตรงเป้ากางเกงที่มีบางอย่างกำลังดุนดันกางเกงยีนของเขาออกมา
“มันอยากได้เธอนะมิลค์กี้ มันอยากเป็นของเธอ” เสียงเข้มบอกอย่างกระเส่า ตอนนี้อารมณ์ของเขามันพลุ่งพล่านไปหมดแล้วตั้งแต่เห็นเรือนร่างท่อนบนที่เปล่าเปลือยของมานิตา
“ฉันทำตัวไม่ถูก” ใครมันจะไปทำตัวถูกเมื่อสถานะเพื่อนมันกำลังเลื่อนขึ้นมากกว่าเดิม แถมอย่างอื่นก็แนบชิดมากกว่าเดิมด้วย
“ทำตัวให้ชินสิ เธอเป็นเมียฉัน ส่วนฉันเป็นผัวเธอไม่เห็นมีอะไรที่จะทำตัวไม่ถูกเลย” มือหนาจับที่มือเล็กให้ลูบไล้ไปมาที่เป้ากางเกงจนใบหน้าหวานแดงซ่านอย่างเขินอาย ขนาดเขายังไม่ถอดกางเกงมันยังขนาดนี้ไม่อยากจะคิดภาพเลยว่าสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ภายในมันจะใหญ่ขนาดไหน วันนั้นที่เห็นเธอพยายามที่จะไม่มองเพราะกลัวความยิ่งใหญ่ของมัน
“ไม่เอาสิ ฉันเขินนะ”
“จับทุกวันจะได้ชินไง เธอจะได้ไม่เขินด้วย” เพทายพยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้คนตัวเล็กโอนอ่อนไปกับสัมผัสของเขา และเขาก็รู้ด้วยว่ามานิตาเองก็มีความต้องการไม่ต่างจากเขา
“ไม่เอา...”
“เอาเถอะไม่ไหวแล้ว”
ว่าจบมือหนาก็ปล่อยข้อมือเล็ก จากนั้นก็เปลี่ยนมาถอดกางเกงพร้อมทั้งชั้นในของตัวเองออกอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นสิ่งที่เพิ่งเด้งผงาด ทำเอาหัวใจสาวเต้นรัว
“เพ...เก็บมันเข้าไปเดี๋ยวนี้” มือน้อยทั้งสองข้างยกขึ้นปิดตาทั้งสองข้างเพราะอายที่จะต้องมองความยิ่งใหญ่ที่โผล่พ้นออกมา
“เก็บอะไรเดี๋ยวก็ได้ใช้งานแล้ว...หึหึ”
หูเล็กได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอแล้วเธอเกิดอาการวูบวาบไปหมด ใครมันจะได้คิดว่าวันหนึ่งจะได้นอนกับเพื่อนตัวเองล่ะ
“อย่าดื้อได้ไหมมิลค์กี้ มึงจะทำให้กูอดใจไม่ไหวไปถึงไหนวะ” การที่หญิงสาวยกมือปิดตาทั้งสองข้างทำให้ทรวงอกเปล่าเปลือยบีบเข้าหากันจนชายหนุ่มคิดเตลิดไปไกลว่าถ้าเอ็นร้อนๆ ถูกกับหน้าอกใหญ่มันจะเสียวซ่านแค่ไหน
“อะไร...ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย” เธอบอกทั้งๆ ที่ยังปิดตาของตัวเองเอาไว้
“กูทนไม่ไหวแล้วเว้ย!!” ว่าจบมือหนาก็ผลักร่างเล็กให้นอนหงายบนเตียง จากนั้นเขาก็มาขึ้นคร่อมเธออย่างห้ามใจตัวเองไม่ได้
“เพ”
“ไม่ต้องกลัว คืนนี้เธอจะมีความสุข เธอจะชอบมัน ฉันสัญญาว่าเธอจะไม่เจ็บ เพราะฉันจะเอาให้เบาที่สุด แต่ถ้าไม่เธอตอดฉันแรงเกินไป เพราะงั้นถ้าฉันจะทำแรงๆ อย่าโกรธกัน”
ประโยคแรกเหมือนจะดีแต่ประโยคสุดท้ายของเขามันยังไงๆ อยู่นะ แบบนี้คือดีหรือไม่ดีกันแน่
“เดี๋ยวเล้าโลมให้ก่อน เดี๋ยวเธอเจ็บ ฉันรู้ว่าครั้งแรกของเธอ” เพทายบอกอย่างภูมิใจเพราะรู้ว่าตัวเองจะได้เป็นผู้ชายคนแรกของหญิงสาวใต้ร่าง และเขาจะไม่ยอมให้ใครมาทับรอยอีกเป็นอันขาด มานิตาคือผู้หญิงของเขาและจะเป็นของเขาคนเดียว
ว่าจบใบหน้าหล่อเหลาก็โน้มลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่นจากนั้นก็ประทับปากไปทั่วและสร้างรอยสีกุหลาบชัดเจนบนต้นคอระหงเพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีผัวแล้วซึ่งก็คือเขาเอง
“อื้อ...เพ” มือบางไม่สามารถยกขึ้นมาปัดป้องเรือนกายใหญ่ได้เนื่องจากมือหนาของเพทายกดข้อมือเธอลงกับฟูกหนานุ่มทั้งสองข้าง
“ตัวหอมจัง อดใจไม่ไหวเลย” เสียงทุ้มบอกอย่างแหบพร่าจากนั้นก็ไล่เล็มความหวานจากกายสาวอย่างอ่อนโยนแต่ก็แฝงไปด้วยความเอาแต่ใจเล็กๆ
มือหนาเปลี่ยนจากจับที่ข้อมือเล็กแล้วเลื่อนมาถอดกางเกงผ้าลื่นๆ กับชั้นในสีหวานของเธอออกกระทั่งมันหลุดออกเป็นที่เรียบร้อย
“สวยจัง...สวยไปทั้งตัวเลย ฉันปล่อยเธอรอดมาได้ไงตั้งสามปี...หือ...มิลค์กี้” ใครจะรู้ว่าผู้หญิงห้าวๆ อย่างมานิตาจะหอมหวานไปทั้งตัว ส่วนเว้าส่วนโค้งในร่างกายสาวมันชัดเจนจนคนเจนสนามเซ็กซ์อย่างเขาหายใจติดขัด ก็เธอทั้งอวบอั๋นและเร่าร้อนจนเขาอดใจไม่ไหว
“อย่าบีบตรงนั้นสิ” เสียงหวานครางกระเส่าเมื่อมือหนาของเพทายเลื่อนมาครอบครองดอกบัวงามดอกใหญ่พร้อมทั้งบีบเคล้นมันอย่างมันมือโดยไม่กลัวเธอจะเจ็บ เพราะเขารู้ดีว่าส่วนนี้มันจะไปกระตุ้นความต้องการทางเพศของหญิงสาวให้ลุกโชนไม่ต่างจากเขา
“งั้นขยี้ได้ไหม” ปลายนิ้วหนาเลื่อนมาบดบี้ขยี้ที่ยอดอกอิ่มที่กำลังแข็งชูชันท้าทายปลายนิ้วของเขา
“อ๊า...เพ...เธอแกล้งฉัน” ใบหน้าหวานเงยขึ้นสูงเนื่องจากร่างกายกำลังรุ่มร้อนจนเกินต้าน
“แล้วถ้าดูดแบบนี้เธอชอบไหม” ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนมาที่อกอิ่มจากนั้นเขาก็ใช้ปากของตัวเองครอบครองเม็ดสีหวานอย่างแรงพร้อมใช้ลิ้นดูดดึงสลับกับฟันคมที่งับลงมา
“อ๊า...เพ” แทนที่เธอจะปัดป้อง แต่กลับกลายเป็นมือน้อยจับหมับที่ผมนุ่มของชายหนุ่มแล้วกดให้ใบหน้าหล่อเหลาแนบชิดกับอกอิ่มของเธอมากกว่าเดิม
“ชอบไหม บอกหน่อยสิคนสวย”
“ชะ...ชอบ”
“ถ้าชอบแล้วคืนนี้ต้องให้เสียบรู้เปล่า จะเสียวกว่านี้อีก” เพทายกำลังหว่านล้อมเพื่อให้หญิงสาวยินยอมพร้อมใจ เขาไม่ชอบบังคับใครถ้าไม่จำเป็น แต่ก่อนหน้านี้คนตัวเล็กดื้อด้านและพยศ แถมยังแอบไปคุยกับผู้ชายคนอื่นจนเขาฟิวส์ขาดเลยเลือกที่จะหลอกเธอแบบนี้ มันช่วยไม่ได้เพราะเขาไม่ชอบแบ่งของตัวเองให้ใครเช่นเดียวกัน
“อืม...” มานิตาพยักหน้าแล้วเหลือบมองคนตัวโตที่เพิ่งละจากยอดอกอิ่มมามองเธอเช่นเดียวกัน
“ยอมแล้วใช่ไหม”
