บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ขอกินนมได้ไหม (2)

“เพราะความสุขของเธอต้องมีฉันอยู่ในนั้นด้วย” จู่ๆ เพทายก็พูดจาประหลาด เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาบอกเลยแม้แต่นิดเดียว และจังหวะนั้นก็เห็นว่าคนตัวโตทำหน้างองุ้มราวกับกำลังงอนเธอทั้งๆ ที่เธอไม่ได้ผิดอะไรเลย

“อะไรกันเพ...อย่ามาหันหลังให้กันนะ” มือน้อยจับร่างหนาให้เขาหันกลับมา แต่ตอนนี้เพทายเลือกที่จะนอนตะแคงไปอีกข้างแล้วไม่สนใจเธออีกต่อไป

“จะนอน...เธอง่วงแล้วไม่ใช่เหรอ นอนไปสิ...จะมายุ่งอะไรด้วย” เพทายหลับตาลงไม่สนใจเสียงแหลมๆ ของมานิตาอีกต่อไป

“อะไรของนายวะ เอาใจยากจริงๆ ผู้ชายคนนี้ อยากนอนก็นอนไปเลย” ว่าจบร่างเล็กก็ลุกขึ้นไปปิดไฟห้องนอน ทำให้บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝนจากทางด้านนอกที่ไม่มีทีท่าจะหยุดตกเลย ช่วงนี้เป็นหน้ามรสุมทำให้ฝนตกเกือบทุกวัน

“เพ...นอนยัง”

ไร้เสียงตอบรับจากคนข้างกายจนเธอชำเลืองมองเสี้ยวใบหน้าหล่อเหลา แต่เพราะเขาตะแคงข้างจึงเห็นแค่แผ่นหลังกว้างที่หันมาทางเธอ

“เพ...งอนอะไร...อย่าเงียบสิ ฉันรู้นะว่าคนอย่างนายไม่นอนเวลานี้หรอก” มานิตาตะแคงข้างกลับมาแล้วมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม มันกว้างจริงๆ นะ จนเตียงขนาดหกฟุตของเธอเล็กลงไปเลย

นิ้วเรียวจิ้มที่แผ่นหลังกว้างเพราะหวังให้เขาหันกลับมา เธอไม่ชินที่เพทายจอมกะล่อนทำตัวเงียบแบบนี้ ปกติเขาจะชอบกวนประสาทเธอตลอด

“เพ...”

เมื่อไร้การตอบรับมานิตาจึงผุดลุกขึ้นมามองเขาและเห็นว่าเพทายหลับตาอยู่ แต่เธอรู้ว่าเขากำลังแกล้งหลับต่างหาก

“เพ...อย่ามาแกล้งนอนสิ” มือน้อยเขย่าลำแขนใหญ่ แต่คนตัวโตกลับไม่ไหวติงราวกับไม่อยากสนใจเธออีกต่อไป “เดี๋ยวให้กินนม แต่หันมาคุยกันก่อน”

ไม่รู้ว่าทำไมเธอต้องพูดแบบนั้นจนอยากตบปากตัวเองสักสิบที เพราะในจังหวะนั้นเธอคิดอะไรไม่ออก รู้เพียงแค่ว่าไม่อยากให้เพทายงอนไปมากกว่านี้

“จริงเหรอ” ใบหน้าหล่อเหลาหันมามองพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างราวกับอาการแง่งอนเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น แม้ตอนนี้ภายในห้องจะมืดมิดแค่ไหน ทว่ายังมีแสงจากดวงจันทร์ที่ส่องเข้ามาจนเห็นใบหน้าหล่อเหลาอยู่ดี

“ยิ้มอะไร”

“ก็เธอบอกจะให้เรากินนม”

“ฉันหมายถึงนมกล่อง ฉันมีในตู้เย็นหลายกล่องเลย จะเอารสอะไรล่ะ” ไม่รู้ทำไมต้องเขินขนาดนี้ด้วย ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มของเขาหัวใจของเธอก็เต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะอีกแล้ว

“อะไรอะ เธอหลอกฉันเหรอมิลค์กี้”

“หลอกตรงไหน ก็นมไหม นายบอกต้องกินนมก่อนนอน นี่ไงในตู้เย็นเดินไปหยิบได้เลย ฉันตุนไว้หลายกล่อง จะเอารสไรเลือกเอา”

“ไม่อยากกินในตู้เย็นอะ” เพทายบอกเสียงอ่อย จากนั้นก็ผุดลุกขึ้นมานั่งมองใบหน้าหวานอีกครั้ง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วหนาจิ้มที่เหนือหน้าอกของเธอ “อยากกินตรงนี้”

แม้แสงสว่างจะน้อยนิดแต่มานิตาก็รู้ดีว่าเพทายกำลังจ้องมองอะไร เห็นดังนั้นเธอจึงเอามือทั้งสองข้างไขว้ปิดบังหน้าอกของตัวเองไว้ไม่ให้เขาใช้สายตากะลิ้มกะเหลี่ยมอง

“บ้าไหม เพื่อนกันใครเขามาพูดอะไรแบบนี้”

“ไม่อยากเป็นเพื่อนแล้วอะ ขอเป็น ‘ผัว’ ได้ไหม”

“ฮะ!”

ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้พูดอะไรต่อ มือหนาก็จับที่ไหล่บางก่อนจะกดร่างเล็กลงที่นอนโดยมีเขาคร่อมเธอเอาไว้

“จะ...จะทำอะไร” ดวงตาสวยกลอกไปมาอย่างประมาณ ท่าทีเอาจริงของเพทายทำเอาเธอทั้งกลัวและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน ตอนนี้ดวงตาของเขาไม่มีคำว่าล้อเล่นอีกต่อไป

“ถ้าไม่อยากโดนเสียบก็ให้ดูดนมก่อน สัญญาจะทำอย่างเดียว”

“พูดบ้าอะไรเนี่ย!” ร่างบอบบางสั่นไหวไปหมด ก็เพทายเล่นบอกความต้องการชัดเจนแบบนี้ แล้วถ้าชายหนุ่มทำขึ้นมาจริงๆ เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เกิดมาแฟนสักคนก็ยังไม่เคยมีแต่จะให้เพื่อนสนิทมาดูดนมเนี่ยนะ มันใช่เรื่องไหม

“เลือกเอามิลค์กี้ หรืออยากได้ทั้งสองอย่าง ฉันทำให้ได้นะ” เพทายเผยอปากพูดแต่สายตาของเขากลับมองทั้งหน้าอกและใบหน้าหวานสลับกันไปมา

“มะ...ไม่ได้ มันไม่ถูกต้อง”

“ถูก...ถูกที่สุดแล้ว เงี่ย...ว่ะ ยิ่งเห็นหน้าเธอยิ่งเงี่ย...”

“เพ”

“สัญญาว่าจะแค่ดูดนม ถ้าเธอไม่ยอมฉันไม่ทำอย่างอื่น” น้ำเสียงเข้มบอกอย่างกระเส่าขณะที่มือหนาเริ่มล้วงเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวเก่งของมานิตา

ฝ่ามือร้อนค่อยๆ ไต่เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดที่ทรวงอกอิ่มซึ่งมีบราเซียร์ไร้โครงปกปิดเอาไว้ ลมหายใจสายเริ่มติดขัดเพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครรุกรานร่างกายของเธอเท่านี้มาก่อน

“ใส่ชั้นในตอนนอนด้วยเหรอ” เขาร้องถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“ปกติไม่ใส่ แต่นายมานอนด้วยไงเลยใส่ จะให้เดินโท่งๆ ออกมาไง”

“คราวหลังไม่ต้องใส่หรอก ฉันขี้เกียจถอด”

กึก!!

เสียงตะขอชั้นในหลุดออกจากกันจนเธอใจหายวาบ ไม่รู้ว่าฝ่ามือของเขาเลื่อนไปปลดตอนไหน แต่รู้ว่ามันเร็วมาก ขนาดเธอที่ใส่ทุกวันยังปลดตะขอออกช้ากว่าเขาอีก

“เพ”

“นมใหญ่จังวะมิลค์กี้” มือหนาจับหมับที่หนาอกอิ่ม มันเต็มมือของเขา ขนาดฝ่ามือหนาใหญ่หน้าอกของเธอกลับใหญ่กว่ามือเขาอีก ทั้งปลิ้นไปตามร่องนิ้วยามที่กำลังบีบเคล้น

“อ๊ะ...อย่าบีบอย่างนั้นสิเจ็บ” เสียงหวานร้องครางออกมาเมื่อมือหนาทำการเคล้นคลึงอย่างแรงจนหน้าอกสวยบดบี้ไปตามแรงบีบ

“นมโคตรใหญ่ เหี้xเหอะ ไม่มีผัวมาถึงตอนนี้ได้ไงวะ” เสียงเข้มสบถออกมาอย่างแหบพร่า

“เจ็บ...บีบแรงเกินไปแล้ว”

“ขอเลียนะ”

“ฮะ” ไม่ทันได้พูดอะไรต่อมือหนาของเพทายก็จัดการถอดเสื้อยืดตัวเล็กของมานิตาออกทันที จนเผยให้เห็นอกอิ่มที่ลอยเด่นชูชันท้ากับแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา

“ขอเลียหน่อย ฉันหิวนม”

ว่าจบใบหน้าหล่อเหลาของเพทายก็โน้มลงมาใกล้กับหน้าอกสวยจนเธอรับรู้ถึงลมหายใจร้อนๆ ของเขาที่เป่ารดอยู่เหนือร่าง มันร้อนจนร่างกายของเธอวูบวาบไปหมด

ไม่ทันขาดคำปากหยักก็จัดการครอบครองยอดอกอิ่มที่ตอนนี้กำลังแข็งชูชันสู้กับปากของเขาอยู่ สีหวานๆ กับรสชาติหวานๆ มันยิ่งทำให้เพทายอดใจไม่ไหวที่จะใช้ลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดไปทั่ว

“อ๊ะ...เพ...หยุดเถอะ”

ความร้อนเร่านี้มันคืออะไรกันแน่ ทำไมมันถึงได้เสียวซ่านเกินห้ามใจขนาดนี้ เธอรู้สึกว่าตัวเองใจง่ายที่ยอมให้เพทายทำแบบนี้ทั้งๆ ที่เราสองคนเป็นแค่เพื่อนกัน ทว่าจิตใต้สำนึกมันกลับบอกว่าอยากให้เขาทำอย่างนี้มานานแล้ว

“เสียวเหรอ” เสียงเข้มร้องถามอีกครั้งเมื่อเขาถอนปากออกจากยอดปทุมถันที่ตอนนี้เปียกชื้นเพราะคราบน้ำลายจากปากของเพทาย

“ไม่เอา...พอแล้ว...ไม่ไหว”

“ไม่ไหวอะไร บอกสิมิลค์กี้ บอกฉันสิ” เพทายเร่งเร้า อยากให้เธอพูดบางอย่างใจจะขาด แต่มานิตาพยายามควบคุมสติของตัวเองไม่ให้เตลิดไปกับคำพูดของคนตัวโตที่กำลังเคล้นคลึงและดูดดึงยอดถันของเธอราวกับกำลังหิวกระหาย

“ไม่เอาเพ...อย่าทำอย่างนี้”

“มิลค์กี้...เธอไม่อยากเหรอ”

“ไม่เอา...มันไม่ถูกต้อง” เสียงหวานบอกอย่างขาดห้วงเมื่อเขายังคงดูดหน้าอกของเธอราวกับเด็กทารกแรกเกิดจนเกิดเสียงดังแข่งกับเสียงสายฝนที่เทลงมาไม่หยุดหย่อน

จ๊วบ!!

“อื้ม...ทำไมจะไม่ถูก...มันไม่มีอะไรผิดทั้งนั้น”

ติ๊ด!!!

ทว่าเพทายยังไม่ทันได้ทำอะไรไปมากกว่านี้ โทรศัพท์ของเธอก็แผดเสียงดังไปทั่วห้องจนมานิตาได้สติ จากนั้นก็ผลักคนตัวโตออก ส่วนเธอก็รีบเอาเสื้อมาใส่แต่ไม่ทันได้ใส่ชั้นในเพราะต้องไปรับสายก่อน

“ฮะ...ฮัลโหล” เสียงหวานรับสายอย่างสั่นๆ

(เป็นอะไรไปมิลค์กี้เสียงสั่นขนาดนั้น แกกำลังทำอะไร)

“ปะ...เปล่าพอดีเมื่อกี้วิ่งไปเก็บผ้ามา ฝนมันตก” เธอพยายามหาข้อแก้ต่างเพราะไม่อยากให้ญาณินถามเซ้าซี้ไปมากกว่านี้

(แต่ฝนมันตกตั้งนานแล้วนะ ผ้าแกไม่เปียกหมดแล้วเหรอ)

“แถวหอเพิ่งตกน่ะ โทรมามีอะไรหรือเปล่า”

(แหม...ไม่มีธุระจะคุยกับเพื่อนไม่ได้เหรอจ๊ะ) ญาณินบอกด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง ขณะที่กำลังคุยกับญาณินจู่ๆ ยัยเพื่อนตัวดีก็วิดีโอคอลมาจนเธอลนลานไม่รู้จะทำยังไง กลัวว่าญาณินจะเห็นว่าเพทายอยู่ในห้องด้วยไม่งั้นงานนี้จบเห่แน่

มือน้อยดันร่างหนาออกห่างจากเฟรมกล้องเพราะกลัวญาณินรู้ เพทายทำท่าทางหงุดหงิดใจแต่ก็ยอมเขยิบให้แต่โดยดี

“วิดีโอคอลมาทำไมเนี่ย”

(ก็จะมาดูหน้าคนที่กำลังทำท่าทางลับๆ ล่อๆ ยังไงล่ะ แกแปลกๆ นะ) ญาณินฉีกยิ้มพร้อมกับมองเพื่อนรักที่ตอนนี้อยู่ท่ามกลางความมืด มีเพียงแสดงจากหน้าจอที่พอจะทำให้เห็นใบหน้าหวานบ้าง

“ปะ...เปล่าสักหน่อย จริงๆ จะนอนแล้ว อากาศเย็นจนอยากหลับเลย แฮ่ๆ”

(อย่างนั้นเหรอ แกดูมีพิรุธนะ) ญาณินหรี่ตามองเพื่อนผ่านหน้าจอ แต่มานิตาพยายามหลบสายตาเพื่อนเพราะไม่อยากโดนจับผิด

“ปะ...เปล่าสักหน่อย ว่าแต่โทรมามีอะไรเหรอ”

(เปล่าหรอก แค่จะถามว่ามีคนทักมาบ้างไหม มีงานดีๆ บ้างไหม)

ใบหน้าหวานขาวซีดเมื่อเธอบังเอิญหันไปสบตากับเพทายที่จ้องเขม็งพร้อมขมวดคิ้วราวกับสงสัยในสิ่งที่ญาณินถาม

“เอ่อ...ไว้ค่อยคุยวันหลังนะ” มานิตาพยายามตัดบทแต่เพื่อนเจ้าปัญหากลับไม่ยอมจบง่ายๆ

(ไม่เอา...บอกมาเลยนะว่ามีหนุ่มๆ ทักมาไหม มีงานดีๆ บ้างไหม)

“มะ...ไม่รู้” เสียงหวานบอกอย่างตะกุกตะกักเมื่อสายตาพิฆาตของเพทายทำเอาเธอหนาวๆ ร้อนๆ ไปทั้งตัว

(ไม่รู้ไม่ได้ แกไม่อยากมีผัวกับคนอื่นเข้าบ้างเหรอมิลค์กี้...เนี่ย...มันต้องมีสักคนในแอปฯ สิที่ถูกใจแก)

ผ่าง!!!

นี่ไม่ใช่เสียงของฟ้าผ่าแต่อย่างใด แต่มันคือสายตาของเพทายที่มองมาราวกับจะฟาดฟันเธอให้จมหายไป เขาทำราวกับกำลังหึงเธอแบบผัวเมียไม่ใช่แบบเพื่อนเลย

“เออ...ไว้ค่อยคุยกันวันหลัง ฝนตกไม่อยากเล่นโทรศัพท์”

(แกเปลี่ยนเรื่องอะ หรือเขิน...ไว้ถ้าพร้อมก็บอกนะว่าผู้ชายที่ถูกใจเป็นใคร เลือกดีๆ นะ ขอหล่อๆ รวยๆด้วย)

“เออ...รู้แล้วน่ะ แค่นี้นะ”

(จ้ะ รู้นะว่าจะไปคุยกับว่าที่ผัวในอนาคต ยังไงก็ฝันดีนะยะ)

“อืม...”

เมื่อวางสายไปแล้วมานิตาถึงกับเป่าปากของตัวเองอย่างแรง จากนั้นก็ช้อนสายตามองไปยังคงตัวโตที่ยังคงจ้องใบหน้าหวานไม่เลิก แถมสายตาที่เขามองมามันช่างน่ากลัวซะเหลือเกิน นัยน์ตาที่เหมือนมีคำถามมากมายเต็มไปหมด

“ที่ญาณินพูดหมายความว่ายังไง”

“ไม่มีอะไรสักหน่อย เรื่องส่วนตัวไหม มายุ่งทำไมเนี่ย ฉันจะนอนแล้ว” ร่างเล็กล้มตัวลงนอนเพราะไม่อยากอธิบายให้กับเพทายฟัง คิดว่าอธิบายไปเขาก็ไม่เข้าใจ

“มึงอย่ามาทำเนียนนอน ลุกขึ้นมาอธิบายให้กูฟังเดี๋ยวนี้” สรรพนามที่เปลี่ยนไปของเพทายทำให้มานิตารู้ทันทีว่าเขากำลังไม่สบอารมณ์อย่างแรง ดวงตาวาวโรจน์จ้องมองคนตัวเล็กอย่างไม่ลดละ

“ไม่อธิบายอะไร ง่วงแล้ว ไว้คุยกันพรุ่งนี้นะ” มานิตาคาดหวังว่าพรุ่งนี้ชายหนุ่มจะอารมณ์ดีขึ้น แต่เปล่าเลย มือหนากลับกระชากให้เธอลุกขึ้นมาจากการนอน

“ลุกขึ้นมา อย่าให้กูหมดความอดทนกับมึงนะ” กรามแกร่งขบเข้าหากันอย่างแรงแล้วจ้องมองคนตัวเล็กตาถลึง

“อดทนอะไร เราเป็นอะไรกันเพ...เพื่อนกันไหม จะมายุ่งอะไรกับฉัน” มานิตาโวยเพราะอยากตัดรำคาญ

“วันนี้กูอาจจะเป็นเพื่อนมึง แต่สักวันกูจะเป็นผัวมึงให้ดู”

“อย่ามาพูดอะไรบ้าๆ นะ ไม่ได้คิดอะไรด้วยจะมายุ่งกันทำไมวะ” หญิงสาวพยายามดึงสติของตัวเองออกมา เธอคิดว่าเพทายอาจจะพูดไปเพราะความโกรธ

“อ๋อ...กูยุ่งไม่ได้ แต่มึงกลับไปยุ่งกับไอ้เวรในแชตนั่นน่ะเหรอ ที่ติดโทรศัพท์เพราะอย่างนี้ด้วยใช่ไหม”

“ใช่แล้วจะทำไม ฉันสบายใจที่จะคุยกับใครฉันก็จะคุยกับคนนั้น แต่ที่รู้ๆ ไม่ใช่นายแน่นอน” หญิงสาวบอกอย่างท้าทาย

“เออ! ปากเก่งไปเหอะ สักวันกูจะทำให้มึงพูดไม่ออกที่บังอาจมาท้าทายคนอย่างกู” มือหนาที่จับไหล่บางเอาไว้เริ่มบีบแรงขึ้นพร้อมกับดวงตาที่ราวกับไฟบรรลัยกัลป์ที่จ้องมองมา

“คิดว่ากลัวเหรอ เจ็บ...ปล่อยนะ”

“โธ่เว้ย!!”

ว่าจบร่างสูงก็เดินไปคว้าเสื้อผ้าที่ตากอยู่บนเก้าอี้นั่ง จากนั้นเขาก็เดินไปเข้าห้องน้ำแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าในชุดเดิมออกมาจนหญิงสาวร้องถาม

“จะไปไหน!”

“จะกลับบ้าน!”

“ฝนมันตกหนัก นายจะขับรถฝ่าฝนกลับหรือไง” เพราะความเป็นห่วงทำให้มานิตาถามออกไป แม้ในน้ำเสียงจะไม่ค่อยสบอารมณ์ก็ตาม

“อย่าเสือก! กูจะไปไหนก็เรื่องของกู มึงเป็นเมียกูหรือไง ถึงได้มายุ่ง” เพทายหันมาตวัดสายตามองคนตัวเล็กที่ทำหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจ

“อย่ามาใส่อารมณ์กับฉันนะเพ ฝนมันตกขับออกไปก็อันตรายไหม” ดวงตาคู่สวยมองสายฝนที่นอกหน้าต่างซึ่งไม่มีทีท่าจะซาเลยสักนิด แต่เพทายยังดื้อที่จะออกไปข้างนอกอีก

“ไม่ต้องมายุ่ง มึงกลับไปคุยกับผู้ชายของมึงเถอะ อย่ามายุ่งกับกู”

“เกี่ยวอะไรวะ” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจว่าอารมณ์ของเพทายตอนนี้มันคืออะไร เขาทำเหมือนหึง แต่จะมาหึงทำไมในเมื่อเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน

“เพ...มันดึกแล้วนายจะออกไปแบบนี้มันอันตรายนะ”

“ห่วงอะไรกู คนอย่างมึงไม่คิดจะห่วงกูอยู่แล้ว” ว่าจบมือหนาก็จัดการเปิดประตูห้อง จากนั้นก็ก้าวออกไปอย่างรวดเร็วซึ่งมานิตวิ่งตามออกไปไม่ได้เพราะเธอไม่ได้ใส่ชั้นใน จึงได้แต่ปล่อยคนที่กำลังวู่วามออกไปก่อนเผื่อทุกอย่างมันจะดีขึ้น

“อะไรวะเนี่ย”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel