บทที่ 3 ผู้ชายจากแอปฯ หาคู่ (1)
เมื่อคืนนี้หลังจากที่เพทายออกจากห้องของเธอไป เธอก็พยายามติดต่อหาเขาแต่เหมือนว่าชายหนุ่มไม่สนใจที่จะรับสาย จนเธอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืนทำเอาพะว้าพะวังไปหมดกลัวว่าจะเกิดอันตรายอะไรกับเขา
“เป็นอะไรอะมิลค์กี้ ทำหน้ายังกับตูด” ญาณินที่ตามมาทีหลังเดินเข้ามาหาเพื่อนรักที่หน้าบูดบึงราวกับมีเรื่องอะไรให้คิดอย่างนั้น
“เปล่า”
“เปล่าแต่ใต้ตาดำมากเว่อร์ ไปอดหลับอดนอนจากไหนมาเนี่ย ไหนว่าเมื่อวานง่วงแล้วไง ฮั่นแน่...แอบคุยกับใครหรือเปล่า” นิ้วเรียวของญาณินชี้หน้าของเพื่อนราวกับกำลังจับผิด
“เปล่า...เมื่อคืนฟ้ามันร้องดังเลยนอนไม่หลับ” มานิตาเลือกที่จะโกหกไป ถ้าไปบอกใครต่อใครว่าเมื่อคืนเพทายอยู่กับเธอมีหวังโดนล้อยันลูกบวชอย่างแน่นอน
“อย่างนั้นเหรอ ไม่ได้โกหกแน่ใช่ไหม”
“โกหกแล้วได้อะไรล่ะ ว่าแต่เห็นเพบ้างไหม” ตั้งแต่เธอมามหาวิทยาลัยก็ไม่เจอเพทายเลย เขาหายไปตั้งแต่เมื่อคืนไม่รู้ตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน
“ยังนะ ปกติมันไม่เคยขาดเรียนนะ ไม่รู้วันนี้ไปไหน อาจจะติดธุระเปล่า” ญาณินหันไปมองรอบบริเวณ เพื่อหาเพทายแต่ทั้งรถและคนก็ยังไม่มา “ว่าแต่แกถามถึงมันทำไมอะ”
“เปล่า แค่ปกติเห็นมันมาเรียนตลอด วันนี้พอไม่มาเลยสงสัยนิดหน่อย” เสียงหวานบอกพร้อมกับก้มหน้าลงไปเล่นโทรศัพท์มือถืออีกครั้ง แต่ในใจอดห่วงคนตัวโตไม่ได้ เมื่อคืนนี้ถือว่าเป็นการทะเลาะกันที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเป็นเพื่อนกันมาg]p
ติ๊ด!!
เสียงข้อความเข้าซึ่งมานิตารู้ดีว่ามันมาจากแอปฯ อะไร ตั้งแต่เมื่อคืนที่ทะเลาะกับเพทายเธอก็ไม่มีอารมณ์จะคุยหรือตอบข้อความของใครเลย
Zircon ต้องการ Match กับคุณ
ชื่อที่แปลกกด Match มาโดยรูปโปรไฟล์ของเขาเป็นเพียงรูปอัญมณีหลากสี เธอแปลกใจเล็กน้อยเพราะปกติผู้ชายที่เล่นส่วนใหญ่จะเอารูปหน้าตัวเองขึ้นกันทั้งนั้น
ด้วยความที่ไม่คิดอะไรมานิตาเลยกด Match กันเพราะอยากจะรู้ว่าเขาเป็นใครกันนะ มันดูตื่นเต้นดีที่จะได้คุยกับใครสักคนที่เราไม่รู้จัก อาจจะไม่ใช่ความรู้สึกเชิงชู้สาวแต่เป็นเหมือนเพื่อนคุยยามเครียดๆ และตอนนี้เธอมีเรื่องให้เครียดมากๆ ด้วย
(ขอบคุณที่ Match กันนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่นะครับ)
ข้อความที่ถูกส่งมาทำให้มานิตาอดยิ้มไม่ได้ เพราะปกติผู้ใช้มักจะเข้าถึงเธอมากกว่านี้ แต่คนในแชตกลับไม่ได้เป็นแบบนั้น
(เช่นกันนะคะ)
(ครับ เรียกผมว่าเซอร์ก็ได้นะครับ ว่าแต่คุณชื่ออะไรครับ ถ้าไม่อยากบอกไม่เป็นไรนะ ผมเข้าใจ...พอดีผมไม่ค่อยถ่ายรูปเลยไม่รู้จะเอารูปอะไรลงดี :) ถ้าคุณจะไม่อยากบอกน่าจะไม่แปลก)
(ชื่อมิลค์กี้ค่ะ) ไม่รู้ทำไมตัวเองต้องตอบกลับด้วย แต่เธอกลับถูกชะตากับชายคนนี้อย่างน่าประหลาดใจ
(ครับคุณมิลค์กี้...ว่าแต่ทำอะไรอยู่ครับ ผมกวนไหม)
(ไม่เลยค่ะ แต่มิลค์กี้กำลังไปเรียนแล้วนะคะ ยังไงไว้คุยกันนะคะ)
(ครับ ถ้าคุณมิลค์กี้ว่างก็ทักมาหาผมได้เลยนะครับ ผมว่างเสมอ)
วาจาสุภาพที่ถูกส่งมามันทำให้มานิตานึกถึงผู้ชายอีกคนที่เอาแต่ดิบเถื่อนหยาบคายใส่เธอไม่เลิก แต่ตอนนี้เขาหายไปไหนทำไมถึงไม่มาเรียนนะ
“ไปเรียนกันเถอะ”
“อืม...”
สมองของมานิตาแทบไม่มีสมาธิในการเรียนเลยเพราะกำลังนึกถึงเพทาย เขาหายไปเลย ไม่มีเรียน ไม่รับสายและไม่ตอบอะไรเลยสักนิดเดียว
“จะหายไปแบบนี้ใช่ไหมเพ” ดวงตากลมโตกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็ไม่พบคนตัวโตเลยจนกระทั่งเห็นวาโยที่กำลังเดินออกจากห้องเรียนทำให้มานิตาอดถามไม่ได้
“โย...”
“ว่าไง”
“เพไปไหนอะ ไม่เห็นวันนี้มาเรียน” เสียงหวานถามขึ้นแต่ไม่ได้ถามให้ดูว่าห่วงใยเขามากเกินไป
“มันบอกว่าขี้เกียจมาเรียนอะ ตอนนี้มันน่าจะอยู่บ้านมั้ง ไม่รู้มันเหมือนกันว่ะ ร้อยวันพันปีไม่เห็นจะขาดเรียน” วาโยบอกพร้อมกับยักไหล่ราวกับไม่รู้ว่าเพทายเป็นอะไร
“เหรอ...”
“เธอมีอะไรหรือเปล่า ดูห่วงใยมันนะ คิดอะไรกับเพื่อนฉันไหมเนี่ย” วาโยฉีกยิ้มออกมาแล้วหรี่ตามองมานิตาที่ดูสงสัยเรื่องของเพทายมากกว่าปกติ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เห็นจะถามถึง
“เออนั่นดิ แกถามถึงมันตั้งแต่เช้าแล้วนะ” ญาณินถามกลับอีกคนแล้วจ้องมองมานิตาอย่างจับผิด
“ไม่มีอะไร ถามถึงเพื่อนไม่ได้หรือไงวะ พวกแกก็จับผิดจัง กลับห้องละ” มานิตาตอบเลี่ยงแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นเพราะไม่ชอบสายตากดดันของเพื่อนๆ ที่จ้องมายังเธอแบบนี้
“ทำเป็นเปลี่ยนเรื่องนะยัยมิลค์กี้ กลับมาก่อน” ญาณินกวักมือเรียกเพื่อนแต่ร่างเล็กของมานิตาก็เดินลิ่วไปไกลแล้ว
ตอนนี้ในสมองกำลังคิดถึงเรื่องของเพทาย แสดงว่าที่ชายหนุ่มไม่มาเรียนเพราะเขาอาจจะเลี่ยงที่จะเจอหน้าของเธอเหรอ
“ยัยมิลค์กี้ทำไมเดินไวจัง...แกเนี่ยนะ” ญาณินวิ่งตามพร้อมทำท่าทางหอบเนื่องจากมานิตาเดินเร็วมาก ขนาดตัวเล็กแบบนี้แต่เดินเร็วมากเว่อร์
“จะกลับหอแล้ว เดี๋ยวฝนตกอีก” ใบหน้าหวานแหงนมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีจากสีฟ้าเป็นสีที่ครึ้มมากขึ้น ช่วงนี้ฝนชอบตกตอนเย็นถ้าไม่รีบกลับหอมีหวังได้เปียกก่อนถึงห้องแน่นอน
“เออจริงด้วย งั้นเรารีบกลับกันเถอะ เดี๋ยวไม่ทัน” ญาณินเปลี่ยนเรื่องที่จะสนใจ ทั้งสองแยกย้ายกันกลับบ้านขณะที่มานิตามองลาดเลาต่างๆ ว่าไม่มีใครตามมาเธอจึงกวักมือเรียกแท็กซี่เพื่อเดินทางไปยังที่แห่งหนึ่ง
ในที่สุดร่างเล็กก็เดินทางมาถึงจุดหมาย มือน้อยจัดการจ่ายเงินค่าแท็กซี่แล้วรีบลงมาจากรถเพราะอากาศภายนอกกำลังแปรปรวนเป็นอย่างมาก และอีกไม่ช้าฝนคงจะตก
ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้มานิตาเดินทางมายังบ้านของเพทาย ที่เธอมาถูกเพราะมีช่วงหนึ่งเคยมาทำรายงานบ้านเขา เพราะหลังจากที่พี่สาวเพทายอย่าง ‘พะแพร’ แต่งงานออกไป ชายหนุ่มก็เปิดบ้านให้เพื่อนๆ มาที่นี่มากขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็มักจะไปกระจุกรวมกันที่บ้านของเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่น
“จะอยู่บ้านไหมนะ”
ร่างอวบอั๋นเดินทอดน่องไปที่หน้าบ้านหลังขนาดกลางซึ่งมีรถหรูของเพทายจอดเอาไว้อยู่ หรูจริงๆ หรูชนิดที่ขัดกับขนาดของบ้านเลยด้วยซ้ำ
ติ๊งน๋อง!!
นิ้วเรียวเล็กจัดการกดลงไปที่ออดหน้าบ้านของเพทายด้วยอาการหัวใจเต้นรัว และคาดหวังให้คนในบ้านเดินออกมาเปิดจนกระทั่งเธอพบกับร่างใหญ่ของเพทายที่เดินเปลือยท่อนบนเดินออกมาที่หน้าบ้าน
ใบหน้าหวานฉีกยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังปกติดีอยู่ ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นกับเขา เธอเริ่มสบายใจขึ้นทั้งๆ ที่เมื่อคืนเป็นห่วงเพทายจะแย่
“มาทำไม”
ประโยคแรกที่เพทายถามทำเอามานิตาหุบยิ้มแทบไม่ทัน และรู้สึกหน้าชาเมื่อตอนนี้เธอทำตัวเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญของเขา
“ก็ฉันทักนายไปนายไม่ตอบ ก็เลยอยากรู้ว่าโอเคอยู่ไหม” เสียงหวานถามอย่างตะกุกตะกักเพราะไม่อยากบอกตรงๆ ว่ากำลังห่วงผู้ชายคนนี้ใจจะขาด
“เหรอ...ยังไม่ตายก็แล้วกัน อยากรู้แค่นี้ใช่ไหม งั้นกลับไปได้แล้ว ฉันจะนอน” เสียงเข้มบอกอย่างรำคาญ จากนั้นชายหนุ่มก็เลือกจะหันหลังกลับไป จนมานิตารู้สึกเฟลเล็กน้อย ทว่าจังหวะที่เธอโดนไล่ฝนก็ดันมาตกพอดี
ซ่า!!
“เวรเถอะ มาตกอะไรตอนนี้เนี่ย” เมื่อจุดที่เธออยู่มันไม่มีอะไรกันฝนได้ หญิงสาวจึงเดินไปยังต้นไม้ใหญ่ที่พอจะเป็นที่กันฝนได้เพื่อจะกดแอปฯ เรียกแท็กซี่ ฝนตกขนาดนี้จะให้เธอเดินไปหาแท็กซี่ก็คงยาก
ใบหน้าหวานก้มหน้างุดๆ เพื่อดูหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองอย่างไม่สนใจอะไร ร่างกายของเธอเริ่มเปียกชื้นจากฝนที่เทลงมา
“อยากตายไงวะมายืนใต้ต้นไม้แบบนี้ แล้วยังโง่เล่นโทรศัพท์อีก” เสียงเข้มที่ดังใกล้ๆ ทำให้มานิตาเงยหน้าขึ้นมองแล้วพบกับคนตัวโตที่กำลังยืนกางร่มคันใหญ่ให้ระหว่างตัวเธอและเขาอยู่
“ก็จะกลับห้อง ไม่รู้จะหลบฝนตรงไหน นายจะให้ฉันเรียกแท็กซี่กลางฝนหรือไง” ใบหน้าหวานจ้องลึกไปที่ดวงตาคมเข้ม
“มานี่ เดินมา!!”
มือหนาเกี่ยวเอวเล็กเอาไว้จากนั้นก็รั้งให้เธอเข้าไปในบ้านของตัวเอง จนกระทั่งตอนนี้มานิตาเข้ามายืนอยู่กลางบ้านของเพทายในสภาพเปียกปอนเป็นที่เรียบร้อย
“ใครสั่งใครสอนวะมิลค์กี้ให้ไปยืนใต้ต้นไม้กลางสายฝนแบบนั้น เดี๋ยวก็ตายไม่รู้ตัว” เพทายบอกอย่างหัวเสียเมื่อคนตัวเล็กไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเองเลย
“ก็มันไม่มีที่หลบฝนไหม”
“แล้วทำไมไม่ขอเข้าบ้านฉันวะ โง่ไหมเนี่ย!” เพทายตะโกนแข่งกับเสียงฝนที่กำลังเทลงมา
“ก็นายไล่ฉันแบบนั้น จะให้ฉันโง่ขอเข้าบ้านของนายได้ยังไง ฉันไม่หน้าด้านพอหรอกนะ” ว่าจบมือเล็กก็จัดการเข้าแอปฯ เพื่อเรียกแท็กซี่อีกครั้งเพราะหวังว่าจะมีรถให้เธอในตอนนี้
“จะทำอะไรเนี่ย!!” โทรศัพท์มือถือของมานิตาถูกดึงออกไปโดยเพทาย จากนั้นชายหนุ่มก็ทำอะไรบางอย่างจนเธอร้องถามออกมา
“จะเรียกรถทำไมตอนนี้”
“เอ้า!! ก็จะกลับหอ ไม่ให้เรียกแล้วจะให้เดินกลับหรือไง” มานิตาพยายามไขว่คว้าโทรศัพท์ที่อยู่ในมือใหญ่ ซึ่งตอนนี้เขาชูมันขึ้นไปทำให้เธอเอื้อมไม่ถึง “เอาคืนมานะ”
“สภาพอย่างกับลูกหมาตกน้ำแล้วยังจะเสร่อไปนั่งแท็กซี่อีก อุจาดตาว่ะ” คำพูดร้ายๆ ของเพทายทำเอามานิตาเลือดขึ้นหน้า เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมชายหนุ่มถึงได้ปากจัดขนาดนี้ สงสัยจะมีหมาอยู่ในปากเป็นร้อยตัว
“แรงไปไหม ด่าอะไรขนาดนั้น สภาพฉันมันดูไม่ได้ฉันเข้าใจ ทำไมต้องพูดแรงขนาดนี้วะ” มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันอย่างแรง “ถ้าอุจาดตามากนายก็ไม่ต้องมามอง ไม่ได้อยากให้มองอยู่แล้ว”
เพทายจ้องมองคนตัวเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า โอเค...เขายอมรับว่าพูดแรงไป เพราะสภาพของมานิตามันตรงกันข้ามกับสิ่งที่เห็นจริงๆ โดยสิ้นเชิง สภาพของเธอตอนนี้มันโคตรเซ็กซี่เลยต่างหาก เสื้อนักศึกษาสีขาวมันเปียกชื้นจนมองทะลุไปถึงข้างในจนเห็นว่าเธอใส่บราเซียร์สีขาวลูกไม้นั่น ผมยาวสลวยเริ่มร่วงมาปรกใบหน้าหวานๆ เพราะปกติมานิตาชอบรวบผมตึง กรอบหน้าสวยที่มีหยดน้ำเกาะแพรวพราวยิ่งทำให้เธอน่ามอง ไหนจะปากอวบอิ่มสีเชอรีที่แดงจัดเพราะอากาศอันหนาวเหน็บ รวมๆ แล้วเธอกำลังทำให้เขาอดใจไม่ไหว
“เออ ยังไม่ต้องกลับ ตอนนี้ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไป เปียกซ่กขนาดนี้”
“ฉันไม่มีชุด จะให้เปลี่ยนอะไร”
“ชุดเจ้พะแพรใส่ไปก่อนสิ น่าจะใส่ได้หุ่นคล้ายๆ กัน” เพทายบอกพร้อมกับมองรูปร่างของมานิตาที่มีลักษณะคล้ายพี่สาวของเขาเพียงแค่มานิตาอาจจะอวบอิ่มและเจ้าเนื้อมากกว่า แต่โดยรวมก็ไม่ได้ต่างจากพี่สาวเขามากเท่าไหร่
“จะดีเหรอ ฉันกลัวพี่นายว่าฉัน” ใบหน้าหวานเจื่อนลงเล็กน้อยเพราะกลัวว่าพี่สาวเพทายจะว่าเธอ
“จะมาว่าอะไร ผัวเจ้ฉันมันรวยจะตายห่า จะเอาชุดในบ้านไปโยนทิ้งแล้วซื้อใหม่ยังไม่สะเทือนขนหน้าแข้งเลยมั้ง” เพทายพาดพิงถึงพี่สาวที่ตอนนี้แต่งงานออกไปแล้ว แถมพี่เขยของเขามันก็โคตรหวงพี่สาวของเขายิ่งกว่าอะไร แทบไม่ยอมให้เขาที่เป็นน้องชายแท้ๆ เข้าใกล้ด้วยซ้ำ ไม่รู้จะหวงอะไรหนักหนา
“นายก็พูดเกินไปมะ”
“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ละ เดี๋ยวไม่สบายแล้วอย่ามาโทษฉันก็ละกัน”
“แล้วชุด...”
“เดี๋ยวเดินไปเอาให้ เธอขึ้นไปอาบห้องฉันนะ ข้างล่างฟักบัวมันเสียฉันยังไม่ได้ซื้อสายมาเปลี่ยน” เพทายบอก คนตัวเล็กอ้าปากค้างเพราะเธอไม่เคยขึ้นไปที่ห้องของเพทายเลยสักครั้งเดียว ตอนที่เคยมาก็นอนกันแต่ข้างล่างมาตลอด
“เอ่อ...มันยังพออาบได้ไหมข้างล่าง ฉันว่าฉันอาบข้างล่างดีกว่านะ” มานิตายิ้มแห้งออกมา
“จะเรื่องมากอะไรวะมิลค์กี้ อาบที่ไหนก็อาบไปเถอะ หรือเธอกลัว” ว่าจบร่างใหญ่ก็ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้จนเธอถอยหลังออกมาอย่างกลัวๆ พอหวนนึกถึงเรื่องของเมื่อคืนใบหน้าหวานก็แดงซ่านพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัว
“กลัวอะไร อย่ามามั่ว คนอย่างฉันเหรอจะกลัวนาย” เสียงหวานบอกอย่างแข็งๆ เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง
“นึกว่ากลัวฉันจะดูดนมเธออีก” ใบหน้าหล่อเหลาของเพทายก้มต่ำมองที่ทรวงอกของหญิงสาวอย่างไม่วางตา ทำให้ใบหน้าหวานเห่อร้อนขึ้นมาเมื่อนึกถึงยามที่ปากหยักของเขาอ้างับยอดอกของเธอ
