บทที่ 2 ขอกินนมได้ไหม (1)
เวลาล่วงเลยมาเกือบยี่สิบนาทีที่เพทายหายเข้าไปอาบน้ำเพราะเธอไม่ชอบคนซกมก แต่ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงยอมให้เพทายอยู่ที่นี่ ทั้งๆ ที่เขามีรถยนต์ส่วนตัวที่สามารถจะขับกลับตอนฝนตกได้
เสียงสายน้ำที่กระทบลงพื้นสงบลงพร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ดังขึ้น จนคนที่กำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่เงยหน้าขึ้นมอง และก็ต้องตกตะลึงเมื่อชายหนุ่มอยู่ในสภาพที่มีผ้าขนหนูคลุมกายเบื้องล่างอย่างหมิ่นเหม่ จนเธอหอบหายใจแรงอย่างตื่นเต้น เกิดมาไม่เคยเห็นผู้ชายในสภาพล่อแหลมแบบนี้มาก่อน
“นี่! เพ...นายแต่งตัวออกมาแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันเป็นผู้หญิงนะ อีกอย่างนี่ก็ห้องของฉันด้วย หัดอายบ้างเถอะ” เสียงหวานร้องแว้ดใส่คนตัวโตที่ทำเหมือนไม่ยี่หระต่อคำพูดของเธอ ชายหนุ่มเดินเช็ดผมของตัวเองแล้วเดินมานั่งที่ปลายเตียง
“ทำไม...เขินเหรอที่เห็นฉันแบบนี้”
“คะ...ใครเขาจะเขินนาย คิดไปเองเถอะ”
“ถ้าไม่เขินงั้นช่วยเช็ดผมให้หน่อยได้ไหม” คนตัวโตเอี้ยวตัวมองคนตัวเล็กที่นอนเล่นอยู่บนเตียง จากนั้นสายตาคมกริบก็ไล่มองเรือนร่างเล็กที่ซ่อนรูป ใครจะรู้ว่าภายใต้เสื้อช็อปตัวใหญ่จะซุกซ่อนร่างอวบอิ่มเอาไว้ และเมื่อเธอสลัดชุดเหล่านั้นออกจากร่างกายเขาก็เห็นบางอย่างที่ดุนดันเสื้อออกมา มันใหญ่เสียจนเขาหายใจติดขัด
“ไม่เอา ขี้เกียจ...เช็ดเองดิ”
“มิลค์กี้...เช็ดผมให้หน่อย” มือหนาแตะที่ต้นขาของคนตัวเล็กจนเธอสะดุ้งโหยง เพราะมือของชายหนุ่มเย็นเฉียบจนเธอตกใจ
“ไม่เอา...จะนอนเล่นมือถือแล้ว”
“เช็ดให้แป๊บเดียว ง่วงแล้วด้วยมาช่วยหน่อย”
“เฮ้อ...นายเนี่ยนะ” ร่างเล็กผุดลุกขึ้นมาพร้อมกับหยิบผ้ามาเช็ดผมให้กับคนตัวโตอย่างจำใจ ด้วยความที่มานิตาชอบเช็ดผมให้ตัวเองอยู่บ่อยๆ จึงบรรจงเช็ดให้เขาอย่างแผ่วเบาโดยไม่รู้ว่าความอ่อนโยนนี้ทำให้เพทายอดใจเต้นแรงไม่ได้
“มือเบาจังนะ”
“ฮะ...”
“ถ้ามาให้เช็ดบ่อยๆ ได้ไหม”
“อะไร...อย่ามามโนได้มะ ให้แค่วันนี้วันเดียวย่ะ ใกล้แห้งละนายเอาไปเช็ดเองเถอะ” มือน้อยโยนผ้าเช็ดผมลงบนบ่ากว้างก่อนจะล้มตัวลงไปนอนบนที่นอนอีกครั้ง แต่ดวงตากลมโตกลับชำเลืองมองคนตัวโตที่ขยี้ผมตัวเองอีกสองสามครั้ง
“หึหึ...”
“นี่เพทาย...ไปใส่ชุดให้มันเรียบร้อยได้ไหม” มานิตาร้องโวยเมื่อเห็นว่าเพทายเดินไปเดินมาจนเธอกลัวว่าผ้าที่พันอยู่ที่เอวของเขามันจะร่วงลงมา
“ไม่อยากใส่ชุดซ้ำ ฉันนอนไม่ได้หรอกถ้าต้องใส่ชุดเดิม”
“แต่นายโป๊นะ ไม่อายไง” เสียงหวานบอกอย่างตะกุกตะกักเมื่อร่างใหญ่อยู่ใกล้เธอแค่นี้ ใครมันจะไปต้านทานความหล่อเหลาของเพทายได้
“ไม่อาย...แล้วเธอล่ะ”
“ฉะ...ฉันทำไม”
“เห็นงี้เสียวไหม...” เสียงเข้มบอกอย่างกระเส่าจนเธอร้อนวูบวาบไปทั้งตัว
“ทำไมชอบพูดจาลามก ไอ้บ้าเพ!” ว่าจบมือน้อยก็หยิบหมอนขึ้นมาปาใส่ร่างใหญ่ของเพทายที่นั่งอยู่ปลายเตียง
“ลามกกับเธอคนเดียวไง”
“ฉันไม่พูดกับนายแล้ว ฉันจะนอน...” ร่างเล็กซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มแล้วตะแคงนอน เพราะไม่อยากสนใจกับคำพูดและสายตาของเพทายที่ชอบมองเธออย่างประหลาด
“งั้นขอนอนด้วยนะ” เสียงทุ้มบอกก่อนจะเลื่อนตัวมานอนซุกผ้าห่มกับมานิตาอย่างรวดเร็วจนเธอไม่ทันได้ทักท้วงอะไร
“นี่นาย...ลงไปนอนข้างล่างสิ จะมานอนบนเตียงกับฉันได้ยังไง นายเป็นผู้ชาย ฉันเป็นผู้หญิงนะ อีกอย่างห้องนี้มันก็ห้องของฉันด้วย” มานิตาหันขวับมามองเพทายโดยที่ไม่ทันได้ระวังเลยว่าใบหน้าของเธอกับเขาเมื่อหันมาจะอยู่ใกล้กันขนาดไหน
“ขอนอนบนเตียงด้วยคนนะ ข้างล่างพื้นมันเย็น ฉันนอนไม่ได้หรอก” ขณะที่พูดมือหนาของเพทายก็เลื่อนมาวางที่สะโพกสวยพร้อมกับใช้ปลายนิ้วเคล้นคลึงไปมาอย่างแผ่วเบา
“อ๊ะ...ทำอะไร”
“เปล่าสักหน่อย”
“เปล่าก็เอามือออกจากสะโพกของฉันได้แล้ว จะมาบีบทำไมเนี่ย” มือน้อยเลื่อนไปวางทับที่มือหนาภายใต้ผ้าห่ม จากนั้นก็พยายามดันมือแกร่งออก แต่เหมือนว่าเขาจะขืนมันเอาไว้
“ขอจับไม่ได้เหรอ ทำไมตัวเล็กแต่สะโพกใหญ่จัง” เสียงทุ้มบอกอย่างกระเส่า
“อย่ามาจับนะ เอามือออกไปนะเพ”
“จับแค่ตรงนี้เองไม่ได้เหรอ พอดีฉันขาดความอบอุ่น เธอช่วยให้ความอบอุ่นฉันได้ไหม” ใบหน้าคมคายจ้องมองใบหน้าหวานอย่างไม่วางตา หลังอาบน้ำยามที่เห็นหญิงสาวปล่อยผมมันยิ่งทำให้เธอดูเซ็กซี่ยิ่งกว่าเดิม
“เองบ้าอะไร...”
“งั้นขอจับนมได้มะ สัญญาว่าจะไม่จับอย่างอื่น” คำขอของเพทายทำเอาเธออึ้ง ใครจะคิดว่าวันหนึ่งเพื่อนของตัวเองจะกล้ามาขออะไรแบบนี้ แถมคนคนนี้ยังหน้าตาหล่ออย่างหาตัวจับยากอีก โอ๊ยตาย...ชีวิตของมานิตาจะต้องเจอกับอะไรเนี่ย
“บ้าไหม ออกไปให้ห่างๆ เลยนะ เตียงตั้งใหญ่เบียดเข้ามาทำไม” มือบางเปลี่ยนมาดันอกแกร่ง แต่เหมือนยิ่งดันมือหนาของเขาก็ยิ่งรั้งร่างบางให้เข้าหามากกว่าเดิม
“งั้นไม่จับกะได้ แต่ขอ ‘ดูดนม’ ได้ไหม หิวนมอะ...ฉันต้องกินนมก่อนนอนถึงจะนอนหลับได้”
“ไอ้เพ...ฉันเพื่อนแกนะ” ใบหน้าหวานบ่งบอกถึงความหงุดหงิด แม้จะสะดุ้งกับคำพูดของชายหนุ่มก่อนหน้านี้ก็ตาม
“ถ้าไม่อยากเป็นเพื่อน เลื่อนมาเป็นเมียก็ได้นะ!”
เพียะ!!
ไม่ทันที่เพทายจะได้ทำอะไรต่อ ฝ่ามือพิฆาตของมานิตาก็ฟาดเข้าไปที่อกเปลือยของเพทายอย่างแรง ทำเอาชายหนุ่มสะดุ้งด้วยความตกใจก่อนจะก้มมองแผงอกของตัวเองที่มีรอยนิ้วมือทั้งห้าของคนตัวเล็กประทับตราเป็นดวงเลย
“โอ๊ย!! ตีเข้ามาได้ โรคจิตเหรอ หรือซาดิสม์เนี่ย” เพทายนิ่วหน้าจากนั้นก็ใช้มือของตัวเองลูบตรงผิวที่เพิ่งโดนหญิงสาวฟาดเต็มแรง
“ก็นายชอบลามกยังไงล่ะ เราเพื่อนกันนะเว้ย ที่ฉันให้นายนอนที่นี่เพราะเห็นว่าเสื้อผ้านายเปียกกับฝนตกนะ ถึงให้อยู่ด้วย ได้คืบจะเอาศอก”
“ไม่อยากเอาศอก แต่ ‘เอาเธอ’ ได้ไหม”
“ไอ้เพ!!” มานิตาขบกรามของตัวเองอย่างโมโหเมื่อคนตัวโตยังเล่นไม่เลิกจนตอนนี้เธอเริ่มสับสนแล้วว่าชายหนุ่มเล่นหรือคิดจริงกันแน่
“จ๋า...ดุจังวุ้ย...แต่ดุแบบนี้ไอ้เพชอบเลย อยากจับทำเมีย!!” เพทายยิ้มและหัวเราะออกมาเมื่อเจอฤทธิ์ฝ่ามือของมานิตา เขาชอบเหลือเกินที่ได้แกล้งเธอแบบนี้ ยิ่งได้เห็นใบหน้าบึงตึงของเธอมันยิ่งทำให้เขาชอบใจใหญ่กว่าเดิม
“เมียห่าไร...ไม่เป็นเว้ย...นอนได้แล้วไหม ง่วงจะแย่แล้ว และก่อนจะนอนช่วยเอามือออกจากสะโพกฉันด้วยค่ะ” มานิตาโวยวายเพราะเพทายเล่นไม่เลิก ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนรักแม้แต่ปลายเล็บก็ไม่มีทางได้จับหรอกนะ
“งั้นจะคอยดู ไว้ถ้าเป็นเมียฉัน อย่ามาขอร้องให้ฉันเ...ย...ซ้ำแล้วกัน”
“หยาบคาย! พูดมาได้ไม่อายปาก” แม้ปากจะด่าชายหนุ่มแต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงเขินจัง จริงๆ การที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งทำให้สามารถพูดหยาบคายใส่กันได้ และยิ่งเรียนวิศวะด้วยกันแล้วนั้นเธอซึ่งเป็นผู้หญิงส่วนน้อยก็ต้องไหลตามน้ำไปกับพวกผู้ชายที่ดูดิบเถื่อน
“อายอะไร เรื่องธรรมชาติ”
“ธรรมชาติบ้านแกสิ หัดมองฉันเป็นผู้หญิงบ้างเถอะ พูดแต่ละคำออกมา...เอาไว้ใช้กับเพื่อนๆ ผู้ชายนายนู้น”
“ก็พูดกับผู้ชายแล้วมันไม่เสียวเท่ากับพูดกับเธอนิ”
จบคำพูดของคนตัวโตมานิตาก็นิ่งจ้องมองเขา อัตราการเต้นของหัวใจที่เริ่มเต้นแรงขึ้นๆ จนกลัวว่าชายหนุ่มข้างกายจะได้ยิน มันดังมาก
“อะไร เสียวบ้าอะไร ฉันไม่เสียวกับนายทั้งนั้นแหละ”
“งั้นก็ให้พิสูจน์สิว่าไม่เสียว” ร่างใหญ่กระเถิบเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนร่างกายของทั้งสองที่ตะแคงมองกันยิ่งแนบชิดมากกว่าเดิม ที่เธอไว้ใจให้เขานอนที่นี่เพราะเห็นว่าตั้งแต่ปีหนึ่งถึงปีสี่ก็ไปกินเหล้า ไปค้างบ้านเพื่อนคนนั้นคนนี่ด้วยกันเสมอ เลยไม่ได้ไว้เนื้อไว้ตัวอะไรมากนัก อีกอย่างเธอมั่นใจว่าคนอย่างเพทายไม่มีทางชอบผู้หญิงห้าวๆ อย่างเธอแน่นอน
“อะไร”
“ขอจับตรงนั้นได้ไหม”
“จะ...จับอะไรอีก”
“ตรงนั้นอะ” นิ้วเรียวชี้ไปที่เบื้องล่าง ซึ่งมันเป็นตำแหน่งของกึ่งกลางความเป็นจริงที่ทำเอาเธอเสียววูบวาบไปหมด เธอพยายามสลัดความรู้สึกนี้ออกไปเพราะคิดว่าเพทายกำลังกลั่นแกล้งตนเองให้เสียอาการ
“บ้าไหม”
“ถ้าไม่เสียวก็ต้องไม่แฉะ แต่ถ้าแฉะแสดงว่าเสียว” มุมปากหยักยกขึ้นแล้วจ้องมองไปที่เบื้องล่างที่มีกางเกงขาสั้นปกปิดเอาไว้อยู่
“ไอ้บ้า...โรคจิต ฉันไม่คุยกับคนลามกอย่างนายแล้ว ฉันจะนอนแล้ว ไม่ต้องมายุ่งกันเลยนะ” เมื่อพูดจบร่างเล็กก็พลิกตะแคงหันมาอีกข้างหนึ่ง พร้อมกับทำการกดโทรศัพท์เล่นทั้งๆ ที่หัวใจกำลังเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ
“ไหนว่าจะนอนแล้ว ทำไมยังเล่นโทรศัพท์ล่ะ หันมาคุยกันก่อนสิ” มือหนายื่นมาจับที่เอวคอดเพื่อดึงให้สาวเจ้าหันกลับมา แต่คนตัวเล็กกลับขืนตัวเอาไว้
“ไม่เอา...ต่างคนต่างนอนสิเพ”
ติ๊ด!!
(ทำอะไรอยู่ครับ นอนหรือยัง) เสียงข้อความแจ้งเตือนจากแอปฯ ที่ญาณินติดตั้งให้ ทำให้มานิตากดเข้าไปดูและพบว่าผู้ชายที่เธอเลือกตอบเขาคนเดียวทักมา
(ยังค่ะ พี่ซันล่ะคะ จะนอนหรือยัง) นิ้วเล็กกดไปที่แป้นพิมพ์บนหน้าจออย่างรวดเร็วเพราะไม่อยากให้คนในแชตรอนาน และหลังจากที่คุยกันตั้งแต่นั่งรถเพทายเธอเลยรู้ว่าเขาชื่อ ‘ซัน หรือตะวันฉาย’
(ยังไม่ง่วงเลยครับ พี่จะรอให้ตัวเล็กนอนก่อนดีไหม) คำพูดหวานๆ ของคนในแชตทำเอามานิตาเขินตัวม้วนเลย เธอรู้สึกตื่นเต้นที่มีคนมาคุยเล่นแบบนี้ แม้จะเป็นคนแปลกหน้าก็ตาม แต่อย่างน้อยก็สามารถคุยยามเหงาได้
(ไม่เห็นจะดีเลยค่ะ พี่ซันไชน์ไม่เห็นต้องรอมิลค์กี้เลย)
(อยากรอครับ ให้รอนานกว่านี้ก็ได้นะ) มานิตาไม่รู้หรอกว่าคนในแชตโสดหรือเปล่า แต่เธอจะวางตัวเท่าที่ทำได้ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป
“คุยกับใคร...พิมพ์รัวขนาดนั้น” น้ำเสียงเคืองๆ จากคนที่นอนข้างตัวร้องถาม
“ยุ่งน่ะเพ...”
“ผัวเหรอ แอบมีผัวตอนไหนฉันไม่เห็นรู้เรื่อง”
“นี่!! ฉันยังไม่มีผัวย่ะ แต่อนาคตไม่แน่ อย่ามาด่วนตัดสินอะไรก่อนนะ” มานิตาวางโทรศัพท์ไว้ข้างหมอน จากนั้นก็ลุกขึ้นมามองเพทายที่นอนหงายสบายใจเฉิบบนที่นอนของเธอ
“อนาคตไม่แน่คืออะไร...แอบคุยอยู่กับใคร” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแล้วจ้องมองลึกที่ใบหน้าหวาน
“ไม่แน่ๆ ก็คืออาจจะมีไง จะมายุ่งอะไรด้วยวะ”
“ห้ามมี...” จู่ๆ เพทายก็พูดด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นจนเธอรู้สึกขนลุกวาบขึ้นมาทันที ทำไมนะทั้งน้ำเสียงและแววตาของเพทายในตอนนี้มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน
“ห้ามมีอะไร”
“ผัว...ห้ามเธอมีผัว”
“อะไรอีกเนี่ย กวนประสาทอยู่ได้ มาห้ามอะไรฉัน จะมาขัดขวางความสุขกันหรือไง”
