ตอนที่2 ลูกคลื่น
ปรารถนารักหัวใจมาเฟีย
ตอนที่2
ลูกคลื่น
ลูกคลื่นหรือตรังค์ ศิริกุลวณิชโชค ยกยิ้มขึ้นอย่างตลกขบขันพร้อมกับวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะทำงานเมื่อวางสายจากสีคราม
"ปากไม่ตรงกับใจเลยนะคะพี่คราม"สีครามบอกว่าอาหารที่เธอทำรสชาติไม่อร่อยแต่เธอรู้มาจากพันแสงแล้วว่าสีครามทานข้าวต้มเห็ดหอมที่เธอทำจนหมดเกลี้ยงถ้วยแล้วไหนบอกว่าไม่อร่อยไง
"เมื่อไหร่เราจะคุยกันได้ดีๆสักทีนะพี่คราม"มือบางเอื้อมไปหยิบกรอบรูปที่วางตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานขึ้นมาดูแล้วก็ยิ้มออกมา
ดวงตากลมโตเอาแต่มองกรอบรูปอย่างไม่ละสายตามันเป็นรูปภาพที่เธอกับสีครามถ่ายด้วยกันตอนที่เรายังเด็กๆเธอรู้สึกคิดถึงช่วงเวลานั้นจริงๆ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"เชิญค่ะ"เสียงเคาะประตูห้องทำงานของลูกคลื่นดังขึ้นปากเล็กจึงเอ่ยอนุญาตก่อนที่ชนกเลขาวัยกลางคนจะเปิดประตูเข้ามาในห้อง
"คุณลูกคลื่นคะ อีกสิบนาทีจะได้เวลาประชุมแล้วค่ะเอกสารทุกอย่างพี่จัดการเตรียมให้คุณลูกคลื่นเรียบร้อยทั้งหมดแล้วค่ะ"
"ขอบคุณนะคะพี่ชนกถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวลูกคลื่นตามไปค่ะ"
"ค่ะคุณลูกคลื่น"ชนกพยักหน้าก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องทำงาน
"น้องไปประชุมก่อนนะคะพี่คราม"ลูกคลื่นบอกกับกรอบรูปที่ตัวเองถืออยู่แล้ววางมันลงไว้ที่เดิมก่อนที่จะลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานและเดินออกไปจากห้อง
ลูกคลื่นเธอได้รับตำแหน่งประธานโรงแรมธาราชลาลัยต่อมาจากเจ้าสัวชลาลัยผู้เป็นบิดาของเธอ หลังจากที่เรียนจบลูกคลื่นก็เข้ามารับตำแหน่งประธานทันทีเพราะอยากให้บิดาของเธอได้พักแล้ว
โรงแรมธาราชลาลัยของเธอเป็นโรงแรมที่ติดหนึ่งในสิบของโรงแรมที่ดีที่สุดในจังหวัดภูเก็ต ในเรื่องนี้เธอต้องยกความดีความชอบให้บิดาและมารดาของเธอเพราะโรงแรมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากความรักของบิดากับมารดาเธอที่ร่วมกันก่อตั้งโรงแรมนี้ขึ้นมา
พวกท่านสร้างโรงแรมแห่งนี้โดยเริ่มจากศูนย์และก็ค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อยๆจนเป็นที่รู้จักขึ้นมาบิดาของเธอเคยบอกว่าการที่โรงแรมจะเติบโตขึ้นมาได้มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยถ้าเราขาดสิ่งนี้...
ชลาลัยบิดาของเธอสอนอยู่เสมอว่าหัวใจสำคัญของธุรกิจโรงแรมก็คือการบริการลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญในการสร้างความประทับใจและความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่เข้าพัก
การบริการที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยให้โรงแรมได้รับรีวิวที่ดีจากลูกค้าเท่านั้น แต่ยังสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนให้ระหว่างโรงแรมกับลูกค้าอีกด้วย
เพราะบิดากับมารดาของเธอทำแบบนี้มาตลอดเวลาจึงทำให้ลูกค้าของโรงแรมยังคงไว้ใจที่จะใช้บริการของโรงแรมเราเสมอมา ลูกคลื่นเองก็จะทำตามในสิ่งที่บิดากับมารดาของเธอตั้งใจมาตลอดเช่นกัน
ขาเรียวยาวบนรองเท้าส้นสูง CHANELสีดำ เดินเข้ามาในห้องประชุมและเดินไปนั่งลงยังเก้าอี้ที่เคยเป็นเก้าอี้ประจำตำแหน่งของประธานคนเก่านั่นก็คือเจ้าสัวชลาลัยบิดาของเธอเอง
"สวัสดีค่ะทุกคน"ลูกคลื่นเอ่ยทักทายกับพนักงานทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องประชุม
"สวัสดีค่ะคุณลูกคลื่น/สวัสดีครับคุณลูกคลื่น"พนักงานทุกคนยิ้มและทักทายท่านประธาน
"ค่ะ พวกเรามาเริ่มประชุมกันดีกว่าค่ะ"ลูกคลื่นพูดจบก็เริ่มการประชุมทันที
ใช้เวลากว่าสี่ชั่วโมงการประชุมก็จบสิ้นลงพนักงานทุกคนก็ต่างพากันเดินออกจากห้องประชุมไป
"พี่ชนกคะ เดี๋ยวสรุปการประชุมให้ลูกคลื่นด้วยนะคะ พรุ่งนี้สายๆค่อยเอามาให้ลูกคลื่นก็ได้ค่ะวันนี้เย็นมากแล้วพี่ชนกกลับบ้านเถอะเดี๋ยวเจ้าตัวเล็กจะรอเอา"เพราะชนกมีลูกน้อยที่รออยู่ที่บ้านลูกคลื่นเธอจึงอยากให้ชนกได้มีเวลากับครอบครัวไม่อยากให้ต้องมานั่งทำงานดึกๆดื่นๆอะไรหยวนได้เธอก็หยวน
"ขอบคุณค่ะแล้วคุณลูกคลื่นจะกลับบ้านเลยไหมคะ?"
"กลับเลยค่ะลูกคลื่นจะรีบกลับไปทานข้าวเย็นกับคุณจ๋าน่ะค่ะ"ลูกคลื่นเอ่ยบอกแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้
"ค่ะ ถ้าอย่างนั้นขับรถกลับบ้านดีๆนะคะคุณลูกคลื่น"
"พี่ชนกก็เหมือนค่ะ"ลูกคลื่นส่งยิ้มให้ชนกก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องประชุม
บ้านลูกคลื่น
BMW M4 Competition Coupe G82 Sao Paulo Yellow ถูกขับเคลื่อนเข้ามาจอดในบ้านหลังใหญ่ก่อนที่ลูกคลื่นจะเปิดประตูรถลงมาแล้วเดินเข้าไปในบ้าน
เจ้าสัวชลาลัยได้ยินเสียงรถของลูกสาวเข้ามาจอดในบ้านก็รีบเดินออกมาต้อนรับทันทีอย่างเช่นประจำทุกวัน
"กลับมาแล้วเหรอลูกเหนื่อยไหมวันนี้?"เจ้าสัวชลาลัยเอ่ยถามขึ้นกับลูกสาวด้วยรอยยิ้มที่ใจดี
"คุณจ๋า"ลูกคลื่นยิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นบิดาของเธอก่อนที่จะเดินไปกอดท่านเอาไว้อย่างออดอ้อน
ลูกคลื่นเธอเรียกบิดาว่าคุณจ๋าเพราะว่าตอนเด็กๆเธอมักจะเรียกบิดาของเธอว่าจ๋า... ก็ทำนองว่าเรียกพ่อจ๋านั่นแหละแต่คำว่าจ๋ามันจะออกมาบ่อยมากกว่าคำว่าพ่อ
ลูกคลื่นเธอเลยติดปากกับคำว่าจ๋ามาตั้งแต่เด็กๆแต่พอโตขึ้นคำเรียกว่าจ๋ามันก็ดูห้วนๆไปเธอเลยเติมคำว่าคุณลงไปก็เลยเป็นคุณจ๋ามาถึงทุกวันนี้
"เหนื่อยใช่ไหมวันนี้ถึงได้อ้อนจ๋าขนาดนี้เนี่ย?"เจ้าสัวชลาลัยเอ่ยถามพร้อมกอดลูกสาวไว้แน่น
"เหนื่อยมากเลยค่ะแต่ลูกคลื่นไม่ได้เหนื่อยงานนะคะ ที่เหนื่อยเพราะต้องยืนอยู่บนรองเท้าส้นสูงคู่ใหม่ตั้งหากมันไม่สบายเท้าลูกคลื่นเท่าไหร่เลยค่ะ"ลูกคลื่นบ่นอุบพร้อมกับย่นจมูก
"จ๋าเห็นลูกคลื่นบ่นแบบนี้ทีไรจ๋าก็เห็นลูกคลื่นเอาแต่ใส่รองเท้าส้นสูงอยู่ทุกครั้งไป"เจ้าสัวชลาลัยเอ่ยบอกพร้อมกับหัวเราะออกมา
"ก็ส้นสูงกับผู้หญิงมันเป็นของคู่กันนี่คะถึงจะต้องเมื่อยเท้าก็ยอมแต่ว่านะถ้าได้กินอาหารอร่อยๆฝีมือของคุณจ๋าความเมื่อยคงจะหายเป็นปลิดทิ้งแน่ๆเลย"ลูกคลื่นเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
"ถ้าอย่างนั้นเราไปกินข้าวกันดีกว่าวันนี้จ๋าทำใบเหลียงต้มกะทิ ผัดสะตอกุ้งสด น้ำพริกกุ้งเสียบ แล้วก็หมูหวานของโปรดของลูกคลื่นทั้งนั้นเลยนะ"
"โห...คุณจ๋าของลูกคลื่นน่ารักที่สุดเลยค่ะวันนี้มีแต่ของโปรดลูกคลื่นทั้งนั้นเลย ลูกคลื่นจะกินให้หมดเลยค่ะเอาให้พุงแตกไปเลย"
"ถ้าอย่างนั้นไปที่โต๊ะอาหารกันดีกว่าเดี๋ยวอาหารจะเย็นหมดนะ"
"ค่ะคุณจ๋า"ลูกคลื่นพยักหน้าก่อนที่จะเดินควงแขนบิดาไปที่โต๊ะอาหาร
"กินให้เยอะๆเลยนะลูกทำงานมาเหนื่อยๆจะได้มีแรง"เจ้าสัวชลาลัยเอ่ยบอกกับลูกสาวก่อนจะหันไปบอกให้แม่บ้านตักข้าวใส่จาน
"ได้เลยค่าวันนี้ลูกคลื่นจะกินให้หมดเลย"ลูกคลื่นพยักหน้าให้กับบิดาก่อนที่จะตักหมูหวานของโปรดที่สุดของเธอมาใส่ในจานแล้วตักเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ
"อร่อยไหมลูก?"
"อร่อยที่สุดเลยค่ะฝีมือการทำหมูหวานของคุณจ๋าของลูกคลื่นอร่อยที่สุดในโลกเลย"ในโลกนี้ไม่มีใครทำหมูหวานได้อร่อยสู้บิดาของเธอได้อีกแล้ว
"ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆนะลูกกินเสร็จแล้วยังมีข้าวเหนียวมะม่วงของโปรดลูกด้วยนะ"เจ้าสัวชลาลัยรู้ดีที่สุดว่าลูกสาวของเขาชอบกินข้าวเหนียวมะม่วงตบท้ายหลังจากที่ทานข้าวเสร็จแล้วเป็นที่สุด
"ขอบคุณนะคะคุณจ๋า"ลูกคลื่นเอ่ยบอกแล้วส่งยิ้มออกไปให้บิดา
ตั้งแต่ที่ธารามารดาของเธอจากเธอไปอย่างไม่มีวันกลับชลาลัยบิดาของเธอก็คอยดูแลเธอมาคนเดียวตั้งแต่เธออายุห้าขวบ
ลูกคลื่นเธอจำได้ดีว่าบิดาเธอต้องทำงานที่โรงแรมไปด้วยแล้วก็ดูแลเธอไปด้วยแถมอาหารทุกมื้อบิดาของเธอก็เป็นคนลงมือทำให้เธอทานตลอด
ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนชลาลัยบิดาเธอก็ไม่เคยบ่นออกมาเลยสักคำท่านดูแลเธออย่างดีไม่เคยละเลยเธอเลยสักครั้ง
ครั้งหนึ่งเธอเคยถามบิดาว่าเหนื่อยไหมที่ต้องดูแลเธอแบบนี้แล้วท่านก็ตอบเธอมาว่าไม่เคยเหนื่อยเลยสักครั้งเพราะว่าเธอคือความรักและความสุขของท่าน ลูกคลื่นเองก็อยากบอกกับบิดาเช่นกันว่าท่านก็คือความรักและความสุขของเธอเหมือนกัน
"จ๋าเต็มใจทำให้ลูกสาวคนเดียวของจ๋าอยู่แล้ว"เจ้าสัวชลาลัยส่งยิ้มให้ลูกสาวอย่างเอ็นดูก่อนที่สองพ่อลูกจะนั่งทานข้าวและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
