บทที่ 1 เจอกันอีกครั้ง 1
รุ่งเช้าจิรัญญาเตรียมพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์ครั้งแรก ในที่สุดก็มีบริษัทที่เห็นความสามารถของเธอแล้ว จิรัญญาตื่นเต้นจนแทบนอนไม่หลับต้องลุกขึ้นมาหาข้อมูลในการสัมภาษณ์ เธอหวังว่าการหาข้อมูลมาอย่างดีส่งผลให้เธอผ่านและได้ทำงานตามที่หวัง
จิรัญญารีบอาบน้ำแต่งตัวคัดสรรชุดให้เหมาะกับงาน จิรัญญาเลือกที่จะเรียกแท็กซี่เพราะรวดเร็วและไม่ต้องคอยรถเมล์นาน ๆ ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอกลัวว่าจะชวดงานนี้ไปแน่ ๆ เลย ไม่นานรถแท็กซี่คันที่จิรัญญานั่งก็มาถึงตึกที่สูงระฟ้าตามที่เธอต้องการแล้ว จิรัญญาเดินเข้าไปด้วยท่าทีที่ไม่ค่อยมั่นใจ เมื่อมีสายตาหลายคู่จ้องมองมาที่เธอ ทำให้อดประหม่าไม่ได้เลย
“สวัสดีค่ะ มาสัมภาษณ์เหรอคะ?” พนักงานคนหนึ่งเอ่ยทักจิรัญญาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ค่ะ”
“เชิญทางนี้เลยค่ะ” จิรัญญาเดินตามพนักงานคนนั้นอย่างงุนงง แม้ในใจจะอดคิดไม่ได้ว่าทำไมคนในบริษัทถึงมองเธอแปลก ๆ จากนั้นจิรัญญาก็ถูกพามาหยุดที่หน้าห้องหนึ่งที่เธอคิดว่าคงเป็นห้องระดับผู้บริหารแน่นอน
“เชิญเลยค่ะ คุณสิงห์รอคุณอยู่ในห้องแล้ว”จิรัญญาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเอง มือเรียวยืนบิดไปจับคันโยกเบา ๆ ก็ทำให้ประตูเปิดอย่างง่ายดาย
จิรัญญาถึงกับตกตะลึงกับห้องทำงานใหญ่ระดับผู้บริหารครั้งแรก เป็นห้องที่ใหญ่มากเทียบได้กับห้องสูทระดับโรงแรมห้าดาว จิรัญญามองสิ่งต่าง ๆ รอบ ๆ เสียเพลิน จนลืมว่ามีสายตาพิฆาตมองเธอผ่านกระจกใสของผนัง
“เธอจะมองอีกนานไหม” ร่างใหญ่หมุนเก้าอี้นั่งหันมาทางหญิงสาวทันที เมื่อทนกับเจ้าหล่อนไม่ไว้แล้ว มัวแต่ตะลึงกับสิ่งต่าง ๆ อยู่ได้คงจะลืมแล้วมั้งว่าตนเองมาสัมภาษณ์
“นี่...นาย” จิรัญญาถึงกับพูดไม่ออก เมื่อพบกับชายหนุ่มที่ตนได้ทำร้ายเมื่อวาน มิน่าล่ะคนในบริษัทถึงมองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเธออย่างนั้น ‘จะทำยังล่ะ ยัยจิ๊บดันไปทำร้ายประธานของบริษัท ต้องโดนไล่ออกตั้งแต่ยังไม่ได้สัมภาษณ์’
“ตกใจมากเลยเหรอที่เป็นฉัน” จิรัญญาก้มหน้าไม่กล้าแม้แต่สบตาของชายหนุ่มตรงหน้า สิงห์เลิกคิ้วสงสัยหญิงสาวตรงหน้าอย่างมากเมื่อวานเจ้าหล่อนเล่นเขาจนเกือบจะสูญพันธุ์มาวันนี้กลับมาทำท่าทางเหมือนเหมือนกลัวเขาเสียด้วย
“สวัสดีค่ะ” จิรัญญาพูดพลางยกมือไหว้ตามมารยาทอย่างไม่เต็มใจเท่าไรนัก
“วันนี้พูดเพราะเชียวนะ ถ้าเป็นเมื่อวานคงต้องใช้กำลังสิท่า” สิงห์พูดกระตุ้นอารมณ์หญิงสาวตรงหน้า เขารู้จุดอ่อนของยายคนนี้ดี และก็ได้ผลตามคาด
“ก็ใครใช้ให้คุณเที่ยวโปรยเสน่ห์ให้คนนั้นทีคนนี้ที่ทำไม สมน้ำหน้า” จิรัญญาตอบกลับชายหนุ่มได้อย่างเจ็บแสบ
“นี่เธอ มันจะมากเกินไปแล้วนะ เธอมาสมัครงานควรพูดดี ๆ กับนายจ้างสิ” สิงห์โต้กลับด้วยความโกรธ หน่อยแนะเขารึอุตส่าห์เรียกเธอมาสอบสัมภาษณ์เพราะเห็นว่าเคยเป็นคนรู้จักกันมาก่อน “ก็อย่างว่าแหละเธอมันดีแต่หาเรื่องคนอื่น รู้ว่าทำผิดแล้วไม่ยอมขอโทษอีก”
“ฉันขอโทษกับคนที่ฉันควรขอโทษ อย่างนายนะเหรอไม่มีวันหรอกที่ฉันจะขอโทษ” จิรัญญากำลังเดินออกจากห้องก็ต้องหยุดชะงักเพราะ...
“ใครกันน่า? ที่ถือดอกไม้มาสารภาพฉันตอนอายุเจ็ดขวบ พอถูกฉันปฏิเสธก็ร้องไห้ขี้มูกโป้งวิ่งแจ้นไปฟ้องพ่อ”สิงห์ไม่เพียงพูดอย่างเดียวกลับทำท่าทางล้อเลียนหญิงสาวตรงหน้า
“นายยย...” จิรัญญาอ้าปากค้างกับเรื่องราวในวัยเด็กที่ถูกล้อเลียน
“ใช่ ฉันเอง สิงห์คนที่เธอแอบชอบเมื่อตอนยังเด็ก” หญิงสาวเหลียวมองหน้าชายหนุ่มคนที่ขุดเรื่องในอดีตมาล้อ ทำไมถึงรู้สึกคุ้นหน้านายคนนี้แปลก ๆ แต่ตอนนี้ชัดเลยว่าคือนายสิงห์คู่อริของเธอนั้นเอง ที่พี่เพกาบอกว่าเรียกเธอมาสัมภาษณ์เพียงคนเดียวก็เพราะเหตุนี้สินะ
สิงห์มองหญิงสาวที่กำลังเม้มปากตัวเองเน้นด้วยความโกรธ ช่วยไม่ได้ใครใช้ให้เธอไม่ยอมขอโทษเขาเองทำไม ใจจริงเขาอยากดูท่าทีของจิรัญญาก่อนว่าเธอจะเป็นอย่างไร แล้วค่อยให้เธอรู้ว่าเจ้านายของตนคือคู่อริที่ตั้งแต่ยังเด็ก คงจะน่าขำน่าดู
“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ก่อนที่ฉันจะโมโหไปมากกว่านี้” จิรัญญาพยายามนับหนึ่งถึงสิบอยู่ในใจของที่เธอจะสติแตกเพราะผู้ชายคนนี้ และรีบเดินไปที่ประตูรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่ทันร่างใหญ่มีมายืนขว้างประตูเป็นยักษ์วัดแจ้ง
“หลีกไปฉันจะกลับบ้าน”จิรัญญาผลักร่างของชายหนุ่มออกจากประตูอย่างสุดกำลังแต่ก็ไม่เป็นผลว่าร่างใหญ่จะขยับออกจากประตูเลย
“ทำไม จะไปไหนฉันยังไม่อนุญาตเลย”
