
บทย่อ
**คำแนะนำก่อนอ่าน** นิยายเรื่องนี้เป็นผลงานที่ไรต์เขียนขึ้นเมื่อประมาณสิบปีก่อน ในช่วงที่ยังเป็นนักเรียนและมีประสบการณ์ด้านการเขียนไม่มากนัก บริบทของเรื่อง ภาษา แนวคิด รวมถึงรายละเอียดบางอย่าง จึงอาจแตกต่างจากนิยายที่เขียนขึ้นในยุคปัจจุบัน หากมีบางส่วนที่ไม่สอดคล้องกับบริบทหรือค่านิยมในปัจจุบัน ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ ขอบคุณทุกคนที่เปิดใจกลับมาอ่านผลงานเก่าเรื่องนี้นะคะ เรื่องย่อ.... จิรัญญา วรวงศ์ หญิงสาวที่ตัดสินใจออกจากบ้านเพื่อมาใช้ชีวิตในเมืองกรุง หวังเก็บเกี่ยวประสบการณ์และพิสูจน์ตัวเองด้วยลำแข้งของตัวเอง ทว่าโลกของคนทำงานกลับไม่ได้สวยงามอย่างที่เธอคิด เมื่อเธอต้องเผชิญกับการแข่งขันและการถูกปฏิเสธจากบริษัทแล้วบริษัทเล่า จนกระทั่งโชคเข้าข้าง เมื่อบริษัทแห่งหนึ่งเรียกเธอเข้าสัมภาษณ์งาน แต่สิ่งที่ทำให้จิรัญญาต้องแทบช็อกกลับไม่ใช่คำถามของฝ่ายบุคคล หากเป็นชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในตำแหน่งเจ้านายของเธอ... สิงห์ อีเมอร์สัน ผู้ชายที่เธอไม่มีวันลืม เพราะเขาคือเด็กหนุ่มจอมแกล้งที่เคยสร้างวีรกรรมเอาไว้กับเธอสมัยเด็ก และที่สำคัญ ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายยังมีเรื่องบาดหมางกันมานานอีกด้วย เมื่อจิรัญญาเผลอรับคำท้าของสิงห์ เธอจึงต้องก้าวเข้ามาทำงานในบริษัทของเขาอย่างไม่มีทางถอย หนำซ้ำยังถูกสถานการณ์บีบบังคับให้รับตำแหน่งเลขาจำเป็นแทนเพกาที่ต้องลางานไปดูแลสามีซึ่งกำลังป่วย จากคู่กัดในวัยเด็ก กลายเป็นเจ้านายกับเลขา... การทำงานใกล้ชิดกับผู้ชายที่ทั้งหลงตัวเอง ปากร้าย และชอบหาเรื่องเธอไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้จิรัญญาแทบอยากลาออกทุกครั้งที่เจอหน้า แต่สิ่งที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่านั้นคือ ภายใต้ความกวนประสาทของเขา สิงห์กลับมีเสน่ห์เกินกว่าที่เธออยากยอมรับ
บทนำ 1
เสียงนาฬิกาที่ดังอยู่เนือง ๆ หญิงสาวลุกขึ้นมาปิดโดยอัตโนมัติด้วยความเคยชิน มือเรียวยาวขยี้ดวงตากลมโตเพื่อมองสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน หลังจากนั้นเธอเริ่มจัดการทำธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็ว
จิรัญญา วรวงศ์ หยิบประวัติส่วนตัวขึ้นมามองด้วยสายตาอ่อนล้า นี่ก็เกือบสามสัปดาห์ที่เธอเที่ยวตระเวนหางาน แต่ก็ยังไม่มีบริษัทติดต่อกลับมาเลย บ้านของเธอก็ไม่ได้ขัดสนถึงขนาดที่เธอต้องหาเลี้ยงครอบครัว แค่ต้องการใช้ชีวิตในเมืองกรุงบ้างสักครั้ง เธอตัดสินใจขอบิดาและพี่ชาย เพราะอยากลองมาใช้ชีวิตในกรุงเทพ ต้องยกเหตุผลต่าง ๆ นานา มาเป็นข้ออ้าง ทั้งที่เธอไม่จำเป็นต้องมาเดินหางานแบบนี้ก็ได้ แต่การใช้ชีวิตแบบคุณหนู มันจะไปมีสีสันอะไร
มือเรียวบางคว้าโทรศัพท์ในกระเป๋า เมื่อได้ยินเสียงเพลงโปรดของเธอ คงเป็นใครไม่ได้นอกจากพี่ชาย ที่โทรจิกเธออย่างกับอะไรดี เธอคงโกรธพวกเขาไม่ได้ ที่จะหาใครหวังดีเหมือนพี่ชายและบิดาไม่ได้อีกแล้ว
“ว่าไงคะ พี่กฤษ” จิรัญญาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใสเช่นเคย
“พี่โทรหาตั้งหลายสาย แล้วทำไมพึ่งมารับสายพี่ ทำอะไรอยู่” กฤษถามน้องสาวด้วยน้ำเสียงเคือง ๆ น้องสาวที่รับสายช้า
“โห่ พี่กฤษ จิ๊บอาบน้ำอยู่จะให้จิ๊บรับโทรศัพท์พี่ได้ยังไงกันคะ”
“พี่ไม่เซ้าซี้เราแล้วก็ได้ งานเราไปถึงไหนแล้ว ถ้ายังหาไม่ได้ก็กลับมาที่เชียงใหม่ซะ น้องสาวคนเดียวพี่กับพ่อมีปัญญาหาเลี้ยงได้”กฤษอดว่าน้องสาวไม่ได้ ใช้ได้ที่ไหนกันล่ะ อยู่บ้านดี ๆ ไม่ชอบ ชอบทำให้เขาเป็นห่วงอยู่เรื่อย
“โธ่ พี่กฤษยังเป็นตำรวจเลย จิ๊บก็อยากทำงานบ้าง ไม่อยากทำตัวไร้ค่าไปวัน ๆ ไม่พูดกับพี่กฤษแล้ว”
“เดี๋ยว ๆ ๆ ยัยจิ๊บ...” เสียงปลายขาดหายไปอย่างฉับพลัน ใครจะดื้อรั้นเท่ายัยจิ๊บน้องสาวเขาไม่มีอีกแล้ว
จิรัญญาตัดสายพี่ชาย ถ้าเธอคุยกับพี่ชายของเธอมีหวังต้องเกลี้ยกลมให้เธอกลับเชียงใหม่แน่นอน ถ้าเธอกลับไปคงไม่ได้ทำอะไรเป็นแน่ กำนันธรรศผู้เป็นพ่อของเธอคงไม่ยอมให้เธอทำอะไร นอกจากงานในไร่ส้ม ไม่ใช่ว่า จิรัญญาจะไม่ชอบการทำงานในไร่หรอกนะ ตั้งแต่เกิดมาจนอายุยี่สิบสามปี เธอยังไม่ได้เคยทำอะไรด้วยตัวเองสักอย่าง เธออยากได้อะไรเพียงแค่เอ่ยปาก บิดาและพี่ชายก็หามาไม่ว่าสิ่งนั้นจะยากเย็นสักเพียงไหน
ตอนนี้เป็นโอกาสที่จิรัญญาได้พิสูจน์ตัวเอง ให้ทุกคนรู้เธอไม่ได้เป็นเพียงคุณหนู ยังสามารถทำอะไรได้หลาย ๆ อย่างด้วยเอง
“สู้ เว้ย” จิรัญญาพูดกับตัวเองพร้อมสูดลมหายใจเข้าปลอดลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจก่อนออกจากบ้าน
จิรัญญาเลือกขึ้นรถเมล์ ดีกว่าแท็กซี่ ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะแถมยังได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ อีก นั่งรถไม่นานก็ถึงบริษัทที่จิรัญญาหาในอินเทอร์เน็ตแล้ว
ตึกอีซีโอ พาวเวอร์ ที่สูงระฟ้าคงไม่น้อยกว่าสามสิบห้าชั้น จากการคาดเดาของจิรัญญาแล้ว เธอหยุดยืนทำใจตรงหน้าประตูของหาตึกเพื่อสร้างความมั่นใจ
“ว้าย!...” จิรัญญาสะดุดตรงขอบประตูทำให้เสียหลักล้มลงหน้าคะมำกับพื้นแล้วแน่ถ้าไม่ได้อ้อมแขนของใครบางคนรับเธอไว้เสียก่อน
จิรัญญาค่อย ๆ ลืมตามาพบกับหนุ่มหล่อ จมูกโด่งรับกับใบหน้าคมคาย ผมเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนปนดำเล็กน้อย กอปรกลิ่นกายของบุรุษเพศช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน
“นี่คุณ! เลิกจ้องผมได้แล้ว ถ้าจ้องผมนานกว่านี้ ผมคิดตังค์นะ” จิรัญญารีบผละออกจากอ้อมแขนของเขาทันที เธอเกือบหลงเสน่ห์ของชายหนุ่มตรงหน้าไปแล้ว ถ้าไม่ติดตรงที่ความหลงตัวเองของชายหนุ่ม
“เปล๊า... ฉันไม่ได้มองนายเสียหน่อย” ตรงข้ามสายตาที่เธอมองเขามันทำให้เขาอยากทำความรู้จักเธอนักว่าจะลีลาเด็ดขนาดไหน
“แล้วทำไมต้องตอบเสียงสูงขนาดนั้นด้วย” สิงห์ อีเมอร์สัน เค้นถามผู้หญิงตรงหน้าเสียไม่ได้ แต่ละวันมีผู้หญิงมาเข้าหาเขาด้วยวิธีหลากหลาย บางทีเขาก็เบื่อที่จะเล่นด้วย แต่กับแม่คนนี้เขาอยากรู้ว่าเธอจะใช้วิธีไหนที่ทำให้เขาสามารถเล่นตามเกมของเธอ “ถ้าเธออยากขนาดนั้นก็ไม่ได้ตรงเสียเวลาวางแผนมาอ่อยฉันแบบนี้ก็ได้”
“อะไรนะ?” จิรัญญางุนงงกับคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าที่อายุก็น่าจะย่างเขาสามสิบแล้วยังทำตัวเป็นตาเฒ่าหัวงูอีก
“ฉันบอกว่า ถ้าเธออยากนอนกับฉันไม่ต้องลงทุนมาอ่อยฉันขนาดนี้ก็ได้” เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงทำตัวไร้เดียงสาขนาดนี้ แถมยังเข้าใจยากอีกต่างหาก “แต่วันนี้ฉันคงไม่ว่างให้เธอฟัดฉันหรอกนะ เพราะฉันมีธุระ” สิงห์ตอบปัด ๆ ไป
จิรัญญาเริ่มหมดความอดทนเต็มทีกับชายหนุ่มตรงที่กำลังคุกคามเธอทางคำพูด หญิงสาวกำหมัดแน่นถ้าชายตรงหน้าไม่หยุดพูดเหมือนเธอเป็นผู้หญิงบริการที่ต้องการเข้าหาเขาแบบนั้นล่ะก็...
“อ้ะ นี่นามบัตรฉันไว้เธอต้องการ โอ้ย...” เมื่อหมดความอดทน จิรัญญาต่อยหน้าชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสุดกำลัง ยังไม่พอใจหญิงสาวแทงเข่าไปที่ระหว่างขาเขาอย่างหนักชนิดที่ว่าอวัยวะส่วนนั้นไม่สามารถทำงานได้ชั่วคราว
