บท
ตั้งค่า

บทที่๖…ใต้หน้ากาก (๒)

พอจะทราบว่าหน้าตาอย่างอัยย์ลดาคือไทป์ที่เจ้านายชอบ เพียงแต่เขาไม่ยอมรับความจริงเท่านั้น อาจเพราะมีปมเรื่องหน้าตาที่ทำให้เพื่อนและแฟนสาวตีตัวออกห่าง ทุกวันนี้เขาจึงใช้ชีวิตเข้าหาคนอื่นเพราะผลประโยชน์ จะได้ไม่ต้องให้ใจแล้วเสียใจทีหลัง

“คุณคิดว่าผมจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นจริงๆ เหรอ” ถามกลับด้วยเสียงจริงจัง ถึงจะอยากตอบอย่างที่คิดก็จำต้องปฏิเสธ ดูจากหน้าตาไม่สบอารมณ์ของธีรติตนจะต้องเอาตัวรอดก่อน

“ไม่ครับ” เขาเงียบไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังคิดบางอย่างว่าควรพูดไปดีหรือเปล่า

ห่างหายจากเรื่องความรักไปนานแล้ว ผู้หญิงที่เป็นรักแรกและรักเดียวของเขาทิ้งกันไปเพียงเพราะใบหน้าเขาซึ่งไม่หล่อเหลาเหมือนเดิม ตอนนี้หล่อนแต่งงานกับคนต่างชาติแล้วย้ายไปอยู่ที่อื่นไม่ได้พบกันอีก แต่ถึงเจอก็คงทำเหมือนไม่รู้จักกันมาก่อน

ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้จบดีอย่างที่ควร คำพูดของหล่อนทำร้ายจิตใจเขาจำฝังใจมาถึงทุกวันนี้

‘พอเถอะติ! หน้าแบบติใครจะคบลง แค่มองเรายังนึกว่าเป็นผีเลย...เราอย่าเจอกันอีกเลยนะ’

เหมือนคำพูดนั้นเรียกสติให้เขาได้รู้ว่าที่ผ่านมาหล่อนไม่ได้รักกันเลย เธอให้ความสำคัญกับหน้าตามากกว่าจิตใจ เขาเข้าใจดีแต่มันก็เป็นปมที่ทำให้ไม่กล้าเริ่มต้นใหม่ เอาหน้ากากปิดบังใบหน้าของตัวเองเอาไว้พร้อมปิดตายหัวใจ

ไม่คิดจะเริ่มต้นใหม่กับใคร...

เรื่องแต่งงานของเขากับอัยย์ลดาก็แค่ข้ออ้างเพื่อให้ได้มาซึ่งตัวประกันเท่านั้น เขายังมีแผนที่วางไว้เพื่อลากตัวคนชั่วออกมาลงโทษ

บุคคลซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ขึ้นมา...

“เรื่องของอาจรัลเป็นยังไงบ้าง” โยธินกำลังจะรายงานเรื่องคุณจรัลที่ให้คนไปตามเฝ้าดูความเคลื่อนไหว แต่ไม่ทันได้พุดก็ได้ยินเสียงเคาะประตูเสียก่อน จึงต้องรีบปิดปากสนิทไม่อยากให้คนอื่นทราบว่าตอนนี้กำลังวางแผนทำอะไร

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ประตูห้องทำงานเปิดออกก่อนจะพบร่างบางที่เดินถือถาดอาหารเข้ามา เป็นการพบกันครั้งแรกในรอบสัปดาห์หลังจากผ่านเรื่องวันนั้น แววตาของหล่อนยังคงเจือความแค้นแต่ก็ยังมาเสิร์ฟอาหารถึงห้องหลังจากไม่ได้เจอเขามาหลายวัน

ความรู้สึกที่แปลกประหลาดทำให้นึกสงสัยตัวเองอยู่เหมือนกัน ทั้งไม่อยากเจอแต่ก็อยากรู้ว่าชายหนุ่มเป็นอย่างไรบ้าง

เขาดูซูบลงไปเล็กน้อยแต่โดยรวมก็น่าหมั่นไส้เหมือนเดิม...

“ของว่างยามบ่ายค่ะ” วางถาดอาหารไว้ตรงหน้าชายหนุ่ม เธอพยายามไม่มองหน้าเขาเท่าไหร่ ทำหน้าที่ของตัวเองเรียบร้อยก่อนจะหันไปมองคนติดตามของเขาที่ถือแจกันซึ่งหล่อนจัดใส่ดอกไม้มาวางไว้ในห้องทำงานของเขาเพิ่มความสดชื่น แม้จะรู้ว่าเจ้าของห้องไม่ชอบก็ตาม

เธอเน้นเอาความต้องการของตัวเองเป็นหลัก อยากให้เขาปล่อยวางอดีตเพื่อที่เสียงร้องยามค่ำคืนจะได้หายไป การเยียวยาที่ดีคือเผชิญหน้าและยอมรับความเจ็บปวด จึงพยายามช่วยเขาในการสมานบาดแผลแม้ว่าชายหนุ่มจะไม่ต้องการก็ตาม

“คุณโยธินจะเอาแจกันไปไหนเหรอคะ” ในมือของโยธินมีแจกันดอกไม้ถือไว้ เธอพอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายจะเอาออกไปทิ้งเพราะเจ้านายสั่ง

“อ้อ นายให้เอาไปไว้ข้างนอกน่ะครับ”

“ค่ะ” พยักหน้าเป็นการรับทราบแล้วหยิบแจกันมาถือเอาไว้ เมินคำพูดของอีกฝ่ายแล้วจัดการเปลี่ยนแจกันให้เขาเสียเลย ถึงชายหนุ่มจะไม่ชอบแต่เธอเลือกจะทำตามความต้องการของตัวเอง จนทำให้เขานึกโมโหกับความดื้อของอีกฝ่าย

ตอนแรกนึกว่าจะพูดง่ายชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้เสียอีก ความจริงกลับตาลปัตรรับมือยากกว่าที่คิด

“พอดีเลยแจกันนั้นเหมือนจะเหี่ยวแล้ว พรุ่งนี้ค่อยจัดช่อใหม่มาไว้ในห้องก็ได้ ยังไงร้านดอกไม้ก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่” เธอส่งยิ้มให้เขาทำเอาคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ลอบถอนหายใจเสียงหนัก กดเสียงเข้มถามหล่อนเหมือนกำลังโกรธ ทว่าคนสนิทรู้ดีเจ้านายกำลังสนุกในการได้ต่อล้อต่อเถียง

โยธินเห็นดังนั้นจึงปลีกตัวออกจากห้องอย่างเงียบเฉียบ ปล่อยชายหญิงคุยกันตามลำพัง ส่วนตัวเองก็ต้องไปทำงานที่คั่งค้างไว้ ปิดประตูเสียงเบาเพื่อไม่ให้รบกวนเจ้านาย โดยที่เขาก็แทบไม่ได้สังเกตว่าคนสนิทออกไปตอนไหน

“กวนประสาทฉันสนุกมากไหม”

“สนุกอะไรคะ แค่เห็นว่าห้องของคุณมันอึมครึมมากเกินไปเลยอยากจัดแจกันเพิ่มความสว่างให้ห้องก็เท่านั้นเอง ฉันหวังดีนะคะ” ทำหน้าตายยิ่งสร้างความหงุดหงิดให้เขามากกว่าเดิม ในจังหวะที่ร่างสูงกำลังจะยืนขึ้น เธอก็รีบเอื้อมไปหยิบถาดอาหารมาถือไว้ในมือ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel