บท
ตั้งค่า

บทที่๕…พยายามผูกสัมพันธ์ (๕)

เมื่อก่อนห้องของเขาอาจเป็นสีขาวเพราะมารดาชอบให้ห้องสว่าง แต่เมื่อท่านจากไปทุกอย่างรอบตัวเขากลับมืดลงเรื่อยๆ ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนสีของห้องให้กลายเป็นสีทึบที่มีแต่ความมืดมนเหมือนเขาในตอนนี้

“ป้าไก่ครับ พรุ่งนี้เปลี่ยนเครื่องนอนห้องผมให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมด้วยนะครับ” พูดจบก็หันไปมองอัยย์ลดาที่กินข้าวอิ่มพอดี หล่อนรู้ว่าเขาต้องการพูดประชดตนแต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าหรือท่าทางใดออกไปนอกจากอยากรีบหลีกหนีออกจากต้องนี้ให้เร็วที่สุด

“เอ่อ ค่ะ”

ร่างบางรีบลุกจากเก้าอี้ก่อนเดินขึ้นไปบนห้อง ไม่ทันจะก้าวขึ้นบันไดด้วยซ้ำมือหนากลับคว้าแขนเรียวเอาไว้ ขณะที่เธอก้าวเดินแทบจะกลายเป็นวิ่งแต่เขาแค่เดินด้วยท่าทีสบายก็ตามทันแล้ว ความยาวของขาที่ต่างทำให้นึกหงุดหงิด

“จะไปไหน” ถามเสียงเรียบแล้วจับแขนเล็กแน่น

“ขึ้นห้องค่ะ” กัดฟันตอบพร้อมกับพยายามจะสะบัดแขนให้หลุดจากการจับกุม แต่ก็ยากเพราะชายหนุ่มจับเธอไว้แน่นเหลือเกิน

“ฉันอนุญาตแล้วเหรอ” ถามกลับหน้าตายทำให้เธอชักจะหงุดหงิด

“ลืมหรือไงว่านอกจากกรีดยางกับทำความสะอาดบ้านเธอยังมีอีกหน้าที่ต้องทำ การที่ฉันไม่เรียกไม่ได้หมายความว่าเธอจะเพิกเฉยต่อหน้าที่ของตัวเองได้นะ” ทวงถามถึงงานอีกอย่างของหญิงสาวที่ยังไม่เคยทำเลยสักครั้งเพราะงานในมือค่อนข้างล้น ตอนนี้จึงอยากทวงสิ่งที่ตัวเองควรจะได้แล้วเธอก็คือคำตอบ

“แล้วฉันต้องทำอะไรคะ” สู้สายตาไม่ยอมหลบ

“ปรนนิบัติฉัน” ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอ เห็นถึงความละเอียดของหน้ากากกับใบหน้าขาวที่เหลือให้มองเพียงครึ่งซีก แต่ยังสัมผัสได้ว่าเมื่อก่อนเขาหล่อเหลามากเพียงใด ชายหนุ่มปกปิดบาดแผลเอาไว้ส่วนเธอก็มีบาดแผลในใจเช่นเดียวกัน

คนทั้งสองกำลังหยั่งเชิงอีกฝ่าย ก่อนเธอจะเป็นฝ่ายถามเพื่อตัดปัญหา หวังว่าการปรนนิบัติของเขาคงไม่ลงลึกถึงเรื่องบนเตียงหรอก

“ปรนนิบัติ...ขอบข่ายของงานคืออะไรคะ”

“ทำทุกอย่างที่ฉันต้องการไม่เว้นกระทั่ง...เรื่องบนเตียง” แต่เธอคิดน้อยเกินไปเมื่อความต้องการของเขาคือสิ่งที่หล่อนกลัว

“คุณบ้าไปแล้วเหรอ! ฉันไม่มีวันทำ...แบบนั้น...กับคุณเด็ดขาด” คราวนี้ก็เต้นเป็นเจ้าเข้าพยายามจะสะบัดมือหนาให้หลุดแต่เขาก็ดึงเธอเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเราห่างกันไม่ถึงห้าเซนติเมตร ร่างหนาโน้มกายลงมาให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน

เธอพยายามขยับออกห่างแต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นไปได้ เมื่อเขายังคงจับเธอเอาไว้แน่นยิ่งกว่ากาวตราช้างเสียอีก

“แต่พ่อของเธอยกเธอให้ฉันแล้ว อีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกัน...แค่มีเซ็กส์ก่อนแต่งมันจะยากตรงไหนว่าไหม” ยิ่งพูดก็ยิ่งขยับเข้ามาใกล้ เธอจะใช้ลูกไม้เดิมคือการเหยียบเท้าก็เหมือนฝ่ายชายจะรู้ทันชักเท้าหนี

ยิ่งฟังเขาพูดก็ยิ่งกลัวมากกว่าเดิม ตอนนี้คงใช้ไม้แข็งไม่ได้แล้วจึงเอาน้ำเย็นเข้าลูบอย่างเดียว เขาเห็นดังนั้นจึงแสยะยิ้ม

“ไม่ค่ะ ฉันไม่เห็นด้วย เราควรจะทำตามขั้นตอน...”

“หรือรังเกียจที่ฉันหน้าตาอัปลักษณ์ เพราะมีรอยแผลที่เธอรังเกียจเลยปฏิเสธฉันใช่ไหม!” ตะโกนใส่หน้าเธอจนร่างบางหลับตาแน่น พยายามบอกตัวเองไม่ให้แสดงอาการกลัวออกมากจนเกินไป

“เป็นนิสัยของคุณต่างหากที่ทำให้คนอื่นขยาด อารมณ์แปรปรวนขึ้นลงตลอดเวลา คนอื่นต้องมาคอยตามอารมณ์ของคุณอย่างเดียวหรือไง...คะ” เกือบเผลอตะโกนออกมาแล้วแต่ก็ยังลงท้ายประโยคด้วยหางเสียงที่ไม่ได้ทำให้เหตุการณ์ดีขึ้นเลย

เขาเลือกจะลากเธอขึ้นชั้นบนโดยที่หญิงสาวถึงกับถลาตาม พยายามมองขั้นบันไดกลัวว่าตัวเองจะสะดุดแล้วตกลงไปข้างล่าง “ว้าย จะลากฉันไปไหน คุณ คุณติปล่อยนะ” ตะโกนถามเขาเสียงดังแต่ไม่มีคำตอบกลับมา

“ช่วยด้วยค่ะ เขากำลังจะฆ่าฉัน ช่วยด้วย...” ร้องลั่นบ้านแต่กลับไม่มีใครมาช่วยเลยสักคน เขานึกหงุดหงิดเสียงของหล่อนทั้งยังช่วงขาที่สั้นกว่าของตนจึงได้อุ้มหญิงสาวพาดบ่าเพื่อตัดปัญหาเสียเลย

เปิดประตูเข้ามาในห้องของตนก่อนทิ้งเธอลงบนเตียงโดยไม่ออมแรง ยังดีที่เป็นเตียงสปริงทำให้หล่อนไม่ได้รับบาดเจ็บ พอคิดจะหนีกลับถูกเขาตามมาทาบทับเอาไว้ กดข้อมือเล็กไว้ด้านข้างพร้อมจ้องเธอนิ่งจนหล่อนเริ่มกลัว

แน่นอนว่าพละกำลังสู้เขาไม่ไหวอยู่แล้ว ทางหนีทีไล่ก็ไม่มี วิธีเดียวจะเอาตัวรอดได้ก็คือให้ชายหนุ่มยอมปล่อยเอง

แล้วจะทำอย่างไรเขาถึงจะปล่อยเธอล่ะ...

“คิดจะทำอะไรของคุณน่ะ”

“บอกเองไม่ใช่เหรอว่าฉันอารมณ์แปรปรวน ใช่...คนอย่างฉันไม่เคยทำดีกับใครแล้วไม่หวังผลหรอก” แสยะยิ้มชั่วร้ายพร้อมกับไอทะมึนที่แผ่รอบกายจนเธอตัวสั่นกลัว พยายามยกมือจะขอร้องให้เขาปล่อยกลับลืมไปว่าตอนนี้ข้อมือถูกตรึงไว้ไม่สามารถขยับได้

“ให้เงินพ่อเธอเป็นค่าตัวไปแล้วแต่ยังไม่ได้จับแม้แต่ขาอ่อน วันนี้ฉันจะทวงให้ทบต้นทบดอก...” พูดจบก็ก้มลงหมายจะจุมพิตหล่อนแต่หญิงสาวกลับเบนหน้าหลบอย่างรวดเร็ว จนแก้มของเธอสัมผัสกับความเย็นจากหน้ากากของชายหนุ่ม

“อย่า อย่าทำเลยนะ ขอร้องล่ะ ฉันไม่เต็มใจ” พยายามอ้อนวอนเขาน้ำตาไหลออกทางหางตาแต่เหมือนว่าธีรติจะไม่ยอมปล่อยโดยง่าย

“แล้วฉันต้องรอเธอเต็มใจก่อนหรือไง มันก็แค่เซ็กส์ที่ทำไปตามอารมณ์ ไม่เห็นต้องรอให้เธอเต็มใจเลย เพราะสุดท้ายเธอก็ต้องเป็นของฉันอยู่ดี” พูดจบก็จับใบหน้าหวานไว้ด้วยสองมือ ก่อนก้มลงบดขยี้ริมฝีปากจิ้มลิ้มด้วยแรงอารมณ์จนเธอมีความรู้สึกเพียงอย่างเดียวคือเจ็บ

“อื้อ” ครางประท้วงในลำคอพร้อมใช้มือที่เป็นอิสระทุบเขาอย่างแรงเพื่อให้อีกฝ่ายปล่อย เขากลับไม่ยอมผละออกแล้วยังตะโบมจูบหล่อนราวกับมัจจุราชที่จะมาพรากวิญญาณของตนออกไปในคราวเดียว ก่อนที่อัยย์ลดาจะหยิกเข้าที่สีข้างของอีกฝ่ายเต็มแรง

“โอ๊ย” ทำให้เขายอมปล่อย เธอจึงใช้โอกาสนี้ลุกจากเตียงอย่างรวดเร็วเพื่อวิ่งไปยังประตูแต่ก็ช้ากว่าเจ้าของห้องที่ตามมาดึงเธอเอาไว้แล้วลากกลับไปที่เตียงอีกครั้ง หล่อนกลัวจะน้ำตาไหลเป็นสายพร้อมประกาศกร้าวเสียงดัง

“ฉันจะแจ้งความ! ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อเอาคุณเข้าคุก ถึงฉันจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตามแต่ถ้าคุณล่วงเกินฉันอีกครั้ง ที่อยู่ของคุณคือตะรางไม่ใช่บ้านหลังใหญ่แบบนี้แน่ เพราะการข่มขืนถือเป็นอาชญากรรม คุณจะกลายเป็นผู้ร้ายทันที” ธีรติถึงกับหยุดชะงักแล้วปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ คราวนี้เลือกจะยืนจ้องดวงหน้าหวานที่แดงก่ำด้วยอารมณ์โมโห จ้องเขาอย่างเคียดแค้นซึ่งตนก็ไม่ได้รู้สึกผิดในการกระทำของตัวเองสักนิด

“พูดเก่งดีนี่ ตอนอยู่บ้านไม่เห็นจะพูดเก่งแบบนี้เลย ปากดีแต่กับฉันหรือไง”

“ค่ะ” สวนกลับทันทีแล้วเดินออกจากห้องของเขาอย่างรวดเร็ว

ยกมือถูริมฝีปากด้วยความรังเกียจก่อนจะเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง เธอปล่อยโฮอย่างสุดกลั้นไม่คิดว่าชีวิตจะต้องเจอเรื่องมากมายขนาดนี้

แค่อยากมีความสุขทำไมมันถึงยากนักนะ...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel