บท
ตั้งค่า

บทที่๕…พยายามผูกสัมพันธ์ (๓)

“วันนี้อยากทำอะไร เดี๋ยวพี่ช่วย ไม่คิดว่าคุณอัยย์จะทำอาหารเก่งขนาดนี้” แน่นอนว่าเธอเข้าครัวจนแทบจะเป็นแม่ครัวเองอยู่แล้ว อาหารทุกมื้อของชายหนุ่มเป็นฝีมือของหล่อนทั้งนั้นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องด้วยสักนิด

เขากินข้าวหมดจานทุกวันแล้วยังชมถึงรสชาติอาหารที่อร่อยอีกต่างหาก ทำเอาคนที่ทำเมนูให้ชายหนุ่มทุกมื้อถึงกับยิ้มกริ่ม เพราะดูเหมือนว่าเขาจะไม่ทราบใครคือแม่ครัวตัวจริง

แต่เป็นแบบนี้ต่อไปก็ดีแล้ว...

“เรียนคหกรรมก็ต้องทำเป็นสิคะ แล้วก็ปรับสูตรตามชอบนิดหน่อย...วันนี้อยากลองทำหมี่กรอบส้มซ่าค่ะ ไม่ได้ทำนานแล้วกลัวลืมสูตรซะก่อน” จบด้านการทำอาหารมาโดยเฉพาะ เธออยู่ติดครัวแต่เด็กจึงคิดยึดมันเป็นอาชีพหลักในอนาคต เคยไปสมัครทำงานครัวในโรงแรมแต่คนที่บ้านไม่เห็นด้วย กลัวทำนามสกุลเสื่อมเสียจึงให้เธอมาทำงานที่บ้านอย่างเดียว

ยังดีที่เธอได้เงินจากการทำงานอยู่บ้าน ไม่อย่างนั้นก็คงออกมานานแล้ว อยู่บ้านหลังนั้นเหมือนเจ้านายกับลูกจ้างมากกว่าครอบครัวเสียอีก แต่เธอก็ชินเสียแล้วเพราะตนไม่เคยได้รับความรักเลยสักครั้ง

มาที่นี่ยังเหมือนครอบครัวมากกว่า...

นึกอิจฉาชายหนุ่มเหมือนกันที่เขาเคยมีครอบครัวที่ดี อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตก็ได้สัมผัสความสุข ต่างจากเธอที่ไม่เคยมีเลยสักครั้ง เห็นหน้าแม่ผ่านรูปถ่ายส่วนพ่อก็เพิ่งได้พบกันไม่นานแล้วท่านก็นำเธอมาขายให้ธีรติ

ไม่มีใครต้องการหล่อนสักคน...แล้วจะให้ตนเกิดมาทำไม

“เอาสิ อยากกินเหมือนกัน” กลายเป็นว่าหล่อนต้องทำหน้าที่แม่ครัวแทบทุกมื้อ โดยที่หญิงสาวเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง เธอกำลังเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารกลับถูกแม่บ้านอีกคนเข้ามาเรียกเสียก่อน จึงต้องหันไปมองด้วยความสงสัย

“คุณอัยย์คะ นายเรียกให้ไปหาบนห้องค่ะ”

“ไปทำไมคะ” รีบถามทันที

เพิ่งทราบว่าชายหนุ่มกลับถึงบ้านแล้ว เพิ่งอยู่ในช่วงบ่ายทำไมถึงกลับเร็วนัก ปกติถ้าฟ้าไม่มืดแทบจะไม่ได้เห็นหน้าชายหนุ่มด้วยซ้ำ นึกสงสัยไม่อยากขึ้นไปแต่ก็ถูกแม่บ้านอีกครั้งพยักหน้าให้ขึ้นไปหาเขา โดยไม่ลืมที่จะบอกถึงอารมณ์ของคนบนห้อง

“ไม่ทราบเลยค่ะ แต่เหมือนจะอารมณ์ไม่ดีมาจากข้างนอก”

“ค่ะ”

เริ่มกังวลเมื่อได้ยินอย่างนั้นแต่เธอก็ถอดผ้ากันเปื้อนออกพร้อมแขวนไว้ที่เดิม ล้างมือให้สะอาดก่อนขึ้นไปบนห้องของฝ่ายชายด้วยใจตุ้มต้อม ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้างแต่ที่มั่นใจคือมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

หล่อนไปทำอะไรไม่ดีไว้ต่อเขาหรือเปล่า พยายามนึกแต่ก็คิดไม่ออก กระทั่งเดินไปหยุดหน้าห้องของธีรติซึ่งอยู่ปีกขวาติดริมทะเล ห้องของเขาค่อนข้างกว้างเห็นวิวทิวทัศน์โดยรอบชัดเจนจนทุกครั้งที่เข้ามาทำความสะอาดห้องเขาก็อดจะไปยืนเล่นริมระเบียงไม่ได้

“คุณติมี...” ยังพูดไม่ทันจบด้วยซ้ำก็ถูกดึงเข้ามาใกล้ ทำให้เธอถลาไปหาเขาโดยไม่ตั้งใจ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเข้าเรื่องทันที

“ใครใช้ให้เธอเปลี่ยนห้องฉัน” ชี้ไปยังเตียงนอนที่เคยมีผ้าปูสีเข้าทาบไว้ ตอนนี้เปลี่ยนสีขาวสะอาดซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่แค่เตียงอย่างเดียว หญิงสาวเลือกจะเปลี่ยนผ้าม่านด้วยเช่นเดียวกัน ห้องที่เคยเป็นสีทึบจึงกลับมาสว่างอีกครั้งถูกใจเธอเป็นอย่างยิ่ง

แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของห้องจะไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ เขามองไปรอบห้องก่อนเอ่ยเสียงเข้มกับเธอ แววตาแทบจะกลายเป็นเปลวเพลิงอยู่แล้ว

“เปลี่ยนอะไรคะ ทุกอย่างก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรต่างจากที่คุณเคยนอนสักหน่อย” ยังตีหน้าซื่อเหมือนไม่ได้ทำอะไร แต่เขากลับตวาดเสียงดังด้วยความโมโหแล้วกำแขนของเธอเอาไว้แน่นจนขึ้นรอยมือชัดเจน

“ผ้าม่าน ผ้าปู ผ้าห่ม แล้วยังแจกันดอกไม้บ้าๆ นี่อีก!!” ชี้ไปยังแจกันดอกไม้ที่เธอนำมาเปลี่ยน เรื่องราวของเขาถูกบรรดาแม่บ้านเล่าให้ฟังจนหมด จึงทราบว่าเมื่อก่อนนายหญิงอย่างคุณวัลลภามักจะจัดดอกไม้ใส่แจกันมาไว้ในห้องของลูกชายเสมอ

เธอจึงกลับมาสานต่อแต่คงไปกระตุ้นความรู้สึกของเขาให้คิดถึงแม่จนต้องมาลงที่หล่อน ร่างสูงคิดว่าเธอจะกลัวแต่กลายเป็นว่าอัยย์ลดากลับสู้สายตากลับ ไม่ร้องสักแอะแล้วยังถามเขาหน้าตายอีกต่างหาก

“สวยดีไม่ใช่เหรอคะ” เลือกจะบีบต้นแขนของเธอแน่นกว่าเดิม

“เอามันออกไปให้พ้นหูพ้นตาฉัน เปลี่ยนกลับมาใช้สีเดิมให้เร็วที่สุด” ยอมปล่อยเธอเป็นอิสระก่อนที่หญิงสาวจะก้มมองแขนของตัวเอง ถอนหายใจเหนื่อยหน่ายเมื่อพบว่าแขนเป็นรอยแดงชัดเจนจากการถูกเขาบีบแน่น

“ฉันเอาไปทิ้งหมดแล้ว ถ้าต้องการสีเดิมก็รอจนกว่าจะพรุ่งนี้นะคะแล้วจะไปซื้อมาเปลี่ยน” ข้ออ้างของเธอทำให้คนฟังหงุดหงิดมากกว่าเดิม เผลอตะโกนเรียกชื่อหญิงสาวดังลั่นห้องคลายโทสะ แต่เหมือนว่าจะยิ่งทำให้ตนโมโหมากกว่าเดิม

“อัยย์ลดา!!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel