บทที่๕…พยายามผูกสัมพันธ์ (๒)
ตั้งใจทำอาหารสุดความสามารถเพื่อเอาใจชายหนุ่ม เธอเก่งเรื่องงานครัวจึงคิดจะใช้วิธีนี้มัดใจเขาเอาไว้ เสน่ห์ปลายจวักแล้วเขาจะไปไหนรอด คิดจะกล่อมให้เสือกลายเป็นแมวก็ต้องหาวิธีตะล่อมสักหน่อย ถึงไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นดังที่คาดหรือเปล่า
“เปล่าค่ะ แค่คิดเหมือนคุณว่าอาหารอร่อยดี” ตักข้าวเข้าปากแล้วกินเครื่องเคียงไปด้วย เขาเห็นอย่างนั้นก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร แต่เลือกจะก้มหน้ารับประทานอาหารของตัวเองต่อไป พยายามไม่คิดถึงบุพการีที่จากไปนานเพราะตอนนี้เขาต้องการเพียงอย่างเดียวคือเอาคนผิดไปรับโทษ
ต้นเหตุที่ทำให้เขากลายเป็นเด็กกำพร้า...มันก็ต้องไม่เหลืออะไรเช่นเดียวกัน!
“คุณ...ฉันขอปลูกดอกไม้ได้หรือเปล่า” อาหารหมดแล้วจึงต่อด้วยของหวาน แม่ครับนำจานชามไปเก็บก่อนนำลูกตาลลอยแก้วมาเสิร์ฟ เธอกินอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างอยากขอชายหนุ่มบ้าง
บริเวณบ้านของเขาค่อนข้างกว้างขวาง ทราบจากคนสวนว่าเมื่อก่อนสวนร้างด้านหลังเคยเป็นแปลงดอกไม้ของนายหญิงแห่งบ้านวิริยะรุ่งเรือง แต่เมื่อท่านจากไปก็ไม่มีใครดูแลต่อ ชายหนุ่มก็โมโหร้ายจนมาทำลายทุกอย่าง ไม่อาจทนเห็นความสวยงามของมันได้ทั้งที่ตนเองตกอยู่ในความเจ็บปวด
อารมณ์ของเขาไม่คงที่ทำให้ต้องคอยตั้งรับตลอดเวลา นอกจากพ่อแม่ที่จากไป คนสนิทของพ่ออย่างคุณจักรินทร์ก็เสียชีวิตอยู่ในกองเพลิงเช่นเดียวกันเพราะท่านนั่งด้านหน้าข้างคนขับ บุตรชายเพียงคนเดียวของท่านจึงถูกคุณน้าเขารับมาเลี้ยง
กลายเป็นคนสนิทของชายหนุ่มอย่างโยธิน...
“จะปลูกดอกอะไร” เขานั่งกินของหวานโดยไม่ค่อยสนใจคำพูดของเธอเท่าไหร่ แต่ก็นึกสงสัยว่าหล่อนว่างมากหรือที่จะปลูกดอกไม้ทั้งที่ตัวเองมีงานล้นมือ เอามือเท้าคางจ้องเธอนิ่งคล้ายต้องการมองให้ทะลุถึงจิตใจข้างใน
ทว่าหล่อนดูยากเกินไป ผู้หญิงที่เขาคิดว่ามีปมใหญ่และคงขังตัวเองไว้ในห้องเมื่อรู้ความจริงทุกอย่าง อาจจะหมดอาลัยตายอยากจนต้องโวยวายตลอดเวลากลับไม่เป็นเช่นนั้น
เธอตื่นตัวกว่าที่คิด ทำงานไม่เคยบ่นหรือเกี่ยงงานเลยด้วยซ้ำ เขาเห็นอย่างนั้นก็นึกสงสัยว่านิสัยแท้จริงของอัยย์ลดาเป็นอย่างไรกันแน่
“ดอกแก้ว...ฉันชอบ...” เพียงแค่ชื่อของดอกไม้หลุดออกจากปาก มือที่จับช้อนก็วางลงอย่างรวดเร็ว หยิบน้ำมาดื่มพร้อมกับเช็ดปากให้เรียบร้อยด้วยผ้าสีขาวซึ่งวางไว้บนตัก
“ไม่ได้ เธออยากปลูกดอกอะไรก็ได้ทั้งนั้นยกเว้นดอกแก้ว” แววตาเคร่งขรึมในทันทีแต่เหมือนหล่อนจะจับสังเกตไม่ได้
“ทำไมล่ะ”
“ไม่ก็คือไม่!” ลุกยืนเต็มความสูงพร้อมตะโกนกลับเสียงดัง หงุดหงิดที่เธอยังคงถามทั้งที่ควรทราบว่าเขาไม่ต้องการตอบ
“ค่ะ”
ทำอย่างอื่นไม่ได้นอกจากรับคำไปตามเรื่อง มองดูชายหนุ่มที่เดินออกจากห้องอาหารก่อนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ตอนแรกนึกว่าเขาจะตรงเข้ามาบีบคอกันเสียอีก ยามเขาโมโหขึ้นมาน่ากลัวชะมัดเลย
ไม่รู้ว่าต่อจากนี้เธอต้องเจอกับอะไรบ้าง...
ชีวิตของเธอเหมือนจะสงบกว่าที่คิดเอาไว้ในตอนแรก หญิงสาวตื่นเช้าฟ้ายังไม่ทันสางเพื่อมากรีดยาง บางวันมาช้ากลัวไม่ทันรถยังดีที่รถจอดรอทำให้เธอต้องรีบไปรวมตัวกับคนงานที่มีจุดหมายเดียวกัน เลิกงานในตอนที่ฟ้าสว่างแล้วกลับมาบ้านหลังใหญ่ อาบน้ำพักผ่อนสองถึงสามชั่วโมงค่อยลงมากินข้าวแล้วทำความสะอาดบ้าน
ส่วนตอนกลางคทนที่เขาบอกให้เธอคอยปรนนิบัติก็ยังไม่เคยเกิดขึ้นเลยสักวัน ชายหนุ่มยุ่งจนไม่มีเวลาอยู่บ้าน กลับเข้ามาก็เหนื่อยล้มตัวลงนอนทันที ยกเว้นวันไหนที่ฟ้าครึ้มเมฆหมอกหนาบัดบังจันทราอสูรร้ายจึงจะปรากฎพร้อมเสียงแผดร้องดังไปทั่วชั้น
กลายเป็นความเคยชินของหญิงสาวไปแล้ว แต่เธอก็ยังนึกสงสารเขากับสิ่งที่อีกฝ่ายต้องเผชิญ เหมือนว่าชายหนุ่มยังปล่อยวางไม่ได้แม้คนขับรถบรรทุกที่ชนพ่อแม่เขาจะเสียชีวิตแล้วก็ตาม ร่างสูงก็ยังคงยึดติดกับอุบัติเหตุครั้งนี้
“เป็นยังไงบ้าง เริ่มชินกับการตื่นเช้าไปกรีดยางหรือยังคะ” เดินลงมาข้างล่างเพื่อทำความสะอาดตามหน้าที่ของตัวเอง หล่อนหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดเตรียมพร้อมจะไปจัดการความสกปรกของแต่ละห้อง ไม่ลืมพูดคุยกับพี่ช่อที่ตอนนี้แทบจะเหมือนพี่น้องกันไปแล้วด้วยอายุที่ใกล้เคียง
“เริ่มชินค่ะ แต่มันก็เหนื่อยมากเลยพี่ช่อ...” เธอต้องนอมรับว่าที่ทำอยู่ตอนนี้ค่อนข้างเหนื่อยพอสมควร แต่อยากเอาชนะธีรติจึงต้องกัดฟันสู้ต่อไป ไม่รู้ว่าตอนไหนตัวเองถึงจะหลุดพ้นจากงานพวกนี้สักที แทบจะไม่ได้ค่าตอบแทนด้วยซ้ำ หรือจะไปแจ้งกรมแรงงานให้มาจัดการนายจ้างของเธอนะ
