บทที่๕…พยายามผูกสัมพันธ์ (๑)
บทที่๕…พยายามผูกสัมพันธ์
กว่างานจะผ่านพ้นในแต่ละวันเรียกพลังจากเขาไปจนหมด ชายหนุ่มเดินเข้ามาในบ้านด้วยความเหนื่อยล้าคิดจะขึ้นบนห้องเพื่อพักผ่อนกลับต้องชะงักฝีเท้าเพราะกลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากห้องอาหาร เปลี่ยนใจเดินไปล้างมือแล้วเข้าไปที่ห้องรับประทานอาหารแทน
มองเมนูแต่ละอย่างที่อยู่บนโต๊ะก็นึกขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ไม่ใช่อาหารเหมือนอย่างปกติที่เขาเคยกิน เพราะมันถูกจัดเป็นเซ็ทเมนูเข้าคู่กัน แค่เห็นก็เรียกน้ำลายจากร่างสูงได้เป็นอย่างดี ก่อนมองแม่บ้านที่นำน้ำเข้ามาเสิร์ฟ
“ทำไมวันนี้มีอาหารญี่ปุ่นล่ะครับ” ถามหัวหน้าแม่บ้านซึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารของคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม
ช่วงนี้เขาทำงานเยอะจนไม่มีเวลาจะตามติดหญิงสาว พอจะทราบจากคนสนิทว่าเธอไปทำงานที่สวนยางจนสนิทสนมกับคนงานอื่นแต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอคือว่าที่นายหญิง หล่อนไม่เจ้ายศเจ้าอย่างเข้ากับทุกคนได้เป็นอย่างดี กับแม่บ้านก็สนิทสนมกลมเกลียวจนเขาสงสัยว่าเธอเข้ากับคนง่ายขนาดนี้ทำไมตอนอยู่เมืองหลวงถึงไม่มีเพื่อน
ใบหน้าสวยดูอิ่มเอิบกว่าครั้งแรกที่พบกัน ไม่มีความหวาดหวั่นซ่อนในดวงตากลมยามสบกับเขา คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าอัยย์ลดาถึงได้ดูผ่อนคลายมากขนาดนี้ยามอยู่ต่อหน้ากัน
“ป้าลองทำน่ะค่ะ นายลองกินดูนะคะ” คนเก่าแก่ของบ้านบอกอย่างนอบน้อม เขาพยักหน้าพลางส่งยิ้มมุมปากให้อีกฝ่าย จ้องอาหารของตนที่มีทั้งแบบผัดและซุปในถาดเดียว พร้อมทั้งเครื่องเคียงอีกสองถึงสามเมนู
“ครับ” นั่งลงที่ประจำของตัวเอง
เขาไม่ได้เปลี่ยนชุดหรืออาบน้ำอย่างที่คิดตอนแรกด้วยซ้ำ ท้องเริ่มร้องประท้วงด้วยความหิว โดยมีอัยย์ลดานั่งฝั่งตรงข้ามแล้วรับประทานอาหารเมนูเดียวกัน เพียงแต่หล่อนรอให้เขาลองชิมก่อน ดวงตากลมใสจ้องมองร่างสูงนิ่ง
มองเมนูตรงหน้าแล้วนึกถึงเรื่องในอดีต เมื่อก่อนเขาชอบกินอาหารญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ต้องไปกินกับครอบครัวที่ร้านอาหารเป็นประจำ แต่เมื่อพวกท่านจากไปก็ไม่เหยียบย่างเข้าไปใกล้ร้านนั้นอีกเลย แค่คิดถึงก็ทำให้เจ็บปวดจนกลับมาฝันร้านถึงอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
แผลในใจที่ไม่มีวันหายไป เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่รอยนั้นกลับยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆ
“อร่อยหรือเปล่าคะ” ป้าไก่เห็นว่าเจ้านายตักอาหารเข้าปากหลายคำ จึงรอลุ้นว่ารสชาติจะถูกปากเขาหรือเปล่า ดวงหน้าคมเงยขึ้นไม่คิดว่าท่านจะยังยืนอยู่เพื่อรอรับฟีดแบคจากเขา เพิ่งได้รับประทานอาหารญี่ปุ่นครั้งแรกในรอบสิบปี เล่นเอาเขาเกือบน้ำตาซึมด้วยความคิดถึงบรรยากาศเก่าแสนอบอุ่น
ถ้าเป็นช่วงแรกที่สูญเสียพวกท่านก็คงจะโวยวายใหญ่โตไปแล้ว แต่เพราะผ่านจุดเสียใจมาจนตอนนี้ที่ในใจเต็มไปด้วยความเคียดแค้น จึงปล่อยวางหมดทุกอย่างกลับมาเป็นชายหนุ่มผู้แข็งกระด้าง ไม่เหลือความสดใสเหมือนวัยเยาว์อีกเลย
สิ่งที่เขาเจอมันสอนให้ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ ภาระหน้าที่บนบ่าต้องแบกภาระหนักกว่าเด็กคนอื่น รอบกายมีแต่คนไม่จริงใจจนเลือกจะตัดทุกคนออกห่าง เมื่อคบกันเพราะผลประโยชน์ก็จะมีเพียงแค่ผลประโยชน์ให้อีกฝ่ายเช่นกัน
แต่คนตรงหน้ามีประโยชน์อะไรต่อเขาบ้างนะ...
“อร่อยดีครับ” ตอบในทันทีจนหัวหน้าแม่บ้านยิ้มรับ เขาเข้าใจว่าท่านน่าจะเพิ่งเคยทำอาหารญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกจึงอยากถามเพื่อจะได้เอาไปปรับปรุงรสชาติ จึงไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของหญิงสาวที่แอบฟังว่าเธออมยิ้มมีความสุขมากแค่ไหน
เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่ออกมากินข้าวพร้อมเขาโดยไม่ต้องให้ตาม เหมือนว่าเธอเต็มใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งจนร่างสูงนึกแปลกใจ ระหว่างที่เขาไม่อยู่เธอกินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่า น่าจะมีอาการต่อต้านบ้างสิแต่กลับไม่มีเลยสักนิด
อัยย์ลดาต่างจากวันแรกที่เข้าบ้านพอสมควร เธอไม่มีท่าทีต่อต้านแล้วดูจะเข้ากับคนของเขาได้เป็นอย่างดี ร่างสูงมีผู้ติดตามสองคนคือโยธินและสันติ แต่เมื่อมีหล่อนมาอาศัยใต้ชายคาเดียวกันจึงให้สันติไปดูแลหญิงสาว คอยตามติดแล้วรายงานความเคลื่อนไหวโดยที่เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
“ยิ้มอะไร” เขาด้วยความสงสัยเมื่อเห็นหญิงสาวกำลังอมยิ้ม เธอได้ยินอย่างนั้นก็ทำหน้าตึงอย่างรวดเร็ว กลัวว่าเขาจะจับสังเกตได้ว่าอาหารมื้อนี้ที่ต่างไปจากทุกวันคนที่เป็นแม่ครัวไม่ใช่ป้าไก่อย่างที่ผ่านมา
แต่คือเธอที่ลงครัวทำทุกอย่างเองทั้งหมด เพื่อให้ชายหนุ่มได้กินเมนูที่ไม่ได้แตะมานานกว่าสิบปี แล้วทุกคนก็เป็นใจปกปิดเรื่องนี้ไม่ให้เขาทราบ
ไม่เช่นนั้นอาจโดนคาดคั้นว่าหญิงสาวรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร แล้วคนซวยอาจเป็นแม่บ้านที่พูดความลับของเจ้านายให้คนอื่นฟัง
