บทที่๔…อดีตของอสูร (๓)
ธีรติจึงยึดคำของพ่อทำทุกอย่างตามใจแฟนสาวที่คบกันตั้งแต่อายุสิบสี่ปีอย่างดีนี่หรือวสุวดี ปทุมทิพย์ ด้วยมารดาของพวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกันทำให้รู้จักกัน เรียนรู้นิสัยใจคอจนมั่นใจว่าเป็นความรักจึงขอคบ ความรักเบ่งบานถึงจะทะเลาะกันในบางครั้งสุดท้ายก็กลับมาคืนดีกันเหมือนเดิม
“มีแฟนแล้วลืมพ่อ” พูดคล้ายน้อยใจแต่แววตากลับล้อเลียนลูกชายผู้คลั่งรัก
“บางทีพ่อก็ไปกับแม่แล้วลืมผมเหมือนกันนั่นแหละ” เขาเอ่ยขึ้นบ้างเพราะตัวเองถูกทิ้งให้เฝ้าบ้านหลายครั้งในขณะที่คู่รักไปเที่ยวต่างประเทศ แต่เขาก็มีความสุขที่เห็นพวกท่านยังคงรักใคร่กลมเกลียว แม้จะมีผู้หญิงเข้าหาพ่อเขาแต่ก็ปฏิเสธเด็ดขาดไม่เคยนอกใจภรรยาเลยสักครั้ง
เขาภูมิใจที่มีคุณไตรภพเป็นพ่อ...
“กลับไปเรียนวันไหน”
“สัปดาห์หน้าก็เปิดเทอมแล้ว ไม่อยากกลับเลย...อยู่ที่นี่ไม่ได้เหรอพ่อ” แค่คิดว่าต้องจากครอบครัวไปเมืองหลวงหัวใจก็ห่อเหี่ยวแล้ว อยากยืดเวลาปิดเทอมให้นานกว่านี้หน่อยเพราะรู้สึกเหมือนเพิ่งปิดเทอมเมื่อไม่กี่วันก่อน
“ไปอยู่กรุงเทพฯ เป็นเพื่อนน้านั่นแหละ เลือกหรือยังจบมอหกจะไปต่อที่ไหน ไทยหรือเมกา” หลังจากที่คุณยายสิ้นไปบ้านของมารดาก็เหลือเพียงคุณน้าที่อาศัยอยู่ลำพัง คุณวัลลภาเป็นห่วงน้องสาวจึงให้บุตรชายไปเรียนที่กรุงเทพฯ แล้วก็พักที่บ้านของท่าน
จนตอนนี้บ้านเขากลายเป็นสถานที่รวมตัวของเด็กนักเรียนกางเกงน้ำเงินแทบทุกสัปดาห์ คิดอะไรไม่ออกก็มาที่บ้านธีรติอย่างเดียว นึกเกรงใจคุณน้าแต่ท่านก็มีความสุขเมื่อหลานชายมีเพื่อนเยอะ สนุกในการทำอาหารให้ผู้ชายกะเพาะใหญ่กิน เพราะดูเหมือนกินเยอะเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มกันสักที
“คงไปเมกาแหละครับ เพื่อนผมส่วนมากก็ไปนอกกันหมด” ตอบคำถามของพ่อถึงที่เรียน
เขาวางแผนการเรียนของตัวเองเอาไว้แล้วว่าหลังเรียนจบมัธยมปลายจะไปต่อระดับอุดมศึกษาที่อังกฤษ ตอนนี้จึงวางแผนการเข้าเรียนไว้แล้วบ้างเพียงแค่ไม่ได้จริงจัง เน้นทำกิจกรรมเป็นหลักเนื่องจากมหาวิทยาลัยที่เขาจะเข้าให้เขียนเรียงความเกี่ยวกับกิจกรรมสาธารณะที่ทำทั้งหมด
เข้าทางธีรติที่ชอบเข้าสังคมพอดี เขาเขียนยาวแทบจะเป็นรายงานอยู่แล้ว คาดว่าตนจะได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยอันเก่าแก่อย่างแน่นอน
“ตามเพื่อนเหรอเรา”
“ใช่ครับ ผมมันคนขาดเพื่อนไม่ได้นี่น่า” ไหวไหล่ไม่สนใจกับคำล้อของบิดาที่บอกว่าเขาติดเพื่อน แต่ความจริงก็ไม่ได้ติดเพื่อนหรอก เขาแค่ไม่ชอบอยู่คนเดียวมากกว่า หากไม่อยู่กับครอบครัวก็ไปหาแฟน ไม่ก็เพื่อนซึ่งเป็นตัวเลือกสุดท้าย
ชีวิตของชายหนุ่มก็วนเวียนอยู่แค่นี้...
“ว่างเมื่อไหร่ก็เข้าบริษัทบ้าง พ่อจะได้สอนงาน”
“เข้าตลอดนั่นแหละ...พ่อหาคนมาเป็นผู้ช่วยผมหน่อยสิ เอาแบบลุงจักรที่คอยเช็คงานดูแลงานให้พ่อตลอด ผมเองก็อยากมีเหมือนกัน” พูดถึงผู้ช่วยของคุณไตรภพที่เป็นดั่งมือขวาความสามารถแน่นจนเขายังนึกชื่นชม ทราบว่าท่านมีลูกชายหนึ่งคนที่อายุน้อยกว่าเขาสองถึงสามปี ตอนนี้เข้ามาช่วยงานพ่อได้บ้างแม้จะอยู่มัธยมต้นจนนึกทึ่ง
สงสัยเขาต้องเข้าบริษัทไปเรียนรู้งานมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวคนอื่นจะบอกว่าแพ้เด็กเอาได้
“ไว้จะหาให้แล้วกัน”
“ครับ” รับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยก่อนที่คุณวัลลภาผู้นั่งฟังมาตลอดจะขัดขึ้นบ้าง
“คุยเรื่องงานกันอีกแล้วเหรอ ถึงเวลากินข้าวแล้วไปกินข้าวกันเถอะ”
“ครับ”
แล้วสองพ่อลูกก็ต้องเปลี่ยนเรื่องไปถามไถ่ถึงการเที่ยวต่างประเทศของมารดา ซึ่งจะไปกับเพื่อนสนิทสัปดาห์หน้าหลังส่งบุตรชายไปเรียนที่กรุงเทพฯ แล้ว
วันต่อมาบุพการีไปเกาะไข่มุกขณะที่เขาขับรถยนต์คันหรูมายังบ้านแฟนสาวแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ทำใบขับขี่ก็ตาม ปกติบิดาจะให้คนรถขับให้แต่เขาอยากเท่บ้างจึงขับรถมาเองโดยกำชับไม่ให้บอกมารดา กลัวว่าตัวเองจะโดนบ่นจนหูชา
“ไม่กลับไม่ได้เหรอ” พวกเขาใช้เวลาด้วยกันในบ้านของเธอเพราะไม่มีใครอยู่สักคน มาถึงก็เข้าไปในห้องของหญิงสาวแล้วกอดกันบนเตียงกว้างจนเหนื่อย ก่อนเธอจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินเข้ามากอดชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียง
