บทที่๔…อดีตของอสูร (๒)
“เล่าให้หนูฟังได้ไหม” พอรู้เรื่องแรกก็อยากรู้เรื่องต่อไป
ความจริงหล่อนอยากรู้ทุกเรื่องของเขาด้วยซ้ำเพราะจะได้ตั้งรับถูกว่าตัวเองควรทำอย่างไร เพื่อจะได้อยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไปด้วยความสุข
“คือ...คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ” แล้วเรื่องราวของเขาก็ถูกเอามาเล่าในห้องครัวที่ต่างคนก็เงียบฟังด้วยความอยากรู้เช่นเดียวกัน
ย้อนกลับไปเมื่อชายหนุ่มยังคงเป็นเพียงนักเรียนวัยรุ่นคนหนึ่งที่ตัดผมสั้นเกรียนตามข้อบังคับของกระทรวงศึกษาธิการ ลงจากเครื่องบินก็กลับมาที่บ้านซึ่งอยู่กับริมทะเลและกิจกรรมที่เขาทำแทบทุกครั้งเมื่อถึงบ้านก็คือขี่เจ็ทสกีและเล่นโต้คลื่นกับเพื่อนที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียง
เขาเป็นหนุ่มสังคมที่มีเพื่อนมากมาย ด้วยใบหน้าหล่อเหลาและความอัธยาศัยดีพร้อมทั้งฐานะทางครอบครัวร่ำรวย ไม่แปลกที่จะดึงดูดเพื่อนมีทั้งที่จริงใจและเข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์ เพียงแต่ประสบการณ์สอนให้เขารู้ว่าไม่ควรให้ใจใครไปหมดเพราะคนที่เข้าหาก็หวังบางอย่างกับเขาเช่นเดียวกัน
คำว่าเพื่อนแท้สำหรับธีรติ...แทบไม่มีเลย
ยกเว้นแฟนสาวที่คบมาหลายปีตั้งแต่มัธยมต้นจนถึงตอนนี้ที่อยู่มัธยมปลาย ถึงเขาจะต้องเข้าเรียนในเมืองหลวงได้กลับบ้านเฉพาะวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็ยังหาเวลาเจอกัน แล้วก็คุยกันผ่านทางโทรศัพท์เสมอ ถึงระยะทางจะห่างใจของพวกเราไม่เคยไกลกันเลย
“กลับมาแล้วครับ” วิ่งเข้ามาในบ้านแล้วตะโกนเสียงดังเมื่อไม่เห็นใครสักคน ก่อนที่มารดาจะออกมาจากห้องครัวพร้อมกับผ้ากันเปื้อนที่สวมทับชุดสวย ใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มกว้างให้ท่านแล้ววิ่งเข้าไปหา อ้าแขนจะกอดแม่แต่กลับถูกท่านดันหน้าผากเอาไว้
“เหงื่อซกเชียว ไปเล่นกีฬามาอีกแล้วสิเรา...ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย แม่เตรียมของว่างไว้ให้แล้ว พ่อเรากลับมาจะได้กินข้าว” ส่ายหน้าระอาบุตรชายที่กลับมาบ้านก็ไม่อยู่ติดบ้านสักวัน
ช่วงปิดเทอมเขาจะกลับมาอยู่บ้านโดยที่ไม่เรียนพิเศษเหมือนเพื่อนคนอื่น แม้ว่าปีหน้าจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ตาม เด็กผู้ชายเมื่อเติบโตมักติดเพื่อนยกเว้นเขาที่อยู่ติดบ้าน ชอบอยู่กับครอบครัวมากกว่าและธีรติยังติดอาหารรสมือของแม่
“รับทราบครับผม” ยืนตัวตรงพร้อมยกมือตะเบะรับคำ
วิ่งขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเอง ก้าวขึ้นบันไดทีล่ะสองขั้นจนแม่ที่มองตามถึงกับส่ายหัวระอาบุตรชายจอมซน อายุย่างเข้าสิบเจ็ดปีอีกไม่นานก็พ้นผู้เยาว์แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมยังเป็นแค่เด็กน้อยในสายตาของมารดา
ถึงเวลารับประทานอาหารร่างสูงก็ลงมาจากห้องหลังคุยเล่นกับแฟนสาว เพราะเธอน้อยใจเมื่อเขาเลือกไปเตะบอลแทนการไปกินข้าวด้วยกัน กว่าจะง้อสำเร็จก็เกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนที่แม่บ้านจะมาเคาะประตูห้องเพื่อบอกว่าถึงเวลารับประทานอาหาร ร่างสูงจึงได้ลงมาจากชั้นสอง พบบิดาที่กำลังนั่งรออยู่หัวโต๊ะที่ประจำของท่าน เขาเห็นอย่างนั้นก็ยกมือทักทายคล้ายทักเพื่อนมากกว่าบิดา
“หวัดดีครับพ่อ” ประมุขของบ้านเห็นท่าทีลูกชายเพียงคนเดียวก็ส่ายหน้าระอาปนเอ็นดู
คุณไตรภพ วิริยะรุ่งเรืองหนุ่มนักธุรกิจอายุน้อยเป็นที่รู้จักไปทั่วในหมู่เกาะเพราะกิจการที่เขาถือครองสร้างกำไรมหาศาล อีกทั้งยังมีภรรยาแสนสวยอย่างคุณวัลลภา วิริยะรุ่งเรืองคบกันตั้งแต่มัธยมปลายจนถึงมหาวิทยาลัยแล้วแต่งงานทันทีหลังฝ่ายหญิงเรียนจบ มีลูกชายเป็นโซ่ทองคล้องใจหนึ่งคนโดยตัดสินใจมีลูกแค่คนเดียวเพราะเห็นถึงความเจ็บปวดของภรรยาตอนคลอดที่แทบเอาชีวิตไม่รอดก็ไม่อยากให้เธอเจ็บปวดอีก
เลี้ยงดูธีรติมาอย่างดี ให้ความรักจนล้นทำให้เขาสามารถแบ่งความรักให้คนอื่นด้วย หลังจากที่ลูกชายจบมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนนานาชาติใกล้บ้าน ก็ส่งเขาไปยังเมืองหลวงเพื่อเรียนต่อมัธยมปลายแล้วอยู่บ้านของมารดาที่มีคุณวิไลลักษณ์ ประภาศรีโรจน์ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าอาศัยเพียงลำพัง พอมีหลานชายมาอยู่ด้วยทำให้บ้านกลับมาสดใสอีกครั้ง
เขากลับมาบ้านทุกวันหยุดแต่ตอนนี้อยู่ในช่วงปิดเทอมจึงได้เล่นสนุกสมใจ แต่ก็ใช่ว่าจะเล่นอย่างเดียวเพราะต้องเข้าบริษัทกับบิดาเพื่อศึกษางาน กิจการที่อยู่ในมือของคุณไตรภพค่อนข้างเยอะ ล่าสุดก็เพิ่งทำสัมปทานรังนกกับเพื่อนสนิทอีกสองคน ดูท่าจะไปได้ดีพอสมควรเขาก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเพราะท่านให้เพื่อนเป็นคนดูแล เพียงแค่หุ้นใหญ่คือตัวเองไม่เข้าไปยุ่งในการบริหาร
“แหม่ ท่าเดินมันนักเลงจังเลยเว้ย” แซวลูกชายที่เดินมานั่งที่ประจำของตัวเอง
แม่ครัวเริ่มคดข้าวใส่จานให้เจ้านายทั้งสาม ก่อนลงมือรับประทานมื้อเย็นที่คุณวัลลภาลงครัวเองเพื่อเอาใจสามีที่บ่นว่าช่วงนี้เหนื่อยกับงานเหลือเกิน สองสามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว ยังคงมีความหวานให้กันเสมอจนลูกชายเอาพ่อแม่เป็นแบบอย่างเรื่องความรัก
เขาเองก็คิดจะมีรักเดียวจนแต่งงานเหมือนพวกท่าน ซึ่งตอนนี้ก็เจอคนที่จะมาร่วมชีวิตแล้ว เพียงแค่คิดถึงหล่อนก็ทำให้แววตาเปล่งประกาย กินข้าวอย่างมีความสุขแล้วพูดคุยกันระหว่างมื้ออาหาร
“เสาร์นี้ว่างไหม พ่อว่าจะพาไปเกาะไข่มุกสักหน่อย”
“ผมนัดกับดีนี่เอาไว้แล้ว ต้องขออภัยด้วยนะครับที่ไม่ได้ไปกับคุณพ่อ หวังว่าคุณพ่อจะไปสวีทกับคุณแม่ได้ตามสบายเลย” ปฏิเสธบิดาที่จะพาไปเกาะไข่มุกซึ่งเป็นอีกกิจการของครอบครัว เพิ่งสร้างได้ไม่นานเพราะความชอบของมารดาที่ขอสามีเปิดร้านเครื่องประดับทำจากไข่มุก คุณไตรภพเห็นภรรยาชอบก็ซื้อเกาะพร้อมทำฟาร์มไข่มุกเพื่อมาขายในร้าน
ความสุขของคนรักคือสิ่งที่เขาปรารถนา...
