บท
ตั้งค่า

บทที่๓…ความทรมานที่ต่างกัน (๓)

“ไม่เป็นไรๆ น้าอวยเอามันไปแล้ว ไม่ต้องกลัวๆ” ลูบหลังเป็นการปลอบหล่อนจากนั้นจึงเริ่มทำงานต่อโดยที่มองซ้ายขวาเพื่อหาว่ามีสัตว์เลื้อยคลานเข้ามาใกล้อีกหรือไม่ เธอใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงในการทำงานจนปวดข้อมือไปหมด ล้าจนไม่อาจยืนทำงานต่อไปได้

ตอนแรกคิดว่าสวนกว้างแล้ว แต่พอได้มาทำงานจริงก็พบว่ามันกว้างสุดลูกหูลูกตาไม่รู้ว่าเช้านี้จะกรีดยางเสร็จตอนไหน เริ่มเหนื่อยจนต้องถอดไฟฉายที่คาดบนหัวออก ทั้งยังถอดเสื้อคลุมแขนยาวลายสก็อตมาพันที่เอว

“ขอ ขอพักได้ไหม” ฟ้าเริ่มสว่างคนอื่นก็ทยอยไปพักดื่มน้ำดื่มท่า อีกหนึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาเลิกงานก่อนที่คนงานอีกเซ็ทจะมาเก็บผลผลิตช่วงสายเพื่อนำไปโรงงาน ทั้งยังมีชาวบ้านบางส่วนนำยางพารามาขายซึ่งเขารับซื้อในราคาที่สูงกว่าเจ้าอื่นเพราะชายหนุ่มต้องส่งไปยังโรงงานที่ตนเป็นหุ้นส่วนเพื่อสร้างที่นอนยางพาราและของอุปโภคที่มียางพาราเป็นส่วนผสมหลัก

“เอาสิ มาวันแรกต้องปรับตัวหน่อยน้าเข้าใจ นายก็คงไม่ว่าหรอก”

“ขอบคุณค่ะ” พูดจบก็เดินไปที่กระเป๋าของตัวเองซึ่งอยู่ในล็อคเกอร์ ทั้งหิวทั้งเหนื่อยจึงหยิบน้ำและขนมออกมากินคลายหิว นึกโกรธแค้นคนที่ป่านนี้คงนอนสุขสบายอยู่บนเตียง กลับให้เธอมายืนหลังขดหลังแข็งทำงานเจตนาชัดเจนว่าต้องการกลั่นแกล้ง

ทั้งที่เราเพิ่งเจอกันแต่เหมือนเขาจะผูกใจเจ็บกับหล่อนเหลือเกิน ไม่รู้ว่าเคียดแค้นอะไรนักหนา ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหจนกัดขนมแรงกว่าเก่า พร้อมกับพึมพำเสียงเบาโดยไม่ได้มองรอบข้างว่าตอนนี้ตัวเองเป็นเป้าสายตาของชายผู้หนึ่ง

“ทำไมต้องให้มาทำงานแบบนี้ด้วย...คิดจะแกล้งกันชัดๆ” เก็บของเข้ากระเป๋าเหมือนเดิมแล้วพึมพำกับตัวเองด้วยความหงุดหงิด แต่แล้วกลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ

“ไม่ได้แกล้ง”

“ว้าย! มาไม่ให้เสียงนึกว่าผี!”

หันมาถึงกับตกใจแทบสิ้นสติ รีบถอยห่างอย่างรวดเร็วแล้วตะโกนเสียงดังจนคนอื่นหันมามอง พอเห็นว่าหญิงสาวกำลังคุยกับเจ้านายก็รีบเดินหนีทันที มีไม่บ่อยที่เจ้าของสวนจะมาดูงานด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่ต้องเป็นตอนที่เกิดเรื่องขึ้นเท่านั้น

วันนี้เหตุการณ์สงบแล้วทำไมถึงยังเห็นธีรติอยู่ที่นี่ แถมยังคุยกับคนงานใหม่อีกต่างหาก สายตาหลายคู่เมียงมองแต่ก็ไม่กล้าเข้ามาใกล้ ความน่ากลัวของนายหัวไม่ใช่เพียงใบหน้าอัปลักษณ์ที่ถูกซ่อนไว้ใต้หน้ากาก ยังรวมถึงความเด็ดขาดซึ่งสร้างความกลัวแก่พวกตนเป็นอย่างยิ่ง

เขาเหมือนมัจจุราชที่มาพร้อมความตาย ต้องตาใครคนนั้นก็ต้องรีบหลบหากไม่อยากสิ้นชีวา...

“แล้วใช่ผีหรือเปล่าล่ะ” เอามือไพล่หลังแล้วจ้องดวงหน้าหวานนิ่ง เธอหอบหายใจถี่นึกตกใจในตอนแรกจนเริ่มสงบลงแล้วจึงกล้าสบตาเขา คำตอบของร่างสูงบ่งบอกได้ในทันทีว่าเขาได้ยินสิ่งที่เธอพูดจึงไม่ต้องแก้ตัวให้มากความ

ปากอวบอิ่มเม้มแน่นไม่อยากพูดหรือเสวนากับเขา พยายามจะเดินหนีกลับถูกร่างหนาเข้ามาดักเอาไว้ ก้มมองเธอพลางแสยะยิ้มยามเห็นสภาพที่ดูแทบไม่ได้ของหล่อน รู้ดีว่าพ่อกับลูกไม่เกี่ยวข้องกัน ถึงจะแค้นคนพ่อก็ไม่ควรลงที่เธอ

แต่สายตาของหญิงสาวที่มองเขามันน่าหงุดหงิดจนอดไม่ได้ที่จะกลั่นแกล้ง ไม่ใช่ความรังเกียจหรือหวาดกลัว กลับแฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นบางอย่างที่สะกิดใจตน

เธอคงอยากเอาชนะ...

ซึ่งไม่มีวันนั้นอย่างแน่นอน คนอย่างเขาจะไม่ยอมแพ้ให้ใครทั้งนั้น โดยเฉพาะลูกสาวของศัตรู!

“ก่อนหน้านี้เธอเองก็ตกลงจะมากรีดยางแล้วไม่ใช่เหรอ จะมาบ่นทำไม”

“บ่นก็ไม่ได้เหรอคะ” ข่มความโกรธเอาไว้แล้วถามกลับ เธอไม่อยากแสดงอาการให้คนอื่นรู้ว่ามีความสนิทสนมกับเจ้านาย คร้านตอบคำถามจึงพยายามที่จะเดินหนี กลับถูกขวางอีกครั้งจนเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง

เขาต้องการอะไรกันแน่ถึงได้ก่อกวนไม่เลิก เงยหน้ามองเขาด้วยความอดทนที่ใกล้จะหมดลงทุกที น่าแปลกที่ปกติตนเป็นคนใจเย็นแต่พอเจอธีรติกลับกลายเป็นคนใจร้อนเสียอย่างนั้น

“ไม่ได้”

เกือบจะวางมวยกันอยู่แล้วหากไม่ใช่เพราะมีบุคคลที่สามเดินเข้ามา น้าเนียนกอดไหล่บางเอาไว้แสดงออกชัดเจนว่ากำลังปกป้อง เห็นว่าเธอหายไปนานจึงออกมาตามหาโดยไม่คาดคิดว่าคนมาใหม่กำลังถูกเจ้านายหมายหัว

ไม่รู้ว่าอัยย์ลดาไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า สายตาที่มองจึงเป็นการคุกคามอย่างเห็นได้ชัด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel