บทที่๓…ความทรมานที่ต่างกัน (๒)
สวนยางยาวสุดลูกหูลูกตาปรากฏตรงหน้า ไฟรอบข้างส่องสว่างทำให้บรรยากาศไม่น่ากลัวเท่าไหร่ คนงานเริ่มลงมือทำสิ่งที่เป็นกิจวัตรของตัวเอง นำของเข้ามาเก็บที่ล็อคเกอร์ด้านหน้าพร้อมถืออุปกรณ์ประจำกาย ส่วนหล่อนทำได้เพียงหันซ้ายขวาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป
“สวัสดีค่ะ หนูเพิ่งมากรีดยางครั้งแรก พอจะแนะนำหน่อยได้ไหมคะ” พอดีกับที่มีหญิงวัยกลางคนเดินผ่าน จึงรีบเข้าไปคุยด้วยเพราะดูว่าอีกฝ่ายหน้าตาดูใจดีคงสามารถสอนงานเธอได้ จะไม่ยอมให้เขามาสบประมาทเป็นอันขาด
ถึงหล่อนจะใหม่กับงานก็ตาม...
“สบายมาก มาๆ เดี๋ยวน้าแนะนำเอง ชื่ออะไรน่ะเรา” หันมาเห็นคนงานหน้าใหม่ก็รีบเข้ามาโอบไหล่คนอายุน้อยกว่าเอาไว้ พร้อมแย้มยิ้มอย่างเป็นกันเองทำให้ความกลัวของเธอทุเลาลง ค่อยพรูลมหายใจโล่งอกเมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะรอดแล้ว
“อัยย์ค่ะ” แนะนำชื่อด้วยความนอบน้อม จนคุณน้ารู้สึกถูกชะตากับหล่อนเป็นอย่างมาก ดูผิวพรรณหน้าตาไม่เหมือนคนท้องถิ่น อาจเป็นลูกหลานของผู้ดีตกยากมาทำงานหรือเปล่า จึงรีบเกาะติดอย่างรวดเร็ว
“น้าชื่อเนียน กรีดยางมาตั้งแต่เด็กจนเซียนแล้ว ตามน้ามาได้เลย...สวนเราดีอย่างคือไม่ค่อยเจองูเพราะนายให้ความสำคัญกับการดูแลความสะอาด กลางวันก็ให้คนมาตัดหญ้ากวาดเศษใบไม้ตลอดเลย” ถึงกับเผลอถอนหายใจเมื่อได้ยินชื่อของผู้ชายที่ตัวเองไม่ชอบ แต่ก็พยายามไม่แสดงอาการมากจนเกินไป เหมือนว่าเขาจะเป็นที่รักของคนงานพอสมควร
แต่เป็นบุคคลที่เธอแสนจะเกลียด!
“ค่ะ”
วางกระเป๋าไว้ในล็อคที่ว่างแล้วหยิบของที่ต้องใช้มาด้วย น้าเนียนที่เพิ่งรู้จักกันกวักมือเรียกพร้อมกับถามด้วยความเป็นห่วงเพราะดูเหมือนหล่อนจะใหม่กับงานมาก ไม่รู้ว่ากรีดยางเป็นหรือเปล่าจึงพยายามเข้าไปช่วยสอนกลัวว่าจะทำงานเสีย
“อุปกรณ์พร้อมนะ”
“พร้อมค่ะ” เริ่มฮึกเฮิมกับการทำงาน เป็นครั้งแรกที่ได้ทำงานในสวนเพราะปกติเธอมักจะขลุกตัวอยู่บ้านและห้องครัวเนื่องจากไม่ถูกอนุญาตให้ออกไปทำงานข้างนอกให้นามสกุลห้อยท้ายเสื่อมเสีย กล่องที่ขังเธอไว้ค่อนข้างแคบ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ได้ออกมาทำงานข้างนอกกับคนหมู่มาก
แต่ยังดีที่ส่วนใหญ่ใช้เวลากับตัวเอง เธอมองทุกคนที่ยืนประจำหน้าต้นยางพาราเพื่อเริ่มทำงาน ส่วนเธอก็อยู่ข้างน้าเนียนก่อนมองอีกฝ่ายที่สอนงานอย่างแข็งขัน หล่อนเริ่มลองกรีดยางเป็นครั้งแรกก็ค่อนข้างยากพอสมควร ทว่าไม่ได้ยากเกินไปเมื่อเริ่มทำหลายครั้งจนกลายเป็นความเคยชิน
“ปวดข้อมือเหรอ” เริ่มทำไปหลายต้นก่อนสะบัดข้อมือเพราะเริ่มปวดจากการเกร็ง น้าเนียนเห็นอย่างนั้นก็หันมาถามด้วยความเป็นห่วง เธอจึงพยักหน้าตอบกลับแล้ววางอุปกรณ์ไว้บนพื้น หันไปมองคนอื่นที่ทำงานอย่างขยันขันแข็ง
“ค่ะ เกร็งไปหน่อย...”
“ทำบ่อยก็ชินเองนั่นแหละ” ยิ้มรับแล้วบิดข้อมือเพื่อไล่ความเมื่อย จังหวะที่กำลังจะก้มลงไปหยิบอุปกรณ์เพื่อกรีดยางต่อหางจาก็เหลือบไปเห็นสัตว์เลื้อยคลานสีดำมะเมี่ยมชูคออยู่ไม่ไกลจากเธอเท่าไหร่ หญิงสาวตกใจแทบสิ้นสติร้องโวยวายเสียงดังทำให้กลายเป็นเป้าสายตาให้คนอื่นหันมอง
“ว้าย!” กระโดดไปเกาะน้าเนียนเอาไว้อย่างรวดเร็ว ตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัดแล้วชี้ไปยังสัตว์ที่เธอเห็น เพราะแสงจากไฟฉายบนหัวทำให้เห็นชัดเจน
“งู!!” ทุกคนหันไปมองตามที่เธอชี้ก่อนพบงูเห่าชูคออวดโฉมไม่เลื้อยหนี คล้ายกับว่ามันเป็นมิตรต่อผู้คนรอบข้าง แต่ตอนนี้หล่อนไม่คิดจะเป็นมิตรกับงู กอดแขนของน้าเนียนเอาไว้แน่นรู้สึกขนลุกจนหลับตาปี๋ทำให้คนอายุมากกว่าสัมผัสได้ถึงความกลัวจากหล่อน
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในสวนจะมีสัตว์เลื้อยคลานเยอะ ทั้งยุงชุกชุมยังดีที่เธอใช้โลชั่นกันยุงทาตามผิวทำให้ช่วยค่อนข้างมาก อีกทั้งเสื้อผ้าที่สวมก็แขนยาวขายาวช่วยป้องกันตัวเองอีกชั้น แต่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะต้องมาเจอกับงู
“ปกติ ยืนอยู่เฉยๆ เดี๋ยวให้น้าอวยมาเอาออกไป แกเซียนในการจับงู...ตัวนี้เห่าเก่งซะด้วย” พูดจบก็มีคนเดินเข้าไปจับหางงูแล้วหยิบมันใส่เข้าไปในถุงปุ๋ยอย่างชำนาญ ไม่มีความกลัวเลยสักนิดแล้วคนรอบข้างก็หันไปทำงานไม่ได้สนใจ ต่างจากร่างบางที่ทรุดลงนั่งบนพื้นหัวใจสั่นไหวรุนแรง
“ขาอ่อนเลยเหรอ” น้าเนียนเข้ามาประคองร่างบางด้วยความเอ็นดู อาการของหล่อนทำให้นึกเป็นห่วงจนต้องถามไถ่ ก่อนที่เธอจะเกาะน้าแล้วลุกยืนก่อนกอดท่านเอาไว้แน่นเหมือนลูกลิงที่ติดกับแม่ สายตาหลายคู่จึงหันมามองแล้วอมยิ้มถึงความน่ารักของพนักงานใหม่
โดยไม่มีใครรู้เลยว่าในอนาคตหล่อนคือว่าที่นายหญิงของวิริยะรุ่งเรือง...
“หนูกลัวงู ฮือ”
