บทที่๓…ความทรมานที่ต่างกัน (๑)
บทที่๓…ความทรมานที่ต่างกัน
ไม่ปล่อยให้อัยย์ลดาได้พักหลายวัน เมื่อเธอรู้ความจริงเรื่องที่ถูกขายให้แต่งงานกับอสูรที่ร้ายกาจในปราสาทห่างไกลผู้คน หัวใจเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเพราะภาพฝันกับความจริงช่างต่างกันเหลือเกิน บิดาใจร้ายกับแม่เลี้ยงที่ไม่ได้รักตนจริง พี่สาวก็แค่ต้องการเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขัน จนส่งเธอมาแทน
คิดว่าตัวเองจะมีครอบครัวแสนอบอุ่นเหมือนคนอื่น แท้จริงมันก็แค่ภาพลวงเท่านั้น เธอตื่นจากฝันที่เป็นเพียงมายาเพื่อพบความจริง
ชุดสำหรับใส่ไปกรีดยางถูกวางไว้ในห้องนอน ผ่านไปแค่สองวันที่ขังตัวเองไว้ในห้องก็ต้องตื่นเช้าไปทำหน้าที่ซึ่งใหม่มากสำหรับเธอ สวมเสื้อผ้าทะมัดทะแมงหลังจากดูนาฬิกาพบว่าตอนนี้เป็นเวลาตีสองที่ท้องฟ้ายังมืดสนิท
ถอนหายใจเหนื่อยหน่ายแล้วยกมือลูบท้องด้วยความหิว เมื่อคืนเธอพยศด้วยการไม่รับประทานอาหาร ถึงกินก็น้อยจนไม่อิ่มท้องอยากประท้วงเจ้าของบ้านแต่เหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่สนใจหล่อนเลยสักนิด เขาทำทุกอย่างตามใจตัวเอง
เพิ่งเข้ามาคุยถึงงานที่เธอต้องทำซึ่งไม่มีเงินค่าจ้างเพราะให้เงินกับคุณจรัลไปแล้ว หล่อนต้องทำงานให้เขาฟรีแลกกับที่พักและอาหารครบสามมื้อ หรือวันไหนที่เธอทำงานลุล่วงแล้วเขาถูกใจก็จะได้เงินพิเศษตามจำนวนที่เขาพอใจจะให้
ไม่ว่าจะมองทางไหนก็มีเพียงหล่อนที่เสียเปรียบฝ่ายเดียว...
“คุณอัยย์เสร็จหรือยังคะ รถมารอแล้วค่ะ” เสียงดังจากหน้าห้องทำให้หล่อนต้องตรวจตราความเรียบร้อยของตัวเองอีกครั้ง เสื้อแขนยาวกางเกงขายาว เปียผมแล้วเก็บให้เรียบร้อยแล้วทาแป้งไม่ให้เหนียวเหนอะหนะ ทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็เปิดประตูเพื่อออกไปข้างนอก
“ค่ะ ไปแล้ว”
เดินลงไปข้างล่างพร้อมกับแม่บ้านคนสนิทที่เขาให้มาดูแลหล่อนโดยเฉพาะ แต่บอกว่าดูแลก็ไม่ถูกน่าจะจับตามากกว่า ชายหนุ่มคงกลัวว่าเธอจะหนีหายไปแต่ตนคิดมาดีแล้วว่าจะอยู่ที่นี่ไปก่อนเพราะอีกฝ่ายก็ดูไม่ได้เลวร้ายอะไร
ดีกว่าไปตายเอาดาบหน้าโดยที่เงินติดตัวมีไม่ถึงหมื่น...
ใช่ว่าหล่อนจะมีทางไปเสียเมื่อไหร่ แทบจะไม่รู้จักโลกภายนอกด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นคงไม่โดนหลอกจากคนเป็นพ่อให้มาเสนอตัวให้ธีรติถึงที่หรอก บางทีเธออาจจะต้องดูสถานการณ์แล้วใช้ไม้อ่อนเข้าช่วยเผื่อทุกอย่างจะดีขึ้นมาบ้าง
ไม่ได้ออกจากห้องแม้จะอยู่ที่นี่มาหลายเดือน ถึงกับตกตะลึงในความยิ่งใหญ่ของบ้านโมเดิร์นที่หรูหราจนอดทึ่งในการออกแบบไม่ได้ แม้ว่าตอนนี้จะไม่อาจมองเห็นบรรยากาศโดยรอบด้านข้างได้แต่รับรู้ทันทีถึงความร่ำรวยของชายหนุ่ม
ประเมินแจกันใบใหญ่ที่อยู่ตรงโถงทางเข้าบ้านในใจ คิดว่าไม่ต่ำกว่าหกหลักอย่างแน่นอน อาจขึ้นไปถึงเจ็ดหลักด้วยซ้ำแต่ก็ต้องเก็บความคิดเอาไว้แล้วเดินไปที่หน้าบ้านซึ่งมีคนเตรียมรับเธอไปรอรถที่หน้าปากทางเข้าหมู่บ้าน
รู้สึกเหนื่อยตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงานเพราะบ้านของเขากว้างจนเธอเดินปาดเหงื่อกว่าจะถึงที่รอรถ ก่อนจะชะงักยามเห็นรถหกล้อที่บรรทุกคนเกือบเต็มคันรถไปยังจุดหมายปลายทางคือสวนยางพารา ทำเอาเธอถึงกับอึ้งแล้วหันมาถามแม่บ้าน
“คันนี้เหรอคะ”
“ใช่ค่ะ รับคุณอัยย์แล้วค่อยไปรับคนงานคนอื่นระหว่างทาง อุปกรณ์กรีดยางมีที่หน้าสวนค่ะ แต่ที่ต้องเตรียมคือครีมทาผิวกันยุง หมวกกันยุง รองเท้าบูทแล้วก็แบตเตอรี่คาดหัวค่ะ เอาไว้ส่องเวลากรีดยาง ส่วนนี่ของว่างไว้กินแก้หิวนะคะ” ลืมเตรียมของมาด้วยแต่เหมือนอีกฝ่ายจะทราบเป็นอย่างดีจึงเตรียมทุกอย่างใส่เป้สะพายหลังมาให้เธอเรียบร้อย
หญิงสาวรับมาถือเอาไว้พร้อมกล่าว “ขอบคุณค่ะ” จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าปอดเรียกพลังใจให้ตัวเอง เธอไม่เคยทำงานนี้มาก่อนจึงค่อนข้างกลัวพอสมควร ไหนจะต้องทำความรู้จักกับผู้คนอีก คะแนนในการเข้าสังคมค่อนข้างติดลบ แววตาจึงเต็มไปด้วยความกังวลแฝงด้วยความกลัว
“สู้ๆ นะคะ” คนที่ยืนข้างกันให้กำลังใจอีกรอบ หญิงสาวจึงพยักหน้าแข็งขัน
ไม่มีอะไรจะต้องกลัวอีกต่อไป แค่กล้าที่จะลองทุกอย่างอาจจะดีขึ้นก็ได้
“ค่ะ”
ให้กำลังใจตัวเองพร้อมหันมาโบกมือลาแม่บ้านที่ยืนส่งตนเรียบร้อยก่อนเดินขึ้นไปนั่งบนรถที่แออัดกัน เธอนิ่งเงียบไม่พูดกับใคร ภาวนาให้ถึงที่หมายโดยเร็วซึ่งยี่สิบนาทีต่อมาก็ได้ลงจากรถพร้อมกอดกระเป๋าเป้ไว้แน่น
