บท
ตั้งค่า

บทที่๒…ความรักมักมีข้อแม้ (๔)

“ที่พ่อไปรับหนูมา...ก็เพื่อต้องการให้มาแต่งงานตามคำสัญญาแล้วใช้หนูเป็นตัวหาเงินเหรอคะ” เสียงแผ่วเบาแทบจะกลายเป็นกระซิบ ท่านได้ยินอย่างนั้นก็รีบบอกลูกสาวเสียงหวาน ไม่อยากถูกตัดสัมพันธ์พ่อลูกยังคงแสดงความห่วงใยที่ตอนนี้หล่อนไม่ได้รู้สึกถึงมันแม้แต่น้อย

‘อัยย์กำลังดูถูกความรักของพ่อที่มีต่อลูกนะ’

“การกระทำของพ่อทำให้หนูคิดอย่างอื่นไม่ออกจริงๆ” พูดจบเธอก็ปล่อยโฮอย่างสุดกลั้น เม้มปากแน่นไม่ให้ปลายสายได้ยินเสียง น้ำตาเม็ดใหญ่ไหลลงไม่ขาดสายจนสุดท้ายเจ้าของโทรศัพท์จำต้องลุกยืนเต็มความสูง เดินเข้ามาหยิบเครื่องมือสื่อสารของตนออกไป

“หมดเวลาพูดคุยแล้ว เอาเป็นว่าผมจะติดต่ออากลับไปอีกครั้งถ้ามีธุระนะครับ” พูดจบก็ตัดวางสายไม่ให้โอกาสคุณจรัลได้พูดคุยกับบุตรสาวอีก

เสียงร้องไห้ของหล่อนมันน่ารำคาญจนร่างสูงต้องถอนหายใจหนัก เขาเดินมาหยุดตรงหน้าเธอพร้อมเชยคางมนให้เงยมองกัน เหมือนขนาดตัวของเธอจะหดเล็กลงเมื่ออยู่ใกล้เขา แล้วตอนนี้หญิงสาวก็รับรู้ถึงภัยที่เข้ามาคุกคาม

“บอกแล้วว่าฉันไม่ได้โกหก เป็นเธอเองที่ไร้เดียงสาจนเกินไป” ย้ำจนคนที่ตกอยู่ในความเศร้านึกโมโหมากกว่าเดิม หล่อนปาดน้ำตาออกจากใบหน้าพลางปัดมือเขาอย่างแรงจนร่างสูงจำต้องปล่อยแล้วทิ้งแขนลงข้างลำตัว สองสายตาสบกันนิ่งก่อนหล่อนจะถามกลับน้ำเสียงเจือความน้อยใจ

“การที่ฉันอยากมีครอบครัว อยากมีบ้านเป็นของตัวเองเหมือนคนอื่น มันดูไร้เดียงสาเกินไปสำหรับคุณเหรอ” ความเจ็บปวดที่หล่อนได้รับมาตลอดเขาจะรู้ได้ยังไง ขณะที่ร่างสูงก็ยืนเงียบไม่พูดอะไรเอาแต่มองหล่อนระบายความอึดอัดในใจ

“เพราะคุณมีทุกอย่าง ได้รับความสุขได้รับการเคารพตลอดเวลาถึงไม่เห็นค่าของมัน คนอย่างคุณมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินคนอื่น!” ตะโกนเสียงดังใส่เขาก่อนจะตกใจหน้าซีดเมื่อชายหนุ่มตรงเข้ามาจับที่คอของหล่อนด้วยมือเพียงข้างเดียว เขาเพิ่มแรงบีบแต่ก็ไม่ได้มากจนหล่อนหายใจไม่ออก คล้ายว่าต้องการขู่ให้กลัว

“อึก”

“แล้วคนอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาเรียกร้อง” ดวงหน้าคมแดงก่ำด้วยความโมโห เขาอยากจะบีบเธอให้แหลกคามือพลางคิดถึงภาพที่ตัวเองต้องเจอมาตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา ความสุขน้อยจนนับครั้งได้เมื่อสูญเสียครอบครัวอันเป็นที่รัก

พร้อมกับบาดแผลบนใบหน้าที่ทำให้ทุกคนออกห่างเขามากกว่าเดิม รอบข้างไม่มีคำว่ามิตรแท้แล้วอย่างนี้หล่อนจะบอกว่าเขาได้รับแต่ความสุขได้ยังไง

“ปล่อย อึก” พยายามดิ้นรนเพื่อให้ร่างสูงปล่อย จับหลังมือหนาเอาไว้ก่อนตีที่แขนเขา

สุดท้ายเธอก็เป็นอิสระแต่ธีรติยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง ซีกหน้าที่เห็นผ่านหน้ากากแดงก่ำเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ แววตาเหมือนจะเผาให้เธอแหลกเป็นจุณ

“อย่ามาตัดสินฉันถ้ายังไม่รู้ความจริง”

“คุณก็ไม่ควรตัดสินฉันเหมือนกัน”

ไม่เคยโต้กลับใครเร็วขนาดนี้มาก่อน ปกติเธอแทบจะไม่สู้คนด้วยซ้ำแต่พอเป็นเขาไม่รู้ความกล้าถูกปลุกมาตอนไหน เมื่อวานยังนึกหวั่นเกรงยามได้เห็นหน้าแต่ตอนนี้กลับสู้ยิบตาไม่ยอมหลบด้วยด้วย จับลำคอของตัวเองพลางหอบหายใจถี่

ท่าทีของครู่ของเขาคล้ายจะฆ่ากันให้ตายไปข้าง...

“เธอจะอยู่ที่นี่ในนามนายหญิงของบ้าน” พรูลมหายใจออกอย่างเชื่องช้า พร้อมกับย้ำชัดถึงสถานะของหล่อนที่จะต้องอยู่บ้านหลังนี้ต่อไป เขาเสียเงินสามล้านไปแล้วก็ต้องได้ของบางอย่างกลับมา

“ฉันไม่คิดจะแต่งงานกับผู้ชายแบบคุณ” กัดฟันแน่นแล้วโต้กลับเช่นเดียวกัน แต่ธีรติไม่ได้สนใจคำพูดของเธอ เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการก็คือตัวประกันที่จะสามารถควบคุมได้โดยง่าย แล้วเธอก็เหมาะกับตำแหน่งนั้นเหลือเกิน

“แต่...ฉันจะให้เธอทำทุกอย่างในบ้านเองทั้งหมด ตื่นเช้าก็กรีดยาง กลางวันทำงานบ้านส่วนกลางคืนก็มาปรนนิบัติฉันบนเตียง” ทอดเสียงยาวในตอนแรกเหมือนต้องการให้เธอลุ้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะร่ายยาวถึงงานที่ต้องทำเพื่อให้สมกับเงินที่เขาเสียไปซึ่งจำนวนไม่ใช่น้อย

“ไม่!” ตะโกนกลับรวดเร็ว รีบถอยร่นไปนั่งชิดหัวเตียงก่อนจะมองเขาด้วยแววตาหวาดกลัว แต่ร่างสูงก็ไม่มีอารมณ์จะตามไปคุกคาม เพราะแค่ยืนอยู่ตรงนี้ก็ทำให้หล่อนกลัวแล้ว แววตาที่จ้องมาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น

“เธอปฏิเสธไม่ได้หรอก อย่าคิดจะปฏิเสธให้เสียแรงเปล่าเลย” ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นฝ่ายชนะทุกทาง

“ถ้าคิดจะก่อความวุ่นวายเหมือนวันนี้อีกเธอคงต้องคิดให้ดีว่าจะมีผลตามมายังไง เพราะฉันคงไม่ใจดีเหมือนอย่างวันนี้แน่” ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนแสยะยิ้มที่น่ารังเกียจสำหรับคนมอง หน้ากากที่บดบังใบหน้ากว่าครึ่งยิ่งเสริมให้เขาดูชั่วร้ายไปอีก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel