บทที่๑...ขายตัว (๔)
“ก็ไม่ต้องบอกให้เขารู้สิคะ ขอร้องนะคะ หนูอยากคุยกับพ่อ” เธอพยายามโน้มน้าวเพราะต้องการติดต่อกับบิดาเพื่อให้ท่านช่วยออกไปจากที่นี่ อยากกลับไปหาครอบครัวแล้วใช้ชีวิตสี่คนอย่างมีความสุขเหมือนเมื่อวาน
ไม่ต้องการอยู่ที่นี่...
“ขอโทษค่ะคุณอัยย์...” พูดได้เพียงเท่านั้นก็ทำให้เธอยิ่งโมโหมากกว่าเดิม แต่ด้วยนิสัยไม่เคยโวยวายกับใครจึงทำได้เพียงตัดพ้อคนตรงหน้า ตอนนี้หล่อนหมดหนทางที่จะออกไปจากห้องสี่เหลี่ยมในบ้านของคนที่ลักพาตัวตนมาแล้ว
คล้ายกับถูกขังอยู่ในกล่องปิดตาย ขอร้องวิงวอนอย่างไรก็ไม่มีใครช่วยเธอได้เลยสักคน...
“ไหนบอกว่าหนูเป็นนายหญิงไงคะ แล้วทำไมถึงไม่ยอมทำตามที่หนูขอร้องล่ะ ฮึก” เริ่มเปล่งเสียงร้องไห้อีกครั้ง สะอื้นตัวโยนจนคนมองเริ่มหันมองหน้ากันด้วยความสงสารหญิงสาว ไม่รู้ว่าจะช่วยหล่อนได้อย่างไร
ตัวเองก็ไม่กล้างัดข้อกับนายใหญ่ของบ้าน ที่จิตใจยากแท้หยั่งถึง...
“เราเตรียมชุดไว้ให้แล้วนะคะ ถ้าคุณผู้หญิงต้องการอะไรสามารถกดหนึ่งแล้วโทรออกได้ทันทีค่ะ” สุดท้ายก็ทำตามคำสั่งของเจ้านายตัวเอง ผายมือไปยังชุดที่เตรียมให้หล่อน แล้วบอกหญิงสาวว่าจะสามารถติดต่อคนในบ้านได้อย่างไร
แน่นอนว่าโทรศัพท์ที่ให้ไว้ไม่สามารถติดต่อคนข้างนอกได้อยู่แล้ว เธอจึงหมดหนทางที่จะโทรหาบิดานอกจากผู้ชายคนนั้นจะเข้ามาอีกครั้ง
“ขอร้องล่ะค่ะ” อ้อนวอนเสียงสั่นไม่รู้ว่าจะเกิดผลหรือเปล่า
“เชิญพักผ่อนตามสบายนะคะ”
แต่แล้วคนทั้งสองก็เดินออกจากห้องของเธอเมื่องานของตัวเองเสร็จแล้ว ร่างบางจะวิ่งตามออกไปประตูก็ปิดลงก่อน เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจทั้งยังทุบประตูขณะตะโกนอย่างน้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิตของตัวเอง ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงต้องเผชิญเรื่องราวที่เจ็บปวดขนาดนี้ด้วย
“ฮือ ทำไม ทำไมถึงเป็นแบบนี้...”
จะถูกต้มยำทำแกงอย่างไรก็ไม่รู้เลย กายแบบบางค่อยทรุดลงนั่งที่หน้าประตู ยกขาขึ้นชันแล้วกอดเข่าร้องไห้เสียงดังลั่นห้องอย่างไม่อาย ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครสนใจเธออยู่แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ได้รับการปลอบปะโลมหรอก
ความสุขที่อยู่แค่เอื้อมถูกพรากออกไปอีกครั้ง น้ำตาไหลราวเขื่อนแตกจนเธอเหนื่อยจึงหลับไปอีกครั้ง นอนขดอยู่ตรงประตูอย่างน่าสงสาร
ขณะเดียวกันคนที่ใหญ่สุดในบ้านก็หยิบมวนบุหรี่ขึ้นมาสูบ เปิดหน้าต่างรับลมเย็นพร้อมกับปล่อยควันขาวลอยฟุ้งในอากาศ ก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาโดยที่เขาไม่ต้องเปล่งเสียงอนุญาต มีเพียงไม่กี่คนที่ร่างหนาให้เข้ามาในห้องนี้ นอกจากผู้ติดตามสองคนก็คือหัวหน้าแม่บ้านคนเก่าแก่ที่เขาให้ความเคารพ
เขาหันมามองก่อนนั่งลงที่เก้าอี้นวมตัวใหญ่ มือคีบบุหรี่เอาไว้ก่อนจะถามถึงผู้หญิงที่อยู่ชั้นบน แววตาเฉยชาไร้อารมณ์กับความคิดที่ฟุ้งซ่านไม่อาจเรียบเรียงได้ในทันที เขาจมอยู่ในภวังค์ระหว่างฟังรายงานเรื่องของผู้หญิงที่ชื่ออัยย์ลดา
ไม่เคยทราบมาก่อนถึงลูกสาวในสายเลือดของเพื่อนบิดาผู้นี้ คิดว่าอีกฝ่ายตัวเปล่าเล่าเปลือยเสียอีก แต่พอทราบเรื่องทุกอย่างถึงได้เค้นยิ้มสมเพช
มีลูกเพราะไปขืนใจผู้หญิงจนเขาต้องหนีไปเมืองนอก ทิ้งลูกในไส้เอาไว้เผชิญความลำบากทางใจในบ้านหลังใหญ่...
ประวัติของหล่อนช่างน่าสงสารเสียเหลือเกิน แต่จะโทษใครได้นอกจากโชคชะตาที่ทำให้เธอเกิดมา
“เป็นยังไงบ้างครับ”
“นายหญิงขอใช้โทรศัพท์ค่ะ” เขารู้ดีว่าไม่ใช่แค่ประโยคบอกเล่า คล้ายกับว่าหัวหน้าแม่บ้านต้องการเป็นตัวแทนมาขออนุญาตให้เธอสามารถใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อคนที่บ้านได้ แต่เขากลับไม่คล้อยตามแม้แต่น้อย
“ไม่ได้ให้ใช่ไหมครับ” เมินเฉยสิ่งที่นางต้องการจะสื่อ ถามย้ำถึงคำสั่งของตัวเองจนคนอายุมากกว่าต้องตอบตามความจริง
“ค่ะ”
ร่างสูงไม่พูดอะไรนอกจากพยักหน้ารับทราบ ป้าไก่จึงจำต้องเดินออกมาจากห้อง ภาพของอัยย์ลดาที่ร้องไห้ปริ่มขาดใจยังติดตา แต่เรื่องของเจ้านายตนก็ทำไรไม่ได้มาก ภาวนาเพียงแค่ให้หล่อนอยู่รอดปลอดภัย
ไม่ฟุ้งซ่านจนกระโดดออกนอกหน้าต่างเสียก่อน...
คล้อยหลังคนเก่าแก่ของบ้านบุหรี่ก็ถูกยกขึ้นมาสูบอีกครั้ง พร้อมแฟ้มประวัติของผู้หญิงซึ่งนอนร้องไห้บนห้องถูกเปิดอ่าน ยังจำเรื่องเมื่อคืนได้เป็นอย่างดีเพราะเขายื่นคำขาดว่าต้องการแต่งงานเชื่อมความสัมพันธ์ของสองครอบครัว
ซึ่งลูกสาวของคุณจรัลมีคนเดียวคือปาจรีย์...ถึงแม้จะเป็นแค่ลูกติดภรรยาก็ตาม
คิดว่าคุยกับอีกฝ่ายรู้เรื่องแล้ว นัดแนะกันเพื่อจะได้ดองเป็นทองแผ่นเดียว แต่เขารู้ดีว่าถึงตนมีทรัพย์สมบัติมากมาย มรดกที่ชาตินี้ก็ใช้ไม่หมดกลับไม่มีหญิงใดเข้าใกล้ เพราะใบหน้าอัปลักษณ์จากการเกิดอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตพ่อแม่ไป
ความหล่อเหลาที่สาวเหลียวมอง กลายเป็นสิ่งน่าเกลียดที่แม้แต่คนใกล้ชิดก็ตีตัวออกห่าง
เขาคือเจ้าชายอสูรที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้...
อสูรน่าเกลียดและอารมณ์ร้าย นั่นคือเรื่องของผู้ชายที่ชื่อธีรติ วิริยะรุ่งเรือง
ธุรกิจในมือเขาตอนนี้มีโรงแรมหรูริมทะเลกว่าหกแห่งด้วยกันซึ่งเป็นระดับห้าดาวทั้งหมด แล้วก็มีรีสอร์ทหรูบนเกาะอีกสองแห่งสร้างความเป็นส่วนตัวแก่ผู้เข้าพักอาศัย นอกจากนั้นยังมีเช่าเรือยอร์ชสุดหรูพร้อมทั้งเรือสปีดโบ๊ทกว่าสามสิบลำ สร้างท่าเรือของตัวเองโดยเฉพาะ ไม่นับรวมเกาะไข่มุกที่สร้างไว้เพื่อเก็บไข่มุกเพื่อทำจิวเวลรี่ส่งให้ร้านไข่มุกร้านใหญ่สุดในพื้นที่เขาเป็นคนเข้ามาดูแลต่อจากมารดาผู้ล่วงลับไปแล้ว
ตอนนี้เพิ่งทำสวนยางพาราส่งออกให้หลายบริษัททั้งยังรับซื้อจากชาวบ้านได้ไม่ถึงสิบปีแต่ก็เติบโตแบบก้าวกระโดด แล้วเริ่มลงงานสวนมะพร้าวที่เน้นส่งออกต่างประเทศอย่างเดียว งานของเขาค่อนข้างเยอะแต่ส่วนใหญ่ก็มีคนคอยคุมงานให้ มีผู้ติดตามที่เปรียบเสมือนมือซ้ายมือขวาช่วยแบ่งเบาภาระของช“ก็ไม่ต้องบอกให้เขารู้สิคะ ขอร้องนะคะ หนูอยากคุยกับพ่อ” เธอพยายามโน้มน้าวเพราะต้องการติดต่อกับบิดาเพื่อให้ท่านช่วยออกไปจากที่นี่ อยากกลับไปหาครอบครัวแล้วใช้ชีวิตสี่คนอย่างมีความสุขเหมือนเมื่อวาน
ไม่ต้องการอยู่ที่นี่...
“ขอโทษค่ะคุณอัยย์...” พูดได้เพียงเท่านั้นก็ทำให้เธอยิ่งโมโหมากกว่าเดิม แต่ด้วยนิสัยไม่เคยโวยวายกับใครจึงทำได้เพียงตัดพ้อคนตรงหน้า ตอนนี้หล่อนหมดหนทางที่จะออกไปจากห้องสี่เหลี่ยมในบ้านของคนที่ลักพาตัวตนมาแล้ว
คล้ายกับถูกขังอยู่ในกล่องปิดตาย ขอร้องวิงวอนอย่างไรก็ไม่มีใครช่วยเธอได้เลยสักคน...
