บทที่๑...ขายตัว (๒)
“พ่อกับแม่ของฉันสนิทกับพ่อเธอ เรามีสัญญาหมั้นหมายกันตั้งแต่เด็กแล้วตอนนี้ฉันก็ไม่มีใคร เลยคิดว่าควรทวงสัญญานั่นสักที ตอนแรกคิดว่าคนที่มาจะเป็นพี่สาวของเธอซะอีก ใครจะคิดว่าผู้ชายคนนั้นจะเอาลูกตัวเองมาให้จริงๆ” ไม่รู้ว่าคำพูดของเขาเชื่อได้มากน้อยแค่ไหน ชายหนุ่มเอาแต่พล่ามอยู่ฝ่ายเดียวทั้งยังลุกจากเก้าอี้เดินเข้ามาใกล้หล่อน ก่อนโน้มลงมาไล้ตามกรอบหน้าหวานจนเธอต้องปัดมือหนาออก
คำพูดของเขาชวนคลื่นเหียนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะแววตาที่มองมาอย่างเหยียดหยามเหมือนเห็นหล่อนเป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่ง ก็ทำให้ร่างบางนึกขยะแขยงกับสัมผัส ไม่ได้เห็นหน้าเขาชัดเพราะมีหน้ากากปิดบังเอาไว้
แต่แค่สัมผัสก็ทำให้ขนลุกได้แล้ว...
“เธอก็สวย...” โน้มหน้าเข้ามาใกล้จนหล่อนต้องผลักอกเขาออกห่าง พร้อมประกาศก้องเสียงดังลั่นห้องด้วยความกลัว
เธอไม่เคยต้องอยู่กับเพศตรงข้ามในห้องมิดชิดสองต่อสองเลยสักครั้ง ถึงเคยมีความรักก็เป็นแค่รักฝ่ายเดียว ยังคงบริสุทธิ์ทั้งจิตใจและร่างกาย จนกลัวว่าครั้งแรกของเธออาจต้องมอบให้คนน่ารังเกียจที่เพิ่งพบกันครั้งแรก
ดวงตากลมสอดส่องหาทางหนีทีไล่แต่เหมือนจะถูกเธอกันเอาไว้ เธอแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อเห็นแล้วก็ยิ่งสนุกมากกว่าเดิม
“ออกไป!”
ทั้งที่ถูกด่าและมองด้วยสายตารังเกียจ กลับไม่โกรธหล่อนเลยสักนิด ยังคงจ้องดวงหน้าหวานแล้วขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ยิ่งกว่าเดิมจนแทบจะเห็นรูขุมขนบนใบหน้าของหล่อน แสยะยิ้มมีความสุขที่ได้เป็นผู้ล่าเมื่อเจอเหยื่ออ่อนแอ
ไม่ว่าจะบีบหรือคลายสุดท้ายเธอก็ไม่รอดเงื้อมมือเขาหรอก
“ทำไมล่ะ อีกไม่นานเราก็ต้องเป็นผัวเมียกันแล้ว จับนิดแตะหน่อยจะเป็นอะไร...หรือรังเกียจที่หน้าตาฉันอัปลักษณ์ไม่ใช่เจ้าชายหล่อเหลาอย่างที่เธอต้องการ” เอาปมด้อยของตนขึ้นมาพูดให้เธอยิ่งกลัวมากกว่าเดิม จะถอยหนีก็ไม่ได้เพราะแผ่นหลังติดหัวเตียงเป็นที่เรียบร้อย
เธอแทบจะร้องไห้ด้วยความกลัว มือไม้สั่นไปหมดเพราะอยู่ในสถานที่ไม่คุ้นเคย ทั้งยังมีผู้ชายร่างใหญ่เข้ามาคุกคามอีกต่างหาก หล่อนผลักไหล่เขาออกห่างแล้วหยิบหมอนข้างขึ้นมากอด ยกมันมากั้นระหว่างเราเอาไว้
“ฉันจะไปหาพ่อ” บอกเสียงสั่นต้องการหาที่พึ่ง
“ไปทำไม เขายกเธอให้ฉันแล้ว” นั่งลงบนเตียงข้างหล่อนจนร่างบางรีบขยับออกห่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ทันเพราะเขาคว้าแขนเรียวเอาไว้ให้เข้ามาใกล้ เธอตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดรีบเอาหมอนขวางไว้รวดเร็ว กลัวเขาจะเข้ามาใกล้ยิ่งกว่าเดิม
โดยลืมคิดว่าเขาสามารถคว้าหมอนแล้วเอาทิ้งได้อย่างง่ายดาย แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ทำเพราะยังคงสนุกกับการหยอกล้อคนไร้ทางสู้
ไม่ว่าหล่อนจะยอมรับหรือปฏิเสธ สุดท้ายอัยย์ลดาก็ต้องอยู่ที่นี่กับเขาเหมือนเดิม
“ไม่จริง! พ่อไม่มีทางทำแบบนั้น พ่อรักฉัน ทุกคนที่บ้านดีกับฉัน...” ยิ่งคิดถึงเรื่องแสนอบอุ่นหัวใจที่ได้รับจากคนในครอบครัวก็ไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เขาบอก พ่อของเธอไม่มีวันขายลูกสาวตัวเองอย่างแน่นอน คนที่ให้ความรักกับลูกขนาดนั้นจะยอมแลกหล่อนกับเงินจริงหรือ
บางทีผู้ชายคนนี้ก็แค่โกหก เธอไม่มีทางเชื่อคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกหรอก
อยากถามจากบิดาที่ไปรับตนมาจากกรุงเทพฯ มากกว่า...
“หึ อ่อนต่อโลกเกินไปหรือเปล่า พวกนั้นดีด้วยเพราะต้องการให้เธอเป็นตัวแทนมาแต่งงานกับฉันไง ไม่อย่างนั้นคิดเหรอว่าจะรับเธอมาอยู่ด้วยทั้งที่ทิ้งไปยี่สิบกว่าปี” ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจที่เขารู้เรื่องของตนมากกว่าที่คิด ไม่รู้ว่าเตรียมข้อมูลมาดีหรือรู้ความจริงกันแน่ แต่เธอก็ยังไม่อยากเชื่อว่ามันเป็นความจริง
พ่อขายเธอเพื่อให้แต่งงานกับเขา...
แล้วทำไมท่านต้องทำอย่างนั้น สายตาที่มองมามีแต่ความรักใคร่ แม่และพี่สาวก็ดีกับเธอจึงเป็นเหตุผลให้ไม่เชื่อคำพูดของคนที่เพิ่งเจอ
“คุณรู้...”
“ใช่ ฉันรู้ ตอนแรกคิดจะไม่ยอมแล้วล่ะ แต่ยิ่งเห็นว่าเธอเป็นสายเลือดเดียวกับมันเรื่องอะไรจะปฏิเสธ สายเลือดชั่วๆ ที่กล้าหักหลังกระทั่งเพื่อนตัวเอง” ยิ่งพูดความรู้สึกก็ปะทุรุนแรงขึ้นจนขว้างหมอนทิ้งลงพื้นก่อนบีบแขนเรียวจนใบหน้าหวานเหยเก
สัมผัสความโกรธแค้นของเขาผ่านแววตาและการกระทำ พยายามขืนตัวออกทั้งขยับห่างเพราะรู้สึกว่าเราใกล้กันเกินไป แต่เขากลับไม่ปล่อยให้เธอได้ทำตามใจ ดึงหล่อนเข้ามาใกล้แทบจะเกยตักทำให้เธอกลัวมากกว่าเดิม
“แล้วฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย” ถามเสียงสั่นน้ำตาคลอเบ้า
