บทที่๑...ขายตัว (๑)
บทที่๑...ขายตัว
เพิ่งสังเกตว่าห้องที่ตนนอนต่างจากห้องเมื่อคืนอย่างเห็นได้ชัด ผนังสีชมพูอ่อนแปรเปลี่ยนเป็นสีขาว ตู้เสื้อผ้าหรือโต๊ะเครื่องแป้งกระทั่งโซฟาติดหน้าต่างก็หายไป เหลือเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกไม่กี่ชิ้นเท่านั้น ลำคอแห้งผากไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยสักนิด เริ่มกลัวจนต้องถอยมาตั้งหลัก นั่งบนเตียงพลางกอดผ้าห่มเอาไว้แน่น
จ้องผู้ชายที่กอดอกไขว้ห้างมองมาที่หล่อน สายตาน่ากลัวจนไม่กล้าสบ คล้ายมัจจุราชที่กำลังมาพรากชีวิตไปจากเธอ ประเมินจากสถานการณ์ตอนนี้รู้ดีว่าตัวเองกำลังเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัว
เมื่อคืนยังมีความสุข ตอนนอนยังฝันหวานถึงอนาคตที่สดใส ไม่คิดเลยว่าตื่นมาจะพบกับความจริงแสนเลวร้าย ไม่มีเวลาให้ตั้งรับเลยด้วยซ้ำ พยายามคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองแต่กลับไม่ได้คำตอบ ความกลัวที่มีต่อคนตรงหน้ายิ่งเพิ่มมากขึ้น เมื่อเขาจ้องหล่อนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เหมือนประเมินราคาของชิ้นหนึ่ง
ปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ยังไม่มีทีท่าว่าเขาจะเข้ามาข่มเหง ระยะห่างของเราค่อนข้างเยอะพอสมควร ถ้าเธอวิ่งไปเปิดประตูจะทันหรือเปล่า เมื่อเขานั่งเป็นยักษ์ปักหลั่นขวางทางเอาไว้ อยากร้องไห้เสียเดี๋ยวนี้ก็ต้องกลั้นเอาไว้ ไม่คิดจะแสดงความอ่อนแอให้ผู้ชายตรงหน้าเห็นเป็นอันขาด สิ่งแรกที่ต้องทราบคือประวัติของเขา
แต่ก็ไม่รู้ว่าฝ่ายชายจะตอบมากน้อยแค่ไหน...
แล้วเขาจะบอกความจริงกับเธอหรือเปล่า
“คุณเป็นใคร...” เพิ่งเจอกันครั้งแรกจึงเลือกจะถามชื่อ เขาเลิกคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อเห็นอาการของหญิงสาวสงบเร็วกว่าที่คิด นึกว่าจะโวยวายแล้ววิ่งรอบห้องเพื่อหาทางหนีเสียอีก แต่หล่อนกลับทำแค่นั่งบนเตียงแล้วกอดผ้าห่มไว้แน่น
น่าสนใจจริงด้วย...
“ธีรติ” แนะนำตัวให้เธอทราบ โดยที่ไม่ถามประวัติของร่างบางเพราะเขารู้ดีว่าเธอเป็นใคร
ทราบประวัติของอีกฝ่ายหมดทุกอย่างเพราะให้คนของตัวเองไปสืบเป็นที่เรียบร้อย คนที่เข้ามาอยู่ในบ้านวิริยะรุ่งเรืองต้องผ่านสายตาเขาตลอด ยิ่งเป็นเธอเขาก็ต้องสืบให้รู้เรื่องราวเบื้องหลัง ก่อนเอาใครเข้าบ้านเพื่อเป็นคุณผู้หญิงต้องเช็คประวัติสักหน่อย
ซึ่งเรื่องนี้เธอคงไม่ทราบ เพราะเพิ่งตื่นได้ไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ กลับต้องมาตกใจที่เห็นผู้ชายแปลกหน้านั่งในห้อง ไม่รู้เลยว่าอนาคตเขาจะเป็นสามีของเธอ
แต่ไม่ใช่การแต่งงานเพราะรัก มันคือความแค้นเพียงอย่างเดียว!
“แล้ว แล้วทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่” ทราบชื่อของอีกฝ่ายแต่ก็ไม่รู้มากกว่านั้น นึกหงุดหงิดที่ร่างสูงไม่อธิบายอะไรสักอย่าง เขาบอกแค่ชื่อแล้วตัดจบรวดเร็ว ดวงตากลมหลุบมองเตียงนอนขณะที่ถาม ไม่กล้าจะมองใบหน้าคมที่มีหน้ากากปิดบังเอาไว้
นึกสงสัยเหมือนกันว่าภายใต้หน้ากากเขาจะน่าเกลียดมากแค่ไหน แล้วเหตุใดชายหนุ่มจึงต้องปิดบังหน้าตาของตนด้วย
แต่เรื่องนั้นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการทราบในตอนนี้ จึงได้เข้าเรื่องของตัวเองอย่างรวดเร็ว เมื่อคืนนอนในห้องแสนอบอุ่นที่บ้านซึ่งเต็มไปด้วยความรัก แล้วทำไมตื่นขึ้นมาทุกอย่างจึงกลับตาลปัตรหน้ามือเป็นหลังมือ
ความสุขของเธอกำลังจะหายไป...
“พ่อของเธออุ้มมาส่งที่บ้านของฉัน” เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ก่อนจะตอบตามความจริง แต่กลับส่งผลให้คนฟังตะโกนโต้กลับเสียงดัง ใบหน้าแดงก่ำจ้องเขาตาเขม็งเหมือนลูกแมวที่พร้อมสู้ทั้งที่ไม่สามารถสู้เขาได้สักอย่าง
แค่พละกำลังก็แพ้แล้ว ไหนจะสรีระที่ค่อนข้างต่างอีก เธอสูงแค่ร้อยหกสิบต้นส่วนเขาน่าจะเกินร้อยแปดสิบปลายด้วยซ้ำ หากวัดกันแล้วคงสูงแค่เพียงช่วงอกของชายหนุ่ม เขาสามารถทำอะไรต่อมิอะไรกับหล่อนได้สบาย
“ไม่จริง!”
“ไม่จริงหรือเธอไม่เชื่อกันแน่ คิดว่าพ่อของเธอมันดีเลิศประเสริฐหรือไง ก็แค่คนที่ต้องเอาตัวรอดยอมกระทั่งขายลูกสาว...” แสยะยิ้มก่อนพูดให้หล่อนตาสว่าง แล้วประโยคนั้นก็ทำให้เธอชะงักในทันที สับสนมึนงงไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
ผู้ชายที่หล่อนเรียกว่าพ่อ กับครอบครัวแสนอบอุ่นที่เพิ่งได้มา เขากำลังจะบอกว่ามันคือภาพลวงตาอย่างนั้นหรือ
คนที่โหยหาความรักมาตลอดเริ่มสั่นคลอน
“ขาย ขายฉัน...หมายความว่ายังไงกันแน่” ต้องการคำตอบที่แน่นอน แล้วเขาก็อธิบายให้ฟังเป็นประโยคยาวที่เธอพยายามจับใจความสำคัญ
