บทที่ 4 โลกคู่ขนาน
"เจ้าจิ้งจอกน้อย เหตุใดมานอนกินบ้านกินเมืองตรงนี้กัน" เท้ายาวเขี่ยร่างเล็กที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นอย่างไม่ไยดี
'กลับหรือยัง เสียงนี้คุ้นหูเกินไปแล้ว แล้วอะไรมาเขี่ย ๆ ที่หลังล่ะนี่?' เส้นคิ้วงามขมวดเข้าหากันมุ่น
เปลือกตาบางเปิดปรือขึ้นอีกครั้ง เบื้องหน้าของลู่เสียนหลานยังคงปรากฏภาพใบหน้าคมเข้มเย็นชาที่ยังคงยืนกอดอกจ้องมองมายังตนเขม็ง
"เซียวจื่อเฟิ่ง ทำไมยังเป็นท่าน!" ลู่เสียนหลานลุกพรวดขึ้นมาจากพื้น
"แล้วเหตุใดจะเป็นข้าไม่ได้เล่า เจ้าคิดว่าต้องเป็นผู้ใดเช่นนั้นหรือ?" คิ้วหนาเลิกขึ้นด้วยความฉงน
"แล้วข้ายังอยู่ที่นี่!? ยังอยู่ได้ยังไงกัน นอนหลับไปตื่นหนึ่งแล้ว ยังอยู่ ยังอยู่อีกอย่างนั้นหรือไงกัน" ลู่เสียนหลานกระวนกระวายคล้ายคนเสียสติ ริมฝีปากพร่ำบ่นขมุบขมิบ
"เจ้าทำตัวเช่นนี้อีกแล้ว อยากกลับร่างเดิมหรืออย่างไรกัน"
"ท่านพาข้ามากักขังที่นี่เพื่อสิ่งใดกัน หรือว่าท่านจะ...ทะ...ท่านจะ" เรียวนิ้วชี้ส่ง ๆ พลางเอ่ยปากด้วยท่าทีละล่ำละลัก
"จะ...อะไรของเจ้า?" เซียวจื่อเฟิ่งเลิกคิ้วเบาบาง
"ท่านจะถลกหนังข้า ไปทำผ้าห่มใช่หรือไม่!!" ลู่เสียนหลานโพล่งออกมาพลางโอบกอดเรือนร่างของตนที่ยังคงมีเพียงผ้าคลุมผืนหนาปกปิดผิวกาย
"เจ้าปีศาจจิ้งจอกน้อย ข้าพาเจ้ามาที่นี่คิดว่าข้าเองพาเจ้ามาเที่ยวเล่นเช่นนั้นหรืออย่างไรกัน หืม..."
"ละ...แล้ว ท่านต้องการสิ่งใดกัน จะขังข้าไว้ที่นี่อีกกี่วัน กี่เดือน กี่ปี ที่นี่น่าเบื่อเกินไปแล้ว" ลู่เสียนหลานลอบมองอีกฝ่ายด้วยนึกขลาดกลัว ภายในใจยังคงครุ่นคิด 'ไม่แปลกใจเลยจริง ๆ ที่นักอ่านจะวิพากษ์วิจารณ์นิยายของเรา'
ในใจของลู่เสียนหลานเกิดอาการร้อนรน พลันโสตประสาทการได้ยินของลู่เสียนหลานคล้ายได้ยินเสียงทุ้มกำลังร้องเรียกชื่อของเขาเดิม ๆ ซ้ำ ๆ
.
.
.
"เสียนหลาน เสียนหลาน" เสียงของลี่หมิงดังก้องเข้ามากระทบโสตประสาทของลู่เสียนหลาน ทว่าเขาไม่สามารถตอบกลับเสียงที่กำลังพร่ำเพรียกชื่อตนได้เลย
'ลี่หมิง ลี่หมิง เราอยู่นี่ เราอยู่ที่นี่ นายมาพาเราออกไปได้ไหม ช่วยปลุกเราที' ลู่เสียนหลานทำได้เพียงกู่ก้องร้องตะโกนอยู่ภายในใจ
ดวงตากลมโตสอดส่ายสายตาไปมา เจ้าของร่างบางหมุนวนรอบกายคล้ายคนเสียสติ ผู้ที่ยังคงยืนจับจ้องทุกการกระทำอันแปลกประหลาดนั้น หรี่ดวงตาลงเล็กน้อยด้วยความสนใจใคร่รู้พลางเอ่ยปาก
"เจ้ากำลังคิดจะหนีต่อหน้าข้าเช่นนั้นหรือ?"
"นี่พี่ชาย ท่านนี่ก็ช่างวัน ๆ เอาแต่เฝ้าข้าหรือยังไง ไม่ไปไหนมาไหนเลยหรืออย่างไรกัน" นัยน์ตาคู่งามค้อนคนตาคว่ำ
"หึ หากข้าไม่เฝ้าเจ้าไว้ รังแต่จะทำร้ายผู้อื่นเอาได้อย่างไรเล่า"
'ทำร้าย ทำร้ายอะไร เราเนี่ยนะ หรือว่าจะเป็นเจ้าปีศาจจิ้งจอกในนิยายของเรากัน... ลู่เสียนหลานนะลู่เสียนหลาน จะเข้ามาในฝันแล้วเป็นใครก็ได้ แต่ทำไมต้องมาเป็นปีศาจจิ้งจอกสวรรค์ตัวนี้ด้วยเล่า เฮ้อ'
"พี่ชาย ก่อนหน้านี้ตัวข้าเองไปทำสิ่งใดไว้กัน เหตุใดท่านเองจ้องตามล่าแต่เพียงตัวข้า หรือว่าข้าไปทำร้ายเข่นฆ่าผู้ใดเขามาเช่นนั้นหรือ?"
"เจ้ายังกล้ามาถามข้า อยู่ในนี้สำนึกตนเองไปสักพันปีดีหรือไม่!?"
"หา... พันปี พี่ชาย อย่าว่าแต่พันปีเลย สิบปีให้ได้ก่อนเถอะ ไม่ใช่ว่าข้าจะตายไปก่อนนะ" ใบหน้างามเหยเกขึ้นมาในทันใด
"เจ้าคือปีศาจจิ้งจอกสวรรค์ แค่พันปีคงไม่ตายไปก่อนหรอกกระมัง"
"เฮ้อ เหนื่อยใจ เอาเถอะพี่ชาย จะยังไงก็แล้วแต่ท่านเถอะ" ลู่เสียนหลานเอ่ยอย่างนึกปลดปลง
ภายในห้องที่มืดมนก่อนหน้าพลันปรากฏแสงสีทองสว่างวาบทั่วบริเวณ พื้นที่โดยรอบโอบล้อมด้วยกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง กลุ่มหมอกควันลอยพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศ กลิ่นกำยานอันน่าแปลกประหลาดเริ่มกำจายกลิ่นออกมาตลบอบอวล ทว่าเมื่อลู่เสียนหลานสูดดมเข้าไป จึงทำให้ร่างกายเริ่มอ่อนกำลัง เปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง และค่อย ๆ หลับลงช้า ๆ
"ทะ...ท่าน นี่คือสิ่งใดหรือ เหตุใดข้า ข้า..." ประโยคที่ยังไม่สิ้นสุดถูกกลืนกลับเข้าไปยังลำคอ เรียวขาคู่งามเริ่มทรงตัวไม่อยู่ โงนเงนไปมาคลับคล้ายคลับคลาจะทรุดลงอยู่รอมร่อ ทว่าเจ้าของเรือนร่างอันผอมบางยังไม่ทันร่วงถึงพื้น ฝ่ามือแกร่งดังคีมเหล็กจึงเอื้อมคว้ารับเอาร่างกายของลู่เสียนหลานที่กำลังหมดแรงด้วยความรวดเร็ว
"หึ!!" ริมฝีปากได้รูปยกโค้งหนึ่งฝั่งด้วยความเยียบเย็น ท่อนแขนล่ำสันจึงช้อนร่างของคนตัวเล็กกว่าลอยหวือขึ้นจากพื้น
เซียวจื่อเฟิ่งอุ้มร่างอันบางเบามุ่งตรงไปยังแท่นหยกขนาดใหญ่ ชายหนุ่มค่อย ๆ วางร่างงามลงด้วยความเบามือ พลางยืดกายยืนขึ้นเต็มความสูง เมื่อเขาวางร่างของอีกฝ่ายไว้อย่างถนัดถนี่แล้ว เซียวจื่อเฟิ่งจึงหันหลังและก้าวเดินห่างออกไป ทิ้งให้ลู่เสียนหลานยังคงนอนอยู่บนเจ้าแท่นหยกสีมรกตคล้ายเตียงนอนขนาดใหญ่เพียงลำพัง แสงสว่างบนแท่นหยก พลันปรากฏลำแสงขึ้นมาปกคลุมเรือนร่างที่กำลังนอนทอดกายสูงยาวด้วยความเบาบาง
"เสียนหลาน เสียนหลาน" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาที่ข้างใบหู ร่างกายของลู่เสียนหลานเริ่มขยับไหวเล็กน้อย
เปลือกตาที่หนักอึ้งเปิดปรือขึ้นมาช้า ๆ ภาพเบื้องหน้าพลันปรากฏเป็นเจ้าของดวงหน้าคมคายกำลังส่งยิ้มด้วยความโล่งใจให้กับคนที่ยังนอนโรยแรงอยู่บนเตียงนอนของผู้ป่วย
"เสียนหลาน คราวหลังนายช่วยพักผ่อนให้มากหน่อยได้ไหม ดีนะที่เราลืมของเลยกลับไปเอาที่ห้องนาย เห็นนายนอนฟุบไม่ได้สติ ทำเอาเราตกอกตกใจหมด"
ลู่เสียนหลานส่งยิ้มเบาบางให้กับลี่หมิง "เรากลับมาได้แล้วใช่ไหม"
"กลับ?" ลี่หมิงเลิกคิ้วด้วยความสงสัย
"เปล่า ไม่มีอะไร เราหิวน้ำ ช่วยหยิบน้ำให้เราหน่อยได้ไหม"
ลี่หมิงจึงรีบหันรีหันขวางหยิบเอาน้ำในเหยือกรินใส่แก้วพลางยื่นจ่อไปที่ริมฝีปากรูปกระจับด้วยความระมัดระวัง
"เสียนหลาน ให้เราไปอยู่เป็นเพื่อนไหม" ลี่หมิงเอ่ยด้วยใบหน้าเป็นกังวล
"ไม่เป็นไรลี่หมิง เราสบายดี" ริมฝีปากงามเอ่ยคำอย่างยากลำบาก
'กลับมาแล้ว เรากลับมาแล้วจริง ๆ สินะ ถ้านอนหลับไปอีก คราวนี้จะยังได้กลับมาหรือเปล่า?' ลู่เสียนหลานทำได้เพียงฉุกนึกในใจ ตัวเขาเป็นกังวลว่าครั้งต่อไปอาจไม่มีหนทางที่ตนจะได้กลับมาอีกเป็นแน่ เนื่องด้วยการเข้าไปในฝันของตนแต่ละครั้งมักจะยืดระยะเวลาออกไปเรื่อย ๆ เช่นคราวนี้ ลู่เสียนหลานคิดว่าอาจไม่ได้กลับมาแล้วเสียด้วยซ้ำ
"เสียนหลาน คิดอะไรอยู่อย่างนั้นหรือ?" ลี่หมิงลอบมองท่าทีนิ่งเงียบของคนป่วยบนเตียง
"เปล่า แล้วนี่เราอยู่ที่ไหน?"
"โรงพยาบาล"
"หา!...โรงพยาบาล แค่นอนหลับไปเท่านั้นเอง ทำไมต้องถึงขั้นมาโรงพยาบาลด้วย"
"แค่หลับหรอ เราเห็นเสียนหลานหลับไปสองวันสองคืนแล้ว พยายามปลุกก็ไม่ตื่นขึ้นมาสักที"
"สองวันสองคืน!!" ลู่เสียนหลานตกใจเบิกดวงตาโพลง
'มิน่าล่ะ อยู่ในนั้นซะนาน พยายามนอนตื่นมาอีกตั้งหลายตื่นก็ยังไม่กลับมาเสียที แบบนี้ถ้าเราเผลอเข้าไปอีกจะกลับมาได้ยังไงนะ?" ใบหน้างามขมวดคิ้วมุ่น ในใจครุ่นคิดหนทางเอาตัวรอดอย่างหนัก
"ลี่หมิง เราอยากกลับบ้าน!"
"เสียนหลาน แต่ตอนนี้ร่างกายของนายยังไม่ดีขึ้นเลยนะ" น้ำเสียงลี่หมิงบ่งบอกถึงความเป็นกังวลใจ
"เราดีขึ้นแล้ว ลี่หมิงช่วยพาเรากลับที เรามีเรื่องต้องทำ" ลู่เสียนหลานส่งสายตาอ้อนวอน
"เสียนหลาน นายยังมีเรื่องที่ต้องทำอะไรอีกหรอ เราว่าพักผ่อนก่อนดีกว่าไหม"
"เราจะกลับ!" ลู่เสียนหลานตวัดสายตาค้อนมองลี่หมิงเขม็ง พลางเอ่ยเสียงแข็งเมื่อถูกขัดใจ
"ได้ ได้ กลับก็กลับ" ลี่หมิงถอนหายใจออกมาเบา ๆ
เมื่อกลับถึงห้อง ลู่เสียนหลานจึงรีบมุ่งตรงไปยังคอมพิวเตอร์ตัวเก่งของเขาด้วยความรวดเร็ว มือเรียวกดเปิดเครื่องในทันที
ลู่เสียนหลานรีบเข้าเว็บไซต์ที่ตนเองเขียนนิยายด้วยความร้อนใจ เขาเองอยากรู้เช่นเดียวกัน ว่าหลังจากที่ตนได้หลับลงไปแล้วเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่
นิยายเรื่องเดิมที่ลู่เสียนหลานเขียนขึ้นมาเองกับมือ กลับมาบนแพลตฟอร์มอีกครั้งดังคาด มือเรียวกุมขมับด้วยความเคร่งเครียด ยังไม่ทันได้เปิดเข้าอ่านสิ่งที่ต้องการ เจ้าเพื่อนตัวดีพลันเข้ามาขัดขวางเอาเสียดื้อ ๆ
"เสียนหลาน ทำไมยังมานั่งตรงนี้ ไปพักผ่อนเดี๋ยวนี้เลย" ลี่หมิงว่าพลางดึงร่างอันผอมบางของลู่เสียนหลานขึ้นมาจากเก้าอี้ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมเชื่อฟังสายตายังคงจดจ้องที่จอคอมพิวเตอร์ตัวเก่งไม่วางตา
"เราไม่ไป" ลู่เสียนหลานแข็งขืนร่างกายไว้อย่างดื้อดึง
"ถ้าไม่ไป เราจะอุ้มเสียนหลานไปเอง" ก่อนที่ฝ่ามือกว้างจะทันได้โอบอุ้มเอาร่างของลู่เสียนหลานขึ้นมา เจ้าของร่างเล็กจึงลุกพรวดขึ้นมาในทันใด
"เราไปเอง" ลู่เสียนหลานถลึงตามองอย่างขัดใจ
เท้าเรียวยาวก้าวเดินฉับ ๆ ตรงดิ่งไปยังที่นอนหนานุ่ม ลู่เสียนหลานมุดร่างกายเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนหนา ในใจของเขายังคงครุ่นคิดอย่างหนักแทบไม่อยากหลับตาลงเลยแม้เพียงน้อย เกรงว่าการหลับตาลงในคราวนี้จะต้องเข้าไปในฝันอันน่าเหลือเชื่ออีกครั้งเป็นแน่
"ลี่หมิง ถ้าครั้งนี้เรานอนแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยนายจะทำยังไง"
"เสียนหลาน ทำไมพูดแบบนั้น แค่นอนพักผ่อนเอง ถ้าหากเสียนหลานไม่ตื่นเราจะไปตามเสียนหลานกลับมาเอง"
ลู่เสียนหลานพยักหน้าหงึกหงัก ดวงตาคู่งามปิดปรือลงด้วยความเหนื่อยอ่อนอีกครั้ง
ลี่หมิงยังคงมองดูใบหน้าที่ซีดเซียวของเพื่อนรักค่อย ๆ หลับลงช้า ๆ กระทั่งลมหายใจของลู่เสียนหลานเข้าออกเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ
นิ้วเรียวของลี่หมิงยื่นเข้าใกล้ดวงหน้างามที่เข้าสู่ห้วงนิทรา พลางเกลี่ยไรผมที่ปรกลงมาปิดใบหน้าของลู่เสียนหลานความห่วงใย
ภายในใจของลี่หมิงยังแอบเป็นกังวลอยู่บ้าง เพียงแต่คราวนี้เขาต้องการให้ลู่เสียนหลานได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ใช่ว่าลี่หมิงนั้นไม่คิดหวาดเกรงว่าอีกฝ่ายจะหลับใหลลงไปแล้วไม่ตื่นขึ้นอีก แต่ทว่าจะทำอย่างไรได้ หากต้องให้ลู่เสียนหลานมานั่งฝืนร่างกายตน นั่นไม่ใช่ว่าจะยิ่งทวีความเจ็บป่วยให้อีกฝ่ายหรืออย่างไรกัน
ร่างงามที่นอนทอดร่างยาวเหยียดอยู่บนแท่นหยกสีมรกต ขยับกายด้วยความเชื่องช้า ลู่เสียนหลานลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เพลานี้เรือนร่างที่ถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมผืนหนาแปรเปลี่ยนเป็นสวมเครื่องแต่งกายสีม่วงอ่อน เมื่อได้พิศมองแล้วช่างขับเน้นสีผิวขาวนวลได้อย่างลงตัว
'ว่าแล้วไง! เจ้าลี่หมิง บอกแล้วว่าไม่อยากนอน ไม่อยากนอน เป็นไงละทีนี้ ไม่ได้กลับ ไม่ได้กลับอีกเป็นแน่ แบบนี้ไม่สู้ให้เราตาย ๆ ไปเลยยังดีซะกว่า'
"ดีขึ้นแล้วหรือไม่?" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด
ลู่เสียนหลานหันรีหันขวาง กวาดดวงตามองหาแหล่งที่มาของเสียง
"ท่านจะมาก็อย่ามาแต่เสียงจะได้หรือไม่!"
สิ้นประโยคท่อนขาอันสูงยาวจึงก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนยังเบื้องหน้าของลู่เสียนหลาน นัยน์ตาคมเข้มจับจ้องไปยังอีกฝ่ายด้วยท่าทีเรียบเฉย
"เจ้าปีศาจจิ้งจอกน้อย ไยช่างอกตัญญูยิ่งนัก ก่อนที่เจ้าจะต้องไปรับโทษที่แท่นลงทัณฑ์ ข้ายังอุตส่าห์พาเจ้ามารักษาตัวเกรงว่าหากฝืนไปสภาพเช่นนั้นเจ้าเองคงรับไม่ไหว เหตุใดจึงตอบแทนผู้มีพระคุณเช่นนี้หรือ?" คิ้วหนาเลิกขึ้น
"ทะ...แท่นลงทัณฑ์" ลู่เสียนหลานตัวแข็งทื่อในทันใด เขาจำได้ว่าเป็นคนสร้างแท่นลงทัณฑ์นี้ขึ้นมาด้วยมันสมองอันน้อยนิด ย่อมรู้ดีว่าแท่นลงทัณฑ์ที่อีกฝ่ายเอ่ยถึงนั้นน่ากลัวเพียงใด 'คงไม่ใช่ว่าเจ้าจิ้งจอกที่อยู่ในร่างเดิมก่อกรรมทำชั่วไว้มากมายสินะ'
"นี่ พี่ชาย ขะ...ข้า ทำสิ่งใดผิดเช่นนั้นหรือ เหตุใดต้องให้ข้าไปรับโทษด้วยเล่า?"
"หือ เจ้าคิดว่าการที่ข้าตามจับตัวเจ้าอย่างยากลำบาก เป็นเพราะเจ้านั้นคือปีศาจที่แสนดีเช่นนั้นหรืออย่างไรกัน" นัยน์ตาคมเข้มจ้องเขม็งอย่างไม่วางตา
"พี่ชาย หากท่านจับมาผิดตัวเล่า แบบนี้ไม่ถือว่าท่านลงโทษผิดคนหรือไม่!?" ลู่เสียนหลานเอ่ยด้วยความประหม่า เขาลอบมองท่าทีจากใบหน้าสุดแสนเย็นชาของอีกฝ่าย
"ผิดคน?" คิ้วหนาเลิกขึ้นด้วยความฉงน
"ใช่ผิดคน!! หากข้าไม่ใช่เจ้าปีศาจจิ้งจอกสวรรค์ที่ท่านตามหาเล่า ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร หึ!" เจ้าของใบหน้างามเชิดขึ้นด้วยท่าทีดื้อดึง
ลู่เสียนหลานหวังเพียงว่าเขาจะรอดพ้นจากโทษทัณฑ์ที่ตนนั้นไม่ได้เป็นผู้ก่อ เขาพยายามพูดจาโน้มน้าวใจของเซียวจื่อเฟิ่งที่ยังคงยืนปั้นหน้าตายไม่รู้สึกรู้สาใด
เซียวจื่อเฟิ่งกวาดสายตามองใบหน้าของลู่เสียนหลานด้วยความสนใจใคร่รู้ หรี่นัยน์ตาจ้องมองอีกฝ่าย พลันเอ่ยปาก "ใบหน้าที่ล่อลวงผู้คนเช่นนี้ เจ้ายังมาหาว่าข้านั้นจำผิดคนอีกเช่นนั้นหรือ?"
'แย่แล้ว แย่แล้ว จะมีอะไรที่แย่ไปกว่านี้ไหมนะ ลู่เสียนหลานเอ๋ย แกมันช่างเป็นผู้โชคร้ายโดยแท้จริง ในฝันนี่ก็ปะไรเหมือนความจริงเกินไปแล้ว' นิ้วเรียวจึงหยิกเข้าที่ท้องแขนตนเองเสียจนเกิดรอยแดงเป็นจ้ำ
"โอ๊ย!!" ริมฝีปากบางร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ฝ่ามือเรียวลูบท้องแขนที่ตนเพิ่งหยิกไปเมื่อสักครู่ป้อย ๆ
"ทำสิ่งใดของเจ้า!!" เซียวจื่อเฟิ่งถลึงดวงตามมองด้วยความฉงน
"นี่มันไม่ใช่ฝันหรืออย่างไรกัน ทำไมถึงเจ็บขนาดนี้เนี่ย" ใบหน้างามเหยเกด้วยความเจ็บปวด
ลู่เสียนหลานคงรู้สึกตัวช้าไปเสียแล้ว ทุกคราวที่เขามายังดินแดนแห่งนี้ ความรู้สึกเหน็บหนาว และความเจ็บปวดที่ก่อตัวขึ้น หาใช่ความฝันอย่างเช่นที่ลู่เสียนหลานคิดไม่ ทว่านี่อาจเป็นอีกสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีตัวตนอยู่จริงบนโลกคู่ขนาน ซึ่งบังเอิญว่าลู่เสียนหลานดันเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาด้วยจินตนาการของตัวเขาเอง
