ปรับเปลี่ยนบทร้ายให้กลายเป็นบทรัก

153.0K · จบแล้ว
PPnida
38
บท
829
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ลู่เสียนหลานนักเขียนนิยายได้ทะลุมิติเข้าไปยังโลกแห่งจินตนาการที่ตังเองสร้างขึ้น ทว่าเรื่องชวนปวดหัวยิ่งกว่าการทะลุมิติก็คือ เข้ากลับกลายมาเป็นเจ้าปีศาจจิ้งจอกที่กำลังถูกตามไล่ล่าจากมือปราบปีศาจ

นิยายแฟนตาซีนิยายเทพเซียนนิยายย้อนยุคนิยายจีนโบราณผู้ชายอบอุ่นนักล่าฝึกพลังเซียนพระเอกเก่งข้ามมิติจีนโบราณ

บทที่ 1 นักเขียนไส้แห้ง

หนุ่มน้อยเจ้าของใบหน้าเกลี้ยงเกลา งดงามหล่อเหลาขาวนวลยิ่งกว่าหยกบริสุทธิ์ ดวงตากลมโตของเขากำลังกวาดมองตัวอักษรบนจอคอมพิวเตอร์ด้วยความหงุดหงิด ริมฝีปากรูปหัวใจพร่ำบ่นขมุบขมิบ หัวคิ้วดกดำเคลื่อนเข้าหากันเสียจนผูกเป็นปม

[ฮันเตอร์ : นิยายอะไรกันวัน ๆ พระเอกไม่เห็นทำอะไร ออกล่าแต่ปีศาจจิ้งจอกอยู่นั่นแหละ นักเขียนคิดพล็อตไม่ออกแล้วหรืออย่างไรกัน?]

[คุณหนูผู้ล่วงรู้ทุกสิ่ง : เมื่อไหร่จะเจอนางเอกสักที ตามจนเหนื่อย พระเอกก็เอาแต่ปั้นหน้าเย็นชา!]

[นักรบนิรนาม : บางทีก็อยากจะถามคุณนักเขียน เขียนนิยายแนวนี้มานานหลายปี ยังไม่เห็นปรับปรุงแนวใหม่เสียบ้าง เรื่องรักโรแมนติกลองเขียนดูบ้างไหมคะ หรือคุณนักเขียนไม่เคยมีประสบการณ์ความรักกัน อุ๊ปส์!!]

[สาวงามผู้เลื่องชื่อ : พ่อพระเอกเขามีหน้าเดียวหรืออย่างไร แบบนี้ผู้หญิงหน้าไหนเขาจะชอบกัน บอกตามตรงอ่านแล้วให้ความรู้สึกว่าตัวเอกมีแค่หน้าเดียวทั้งเรื่อง แบบนี้ไงนิยายถึงไม่เคยดังสักที แยกย้าย]

"หน็อย...เจ้าพวกตาไม่ถึง นิยายของเราแย่ตรงไหนกัน กล้าพาดพิงถึงความรักของเราเลยรึไง เหอะ!... ทำไมจะต้องอยากให้พระเอกมีเมียกันนักหนา หึ!!"

คอมเม้นท์ที่เด่นหราอยู่บนหน้าจอ ส่งผลให้หัวใจของชายหนุ่มอารมณ์เดือดพล่าน เสียจนอยากร้องตะโกนออกมาดัง ๆ นิ้วเรียวยาวรัวคลิกเมาส์เสียจนแทบพัง

[อัศวินรัตติกาล : ผมเองมองว่านักเขียนเขาก็คงมีเหตุผลของเขาที่แต่งเนื้อเรื่องออกมาในทำนองนั้น ผมว่าหากทุกคนไม่ชอบ ควรตัดปัญหาโดยการไม่เข้ามาอ่านน่าจะดีต่อทุกฝ่ายนะครับ]

ปลายนิ้วชี้คลิกเมาส์ดัง ปั้ก!! ด้วยความรุนแรงและกดปิดคอมพิวเตอร์อย่างไม่สบอารมณ์ในทันใด ก่อนที่เขาจะเอนกายพิงพนักเก้าอี้ตัวนุ่ม แหงนหน้ามองเพดานอย่างเลื่อนลอยด้วยความสิ้นหวัง

‘หรือเราจะไม่เหมาะกับการเป็นนักเขียนจริง ๆ นะ ลู่เสียนหลานเอ๋ยลู่เสียนหลานแกมันนักเขียนนิยายไส้แห้งโดยแท้...เฮ้อ’ เจ้าของใบหน้าเกลี้ยงเกลา ส่ายหัวให้กับตัวเองเบา ๆ ทอดถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ปิดเปลือกตาอันหนักอึ้งลงอย่างช้า ๆ

"เอ๋! ที่ไหนกันทั้งมืดทั้งหนาว ทะ...ทำไมขยับไม่ได้!!"

"ปีศาจน้อย เจ้ารู้สึกตัวแล้วหรือ" เสียงทุ้มเย็นชาดังเข้ามาในโสตประสาทท่ามกลางความมืดสนิท

'ใคร ใครกัน ปีศาจน้อยอะไร?' หัวใจของลู่เสียนหลานเต้นดังโครมคราม ชายหนุ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

พลันแสงไฟก็สว่างวาบขึ้นในทันใด ปรากฏใบหน้าบุรุษผู้หล่อเหลา สวมเครื่องแต่งกายด้วยความทะมัดทะแมง ร่างกายสูงโปร่งอย่างสมส่วน บนศีรษะคาดด้วยผ้าคาดหน้าผากสีดำ มือขวาถือคันธนูลักษณะแปลกตา บนไหล่สะพายลูกธนูไว้เต็มกระบอก เจ้าของดวงหน้าคมคายส่งสายตาเย็นชาแทบไร้ความรู้สึก ยืนกอดอกลดตามองต่ำจ้องหน้านิ่งอย่างเอาเรื่อง ทำเอาคนมองกลับเสียวสันหลังวาบ

'คุณคือใครกัน?' อีกฝ่ายที่ถูกจ้องมองรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย แต่ทว่าเสียงที่เขาคิดว่าได้เปล่งออกไปนั้น ไม่ได้ออกจากริมฝีปากตนแม้แต่น้อย มันคือเสียงที่อยู่ในหัวของเขา อันที่จริงแล้วสิ่งที่เปล่งออกจากปากแปรเปลี่ยนเป็นเสียงที่ฟังไม่เป็นศัพท์ คล้ายกับสุนัขตัวน้อย ๆ เสียมากกว่า

ท่าทีลุกลี้ลุกลนนั้นทำเอาคนจ้องมองหงุดหงิด คิ้วหนาเข้มขมวดเข้าหากันมุ่น นัยน์ตาคมปลาบฉายแววเหี้ยมเกรียม

"เจ้ากำลังอึดอัดเช่นนั้นหรือ ข้าเพียงสะกดเจ้าไว้ในร่างจริงของเจ้าเท่านั้น จะได้ไม่ต้องใช้เรือนร่างจอมปลอมของปีศาจเที่ยวล่อลวงผู้อื่นอีก" ริมฝีปากได้รูปพร่ำบ่นด้วยท่าทีขมึงทึง

'ล่อลวง ล่อลวงอะไร เราเนี่ยนะ ผู้ชายคนนี้ดูท่าจะบ้าหรือยังไง แต่งตัวก็แปลกตาคน หรือเขาจะสติไม่ดีกัน?' ภายในใจของลู่เสียนหลานรู้สึกสับสน ร่างกายชาวาบ เขาพยายามจะเปล่งเสียงออกมาทว่าก็ยังไม่สามารถทำได้

'อึดอัด อึดอัดโว้ยยย!!' ในใจของเขากู่ก้องร้องตะโกน ร่างกายเริ่มขยับเขยื่อนไปมา แดดิ้นทุรนทุรายคล้ายปลาขาดน้ำ

บุรุษที่ยืนจ้องมองกิริยานั้นเขม็ง จิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์

"หยุด!!" ฉับพลันฝ่ามือกว้างจึงยื่นไปเบื้องหน้าและร่ายอาคมปลดพันธนาการด้วยความรำคาญ

ร่างกายที่อยู่บนพื้นจึงค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้น 'ทำไมรู้สึกแปลกๆ' ลู่เสียนหลานลดสายตาลงก้มสำรวจแขนขาและเรือนร่างของตนเองด้วยความรวดเร็ว

'ขะ...ขนสีขาวนุ่มนิ่มคืออะไร นี่คืออะไร!?' เจ้าตัวเล็กขนฟูนุ่มสีขาว หมุนวนรอบกายไปมาด้วยความร้อนรนใจคล้ายกำลังวิ่งไล่งับหางตัวเอง

"เจ้าปีศาจจิ้งจอกน้อย!! หยุดหมุนเดี๋ยวนี้ ข้าปวดหัว!!" ชายหนุ่มกัดฟันกรอดนัยน์ตาคมปลาบคล้ายมีดดาบจับจ้องเสียจนอีกฝ่ายตื่นตกใจ ชะงักท่าทีนั้นลงในทันใด

'จะ...จะ...จิ้งจอกน้อยยยยยยย!!'

"เฮือก!!"

'ลู่เสียนหลาน' สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากภวังค์ในทันใด ใบหน้าขาวนวลผุดพรายเหงื่อเม็ดละเอียด หัวใจของเขาเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ

"ฝัน...เราฝันหรือนี่ ดูท่าจะหมกมุ่นกับนิยายที่ตัวเองเขียนมากเกินไปแล้วสินะลู่เสียนหลาน" ชายหนุ่มสะบัดศีรษะด้วยความรุนแรง หวังสลัดเอาฝันร้ายออกจากสมองของตนไปให้หมด

เวลานี้ล่วงเลยเข้ามาจนถึงตีหนึ่ง ลู่เสียนหลานจึงลุกออกจากเก้าอี้ตัวนุ่มด้วยความเมื่อยขบ เขาเอียงคอไปมายืดเส้นยืดสาย เท้ายาวก้าวเข้าไปยังห้องน้ำ อุ้งมือทั้งสองรองเอาน้ำจากก๊อกบริเวณอ่างล้างหน้า สาดเอาน้ำที่รองเต็มฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้าอันเกลี้ยงเกลาเสียจนเปียกชื้น

ดวงตากลมโตจ้องมองกระจกบานหนา ริมฝีปากเรียวบางแสยะยิ้มด้วยความสมเพชตัวเองในใจ ก่อนจะเดินย้อนออกมานั่งแหมะที่เก้าอี้ตัวเดิมอีกครั้ง นิ้วมือกดปุ่มเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวเดิมด้วยความเคยชิน

ติ๊ง!!

"เฮ้อ!! คงไม่พ้นคำวิพากษ์วิจารณ์อีกแล้วสินะ"

ลู่เสียนหลานแทบไม่อยากกดเปิดแจ้งเตือนที่ปรากฏบนกล่องข้อความเสียด้วยซ้ำ ตั้งแต่ตัวเขาเขียนนิยายมา ได้รับแต่คำตำหนิมากกว่าคำชม ยิ่งเขาเปิดอ่านมันยิ่งทำให้หมดกำลังใจที่จะสู้ต่อ

แต่ทว่ามือเจ้ากรรมดันไม่ยอมเชื่อฟัง พลันลากเลื่อนลูกศรเข้าไปยังตัวเลขแจ้งเตือนสีแดงอย่างช้า ๆ เสียงหัวใจของเขาเต้นดัง ตึกตัก ตีรัวเป็นกลองเสียงดังสนั่นอยู่ภายในหัว

คลิก!!

[สาวงามบ้านบัว : กรี๊สสส!! เจ้าขนนุ่มฟูน่ารักมากค่ะไรท์ จับจิ้นกับพ่อคนเย็นชาเลยดีไหม]

"หา...เจ้าขนนุ่มฟูอะไร เราเขียนแต่ปีศาจจิ้งจอกนิสัยชั่วร้าย นี่มันน่ารักยังไงกัน?"

ลู่เสียนหลานรู้สึกงงงวยกับคอมเม้นท์ล่าสุด เขาจึงกดเปิดนิยายบนแอปพลิเคชันขึ้นมาในทันใด

"เนื้อเรื่องนี่เราคิดขึ้นมาเมื่อไหร่กัน?" ชายหนุ่มนิ่วหน้าด้วยความฉงน มือเลื่อนสกอเมาส์ขึ้นลงไปมาด้วยความประหลาดใจ

"เนื้อเรื่องคุ้น ๆ แฮะ ไม่ใช่ว่าเราละเมอเขียนมันออกมาใช่ไหม" ปลายนิ้วจับคางตนเอง พร้อมหรี่นัยน์ตาจ้องมองตัวอักษรบนหน้าจอด้วยความสงสัย

"ช่างเถอะ ๆ ดูท่าเราน่าจะเพี้ยนไปแล้วจริง ๆ"

มือเรียวจึงกดคลิกเมาส์เข้าไปยังแพลตฟอร์มนิยายเรื่องล่าสุดที่แต่งอีกครั้ง นาทีนี้เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ทนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์อีกต่อไป

ระบบ

"เซียวจื่อเฟิ่ง นะเซียวจื่อเฟิ่ง เราว่าคุณเป็นตัวละครที่น่าเบื่อที่สุดเลย ไม่รู้ว่าสร้างตัวละครประเภทนี้มาได้ยังไง ในเมื่อนักอ่านเขาไม่ชอบคุณ ผมเองต้องทำใจลบคุณออกไปแล้วละ ไว้เดี๋ยวมาเป็นตัวละครตัวใหม่ของผมก็แล้วกัน"

ริมฝีปากเป็นกระจับพร่ำบ่นตัวละครหลัก พูดคุยอยู่คนเดียวคล้ายคนเสียสติ ก่อนที่ลู่เสียนหลานจะตัดสินใจกดคำว่าใช่ด้วยความยากลำบากใจ

จะให้เขาทำอย่างไรได้ ในเมื่อเรื่องนี้เป็นนิยายที่เขาเองก็แต่งออกมาด้วยความยากลำบาก ทว่าเมื่อเสียงตอบรับมันช่างแย่เสียเหลือเกิน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจที่จะทิ้งมันเอาไว้ข้างหลังเสียยังดีกว่า

~ เสียงโทรศัพท์ดัง ~ รายชื่อ (ลี่หมิงเจ้าคนขี้เหล้า)

"โทรมาซะดึกดื่น ว่ายังไงลี่หมิง?"

"เสียนหลานนายมารับเราหน่อยยยยย" เสียงทุ้มอ้อแอ้ฟังไม่ได้ศัพท์ดังเล็ดลอดอกมาจากปลายสาย

"หน็อยยยย เจ้าเพื่อนตัวแสบ ไปเมาแอ้ที่ไหนอีกแล้ว เดือดร้อนคนจะทำมาหากินตลอด เราไม่ว่างกำลังจะเขียนนิยายเรื่องใหม่"

"เสียนหลานนนน.... นายช่างใจจืดใจดำกับเพื่อนจริง ๆ เลยน๊าาาา... เขียนนิยายมาตั้งนานยังไม่เห็นจะดังสักที มาอยู่กับเรามาเดี๋ยวเราเลี้ยงนายเอง" ลี่หมิงเอ่ยคำอู้อี้เสียจนลู่เสียนหลานต้องพยายามจับใจความอย่างยากลำบาก

"เฮ้อ... รอแปบ ๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้ละ"

ลู่เสียนหลานรู้สึกเอือมระอากับเพื่อนคนนี้ของเขาเต็มทนวัน ๆ เอาแต่เที่ยวดื่มสุรา เคล้านารี ไม่สนใจทำมาหากิน แต่แล้วอย่างไรในเมื่อทางบ้านของลี่หมิงเองรวยล้นฟ้าซะขนาดนั้น ช่างแตกต่างจากเขาราวฟ้ากับเหว

ไม่รู้จับพลัดจับผลูยังไง เขาได้มาเป็นบัดดี้ของลี่หมิงตั้งแต่ช่วงที่เรียนมหาลัย ลี่หมิงเองพยายามตามติดลู่เสียนหลานแจ เพราะอยากให้เขารับเป็นเพื่อน ลู่เสียนหลานเองจึงยอมใจอ่อนจนกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันในที่สุด บางครั้งลู่เสียนหลานยังแอบสงสัยว่าเป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ หรือเปล่า อีกทั้งรอบกายของเขาก็ไม่มีเพื่อนคนอื่นแล้ว นอกเสียจากลี่หมิงเพียงคนเดียว และคงมีเพียงลี่หมิงที่จริงใจกับเขามากที่สุดถึงแม้จะเป็นคนนิสัยเสเพลขี้เล่น ไม่เอาไหนก็ตาม

"เสียนหลานเพื่อนรัก มาแล้วหรอ" เจ้าของใบหน้าคมคาย สีหน้าแดงก่ำ ส่งยิ้มกริ่มให้คนที่ยืนจ้องมองตนเองด้วยแววตาอึมครึม

"ยังไม่มา!!" ลู่เสียนหลานยืนกอดอกจ้องเขม็งไปยังเจ้าเพื่อนตัวแสบที่ยังนั่งพิงโซฟานุ่มนิ่ม ร่างกายโงนเงนไปมา ข้างกายของเขาล้อมรอบไปด้วยหญิงสาวมากมาย

"โธ่ เสียนหลาน ทำไมทำหน้าแบบนั้น ทำเอาใบหน้าสวย ๆ เสียของไปหมด"

"ใบหน้าสวยอะไรของนาย พูดจามั่วซั่วตลอด ให้มารับไม่ใช่หรือไง ตกลงจะกลับหรือไม่กลับ!!" ลู่เสียนหลานแค่นเสียงในลำคออย่างไม่สบอารมณ์

"กลับ กลับ มา ๆ เพื่อนรักเข้ามาพยุงเราหน่อย" ลี่หมิงส่งมือไปเบื้องหน้าส่ายไปส่ายมาไม่รู้ทิศทาง

"หึ!! นายเมาไม่ได้พิการนี่ ลุกเองหรือจะให้เราเอาเท้าเขี่ยนายขึ้นมา"

"ได้ ได้ โถ่ว เพื่อนรัก ทำไมถึงชอบทำตัวดุร้ายเหมือนผู้หญิงนักนะ" ลี่หมิงยิ้มพรายก่อนยืนขึ้นเต็มความสูง ร่างกายของเขาเอนเอียงยืนแทบไม่ติดพื้น ชายหนุ่มก้มตัววางเงินเป็นฟ่อนลงบนโต๊ะ ก่อนโบกมือลาหญิงสาวในห้อง และเดินเข้าไปหาลู่เสียนหลาน แข้งขาพันกันไปมาเสียจนแทบล้มหน้าคว่ำ ยังดีที่ลู่เสียนหลานรับเอาตัวเขาไว้ได้ทัน

"ลี่หมิง คราวหน้าเราไม่มีเวลาออกมาไร้สาระกับนายได้แล้วนะ ทีหลังช่วยเรียกคนขับรถที่บ้านนายมาเอง" ลู่เสียนหลานแสดงใบหน้าบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจ อ้อมแขนยังคงโอบประคองคนที่ตัวใหญ่กว่าตนเองด้วยความทุลักทุเล

"รู้แล้ว รู้แล้ว ครั้งก่อนนายก็บอกแบบนี้ไม่ใช่หรือไง" ใบหน้าคมยิ้มแป้นด้วยความชอบใจ

"เฮ้อ เราส่งนายกลับบ้านแล้วจะรีบกลับไปปั่นนิยายต่อ ช่วงนี้ยิ่งไม่ค่อยมีเงินอยู่" ลู่เสียนหลานถอนหายใจครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ศีรษะของเขาส่ายไปมาอย่างจำทน

"เสียนหลาน นายขาดเงินทำไมไม่บอกเรา เรามีให้นายมาเอาที่เรา"

"หึ หุบปากไปเลย ใครอยากใช้เงินของนายกัน"

ลู่เสียนหลานค่อย ๆ พยุงร่างของลี่หมิงไปยังลานจอดรถด้วยความยุ่งเหยิง ลี่หมิงเองก็เอาแต่พร่ำบ่นอ้อแอ้ เอนหัวซบไหล่ลู่เสียนหลานไม่ยอมห่าง

"เราไปนอนห้องเสียนหลานนะ วันนี้เราไม่อยากกลับบ้าน"

"ห๊ะ!!...ไม่ต้องเลย เราจะเขียนนิยายไม่มีสมาธิ"

"น๊าาา...เราสัญญาจะอยู่นิ่ง ๆ เงียบ ๆ ไม่ก่อกวน" ลี่หมิงทำท่าทางชูสามนิ้ว เปลือกตาที่แทบจะปิดอยู่เต็มทนกะพริบปริบ ๆ อย่างนึกอ้อนวอน

"เอาเถอะ เอาเถอะ จะไปก็ไป"

ลู่เสียนหลานจึงรีบบึ่งรถออกจากลานจอดด้วยความรวดเร็ว บ่อยครั้งที่ลี่หมิงมักชอบมาอาศัยห้องของเขาเป็นที่พักพิง ลู่เสียนหลานรู้ดี ทุกครั้งที่ลี่หมิงมาอาศัยอยู่ด้วยล้วนเป็นเพราะปัญหาทางบ้านของเขาเองเป็นแน่ ลู่เสียนหลานจึงไม่เคยปฏิเสธเพื่อนคนนี้ได้เลยสักครั้ง

ตุ้บ!!

ลู่เสียนหลานโยนร่างของลี่หมิงลงบนที่นอนอย่างไม่ไยดี เสียจนอีกฝ่ายต้องร้องโอดโอย

"เสียนหลาน ทำไมโหดเหี้ยมกับเพื่อนรักของนายแบบนี้เนี่ย โอ๊ยยยย...หลังเราหักแล้วมั้ง" ลี่หมิงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด มือทั้งสองลูบคลำบริเวณหลัง พลิกตัวไปมาคล้ายสุนัขกำลังเล่นดินโคลน

"สมควร ทีหลังมีเรื่องไม่สบายใจก็บอกเรา จะไปกินเหล้าแบบนั้นเพื่ออะไรกัน อยู่ตรงนี้แล้วนอนไปเลย อย่ามาก่อกวนเราอีก"

ลี่หมิงพยักหน้าหงึกหงักด้วยความเข้าใจ ลู่เสียนหลานจึงสะบัดตัวเดินจากไปด้วยความหงุดหงิด วันนี้เขาคงต้องยกเตียงนอนให้กับเจ้าเพื่อนตัวดีเสียแล้ว ถึงยังไงที่นอนของลู่เสียนหลานเองก็แทบไม่ได้ใช้งาน เพราะเขาต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันทั้งคืน บางวันเขาเองก็ฟุบหลับมันตรงนั้นเลย บางครั้งคิดเนื้อเรื่องไม่ออกก็ลงไปนอนเกลือกกลิ้งที่พื้นเย็น ๆ

ลู่เสียนหลานกลับมายังหน้าจอคอมพิวเตอร์ตัวเก่งของเขาอีกครั้ง พลันเปิดหน้าเว็บไซต์สำหรับแต่งนิยายเพื่อเข้ามาสำรวจความเรียบร้อย แต่ทว่ามีบางสิ่งที่ทำให้ตัวเขาต้องชะงักงัน มือเรียวคลิกเมาส์ด้วยความสั่นเทา

ตอนที่ 10 เจ้าปีศาจจิ้งจอกน้อยหายตัวไป

"หา...แอ็กเคานต์โดนแฮกหรือยังไง เราแต่งเองหรอ?" สีหน้าของเขาแสดงออกถึงความเคร่งเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้น ทันทีที่ลู่เสียนหลานเปิดเข้าอ่านภายในเนื้อหา กลับทำให้เขาตื่นตะลึงมากขึ้นไปอีกหลายส่วน

"นะ...นี่ นี่มันไม่ใช่คนที่เราฝันถึงหรือยังไง ทำไมเนื้อหาช่วงแรกเหมือน...เหมือนในฝันไม่มีผิดเพี้ยน หรือเราจะละเมอเขียนจริง ๆ ตะ...แต่เรื่องนี้เราลบออกไปแล้ว ทำไม ทำไมยังคง..."

ลู่เสียนหลานอ้าปากหวอด้วยความตื่นตกใจ ดวงตากลมโตกะพริบขึ้นลงปริบ ๆ ด้วยความประหลาด ก่อนที่นิ้วเรียวของเขาจะคลิกลบมันออกไปอีกครั้ง

ระบบ

คลิก...